COVID-19

รพ.สนามธรรมศาสตร์ กักตัวบุคลากรเสี่ยงสูงนับ 100 ผู้ป่วยเพิ่มมหาศาล ลั่น ‘สู้สุดกำลัง’

รพ.สนามธรรมศาสตร์ โกลาหล ติดเชื้อโควิด 3 ราย กักตัวเสี่ยงสูงนับ 100 ขณะที่จำนวนผู้ป่วยเพิ่มมหาศาล งานเพิ่ม ดูแลผู้ป่วยได้ช้าลง เผยผู้ป่วยรอคิวหลายสิบคน หลายวัน ลั่น พร้อมสู้สุดกำลัง

รพ.สนามธรรมศาสตร์ โพสต์เพจเฟซบุ๊ก “โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์” ชี้สถานการณ์โกลาหล ไม่แพ้สถานการณ์ในประเทศ หลังบุคลากรการแพทย์ติดเชื้อโควิด 3 ราย ต้องกักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูงนับ 100 ราย แต่จำนวนผู้ป่วยเพิ่มมหาศาล รอคิวหลายสิบคน คาดวอร์ด Cohort 2 ที่เพิ่งเปิดจะเต็มวันนี้ เผยเปิดบริการมา 91 วัน งานหนักเหมือนเดิม แต่พร้อมสู้สุดกำลัง โดยระบุว่า

รพ.สนามธรรมศาสตร์

“เสาร์ที่ 10 กรกฎาคม วันที่ผู้ป่วยใหม่สูงสุด 9,326 คน และมีผู้เสียชีวิตสูงสุด 91 คน นับตั้งแต่มีการระบาดของโควิดในประเทศ

สถานการณ์ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ วันนี้ ก็โกลาหลไม่แพ้สถานการณ์ของประเทศ เพราะเช้านี้เราพบว่ามีอาจารย์ GI เภสัชกร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายคลังของเรา มีผลตรวจเป็นบวกสามคน กับมีผู้ป่วยที่พักรักษาตัวมาหลายวันแล้วใน ward Ortho และใน ward CVTก็มีผล swab เป็นบวกด้วย

มาตรการป้องกันที่ตามมาคือ การเก็บตัวบุคลากรที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูง ทำงานใกล้ชิดทั้งวอร์ด เข้ารับการ swab และกักตัวเจ็ดวันในทุกหน่วยงาน เกือบ 100 คน ที่เข้าคิวรอรับการตรวจในวันนี้ จึงเป็นบุคลากรของโรงพยาบาลเกือบทั้งหมด

สัปดาห์หน้า จะเป็นสัปดาห์ที่ยากลำบากต่อกันไปอีกสัปดาห์หนึ่ง เพราะแม้พวกเราอาจจะได้กำลังจากหมอโรคทางเดินหายใจ ที่กลับมาทำงานได้บ้าง แต่ก็จะมีแพทย์และบุคลากรอีกหลายกลุ่ม ต้องออกไปกักตัว ตามมาตรการความปลอดภัย และป้องกันการติดเชื้อของโรงพยาบาลด้วย

เมื่อวาน ผู้ป่วยโควิดที่ล้นโรงพยาบาล และรอคิวอยู่หลายสิบคนมาหลายวันแล้ว ทำให้วอร์ด Cohort #2 ที่เพิ่งเปิดเมื่อวานนี้เอง ต้องรับผู้ป่วยใหม่เข้าไปทันที แปดเคส ในวันแรก และคงจะเต็ม 16 เตียงในเสาร์อาทิตย์นี้เลย เร็วกว่าที่ประเมินไว้ว่า วอร์ดจะเต็มในสี่ห้าวันอีกนะ

รพ.มธ1

จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และการติดเชื้อต่อเนื่องในโรงพยาบาล ทำให้มาตรการคัดกรองผู้ป่วยทุกประเภท ต้องเข้มงวดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ป่วยทุกรายที่ส่งตัวจากภายนอกมาที่ห้องฉุกเฉิน ER จะถูกสันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจจะ เป็นผู้ป่วยบวก และจะต้องใช้มาตรการป้องกันอย่างเต็มที่ สำหรับบุคลากรทุกคน ทั้ง N 95 face shield และ PPE

อีกทั้งเรายังต้องการมี negative pressure room เพื่อรอผลตรวจเชื้อโควิดของผู้ป่วยฉุกเฉินเพิ่มมากขึ้น อีกสักสองสามเท่า เพื่อรอผลการตรวจเชื้อ ก่อนทำหัตถการต่าง ๆ ต้องการบุคลากรดูแลคัดกรองผู้ป่วยมากขึ้น แม้ในสถานการณ์วิกฤติที่มีผลต่อชีวิตของผู้ป่วย

สภาพการณ์เช่นนี้ ทำให้ต้องมีขั้นตอน และภาระงานเพิ่มมากขึ้น และการให้ความช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วย ทำได้ช้าลงกว่าเดิม โดยที่บุคลากรที่มีจำกัดอยู่แล้ว ต้องทำงานมากขั้นตอนขึ้น เหนื่อยและเครียดตลอดเวลา กับการที่จะต้องคอยรับคนไข้วิกฤติ ที่ต้องช่วยชีวิตเร่งด่วน ตลอดทั้ง 24ชม. ที่อาจจะเป็นผู้ติดเชื้อ และอาจทำให้บุคลากรได้รับเชื้อ และจะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ช่วยชีวิตผู้ป่วยอื่น ๆ ได้อีกต่อไป

ตัวอย่างของงานในห้องฉุกเฉินที่มีตลอด 24 ชั่วโมงเช่นนี้ เป็นสถานการณ์ที่สะท้อนภาพความเหนื่อยยาก ความเครียด ความวิตกกังวล และความเหนื่อยล้าอิดโรย ของผู้ปฏิบัติงานที่เป็นอยู่ในโรงพยาบาลทุก ๆ แห่งของประเทศในเวลานี้ และเป็นต่อเนื่องกันมาหลายเดือนติดต่อกันแล้ว

รพ.สนามธรรมศาสตร์

แต่ที่ยังยืนหยัดต่อสู้กันอยู่จนถึงวันนี้ได้ คงเป็นเพราะปณิธาน ความรักในวิชาชีพ และจรรยาบรรณของแพทย์ พยาบาล ที่คิดถึงประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง และการที่พวกเราตระหนักถึงความคาดหวังของผู้คนในสังคมไทย ต่อวิชาชีพของพวกเรา ในสถานการณ์วิกฤติร้ายแรงนี้นั่นเอง

ที่ศูนย์รับวัคซีนธรรมศาสตร์ที่ยิม 4 วันนี้เป็นวันที่สามสิบสาม ที่เราให้บริการต่อเนื่องมาโดยไม่มีวันหยุด มีผู้มารับวัคซีนที่รอคอยไปได้อีก 1,549 คน เราจะให้วัคซีนแก่ทั้งผู้ที่จองคิวไว้ใน #หมอพร้อม และที่จองกับศูนย์คอลเซ็นเตอรของ รพธ. ในช่วงเดือนพฤษภา และจะทะยอยเรียกคิวผู้ที่มาจองไว้ด้วยตัวเองที่ยิม 4 ในเดือนมิถุนายน เข้ามาในระบบเป็นช่วง ๆตามจำนวนวัคซีนที่บริหารจัดการได้

และขณะนี้ เราได้ประกาศจะฉีดวัคซีน Astra ต่อเนื่องไปจนถึง 15 กรกฎาคมเป็นอย่างน้อยแล้ว โปรดตรวจสอบวันที่ และการจองของท่าน ที่ได้รับการยืนยันได้ ในแอพหมอพร้อม และอย่าลืมมาพบพวกเราตามนัดที่ยิม4 นะ ที่นี่ เรายังไม่เคยเทใครเลยนะ อดทนรออีกนิดนะ ถ้ายังไม่ถึงคิว

รพ.สนามธรรมศาสตร์ วันที่ 91 

ที่โรงพยาบาลสนาม วันนี้เป็นวันที่เก้าสิบเอ็ด งานยังหนักเหมือนเดิม แม้ว่าเราจะส่งผู้ป่วยที่หายแล้วกลับบ้านได้ถึง 31คน แต่ก็รับผู้ป่วยใหม่เข้ามาอีก 29 คน ทำให้ตัวเลขรวมเหลืออยู่ 334 คน

รพ.มธ.

ตัวเลขผู้ป่วยอาจจะดูไม่เพิ่มขึ้น แต่การเปลี่ยนสถานะผู้ป่วย จากสีเขียวเป็นสีเหลือง มากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ภาระงาน และความยุ่งยากเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า สำหรับผู้ป่วยแต่ละรายเลยทีเดียว ในขณะที่กำลังคน ยังมีเท่า ๆ กับเมื่อตอนที่ยังไม่มีผู้ป่วยสีเหลือง สี่สิบกว่ารายนี้

แต่เราก็รู้ว่า ทุกที่ ทุกแห่งก็หนัก และพวกเราในระบบสาธารณสุข กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นการรบประชิดตัว ในสงครามที่มองไม่เห็นตัวข้าศึก เห็นแต่ผู้ป่วยที่บาดเจ็บล้มตายเป็นใบไม้ร่วง

ภายใต้การบัญชาการรบที่ขาดยุทธวิธี ขาดการกำหนดทิศทาง หรือนโยบายที่เป็นเอกภาพ พวกเราทุกคนในทุกแห่ง จึงต้องรบอย่างอิสระไปตามสถานการณ์ ตามทรัพยากรและตามกำลังที่มี เพื่อจะช่วยกันปกป้องประเทศ และปกป้องผู้คนของเราเอาไว้ให้ดีที่สุด เท่าที่จะมีกำลังทำได้ และเพื่อปกป้องระบบสาธารณสุขของเรา เอาไว้ให้รอดไปให้ได้ ในสัปดาห์วิกฤติที่กำลังจะมาถึงนี้

เราจะสู้ จนสุดกำลังความสามารถที่พวกเรามีอยู่ และถ้าพวกเราจะเอาชนะไม่ได้ ก็กรุณาให้อภัยพวกเราด้วยนะ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

 

Avatar photo