ดูหนังออนไลน์
Politics

‘บิ๊กตู่’ ขอแรง ‘รัฐวิสาหกิจ’ จัดการจ้างงานรูปแบบพิเศษ ช่วยคนตกงาน


“นายกรัฐมนตรี” ห่วงการจ้างงานและลูกจ้างรายวัน ฝากรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ช่วยดูงบประมาณด้าน CSR เพื่อประโยชน์ในการจ้างงานลักษณะพิเศษ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่ 3/2564 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกับรัฐมนตรีและผู้ที่เกี่ยวข้อง

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญของการประชุมดังนี้

นายกรัฐมนตรี
ขอให้รัฐวิสาหกิจช่วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การพัฒนาและทิศทางการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ จะต้องเป็นการพลิกโฉมประเทศไทย โดยพุ่งเป้าความต้องการในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข เพื่อเพิ่ม GDP ประเทศ รัฐวิสาหกิจที่มีขีดความสามารถ เน้นการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศให้มากขึ้น รวมทั้งมีการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อเป็นรายได้เข้าสู่ประเทศ ซึ่งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชนและธุรกิจจะต้องช่วยกันขับเคลื่อนเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศโดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานราก

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงเรื่องการจ้างงานว่า ขอให้รัฐวิสาหกิจได้มีส่วนช่วยเหลือประชาชนโดยพิจารณาหาแนวทางจัดทำแผนงานการจ้างงานในด้านต่าง ๆ เช่น งานด้านสิ่งแวดล้อม โยธา การรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สิน เป็นต้น ที่อาจเป็นการจ้างงานในรูปแบบพิเศษ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ที่มีปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 ช่วยเหลือประชาชนคนที่ตกงานได้มีรายได้ประจำวันด้วย

นายกรัฐมนตรี
มติที่ประชุม คนร.

สำหรับมติที่ประชุม คนร. ที่สำคัญมีดังนี้ เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์การเสนอกรอบนโยบายการพัฒนาและทิศทางการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ (หลักเกณฑ์กรอบนโยบายฯ) และมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ จัดส่งร่างหลักเกณฑ์กรอบนโยบายฯ ให้กระทรวงเจ้าสังกัดดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป เห็นชอบในหลักการการจัดตั้งบริษัท เคหะสุขประชา จำกัด (มหาชน) ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอ โดยให้การเคหะแห่งชาติพิจารณาดำเนินการตามความเห็นของฝ่ายเลขานุการฯ และเห็นชอบให้ พม. นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

นายกรัฐมนตรี
นอกจากนี้ ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานของบริษัทในเครือของรัฐวิสาหกิจ ณ สิ้นปี 2563 และรับทราบการจัดกลุ่มบริษัทในเครือโดยพิจารณาจากการดำเนินการของบริษัทในเครือมีความสอดคล้องกับภารกิจหรือจำเป็นต่อภารกิจเฉพาะตามวัตถุประสงค์ของรัฐวิสาหกิจ และจัดกลุ่มบริษัทในเครือของรัฐวิสาหกิจใหม่เป็น 3 กลุ่ม คือ

  • กลุ่มที่ 1 กลุ่มบริษัทในเครือที่มีการดำเนินการสอดคล้องกับภารกิจตามวัตถุประสงค์ของรัฐวิสาหกิจ และแบ่งเป็นกลุ่มย่อยตามผลประกอบการด้านการเงิน คือ กลุ่มที่มีผลประกอบการมีกำไร และผลประกอบการขาดทุน
  • กลุ่มที่ 2 กลุ่มบริษัทในเครือที่มีการดำเนินการไม่สอดคล้องกับภารกิจตามวัตถุประสงค์ของรัฐวิสาหกิจ
  • กลุ่มที่ 3 กลุ่มบริษัทในเครือที่จัดตั้งขึ้นตามความจำเป็นต่อการดำเนินภารกิจเฉพาะตามวัตถุประสงค์ของรัฐวิสาหกิจ

อ่านข่าวเพิ่มเติม