ดูหนังออนไลน์
Politics

เช็คที่นี่! ศบค. เคาะมาตรการล็อกดาวน์ เวลาเปิด-ปิด ‘ร้านสะดวกซื้อ-ขนส่งสาธารณะ-งดเดินทาง’


เปิดรายละเอียด “มาตรการล็อกดาวน์” กทม.-พื้นที่เสี่ยงสูง 14 วัน เริ่มพรุ่งนี้ (10 ก.ค.) ยกระดับมาตรการป้องกันควบคุมโรค โควิด-19 กรุงเทพฯและปริมณฑล เช็คเวลาเปิด-ปิด สถานที่เสี่ยงการติดโรค ทั้งร้านสะดวกซื้อปิด-ห้างสรรพสินค้า-ระบบขนส่งสาธารณะ-สวนสาธารณะ ขอประชาชนงดเดินทางโดยไม่จำเป็น

ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครั้งที่ 9/2564 ผ่านระบบวิดีโอทางไกล ที่ประชุม ศบค.ยกระดับมาตรการควบคุมโควิด-19 ล็อกดาวน์ในพื้นที่เสี่ยงสูง จำกัดการเดินทางเป็นเวลา 14 วัน โดยพร้อมกำหนดเป้าหมายลดผู้ป่วยภายใน 2-4 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (10 ก.ค.)

มาตรการล็อกดาวน์

เปิดรายละเอียด “มาตรการล็อกดาวน์” กทม.-พื้นที่เสี่ยงสูง 14 วัน เริ่ม10 ก.ค.

รายงานข่าวจากที่ประชุม ศบค. เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบตามข้อเสนอยกระดับมาตรการป้องกันควบคุมโรค โควิด-19 สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล (นครปฐมนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร) โดยให้มีการยกระดับมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ยึดหลักการ ประกอบด้วย

1. จำกัดการเดินทางของประชาชน ทั้งออกจากบ้านและข้ามจังหวัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ โดยขอให้เวิร์คฟอร์มโฮม ( WFH) ให้มากที่สุด ยกเว้นงานบริการประชาชนและงานที่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภค  ขอความร่วมมือจากประชาชนงดการเดินทางโดยไม่จำเป็นยกเว้นการจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค การไปโรงพยาบาล ฉีดวัคซีนหรือมีความจำหรือมีความจำเป็นที่จะต้องออกไปทำงาน จำกัดการเดินทางข้ามจังหวัด ขอความร่วมมือ ผู้ประกอบการ ลดการจัดบริการยานพาหนะของ ขนส่งสาธารณะ ที่ต้องเดินทางจากพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทั้งบกและอากาศการ ขนส่งยกเว้นการขนส่งสินค้า ลดการรวมตัวทำกิจกรรมร่วมกันทั้งหน่วยงานรัฐ เอกชน เช่นงดการจัดอบรด งดจัดประชุม งดจัดสอบหรือกลับเข้าสถานศึกษา

2. ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการระบาดของโรคได้แก่ ปิดสถานที่เสี่ยงการติดโรค เช่น นวดแผนโบราณ ( ยกเว้นนวดเท้า) สปา สถานเสริมความงาม

มาตรการล็อกดาวน์

ร้านสะดวกซื้อ ปิดเวลา 21.00-04.00 น. ห้างสรรพสินค้า เปิดได้เฉพาะร้านอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภค เช่น ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร ร้านเครื่องมือสื่อสาร ร้านขายยาและเวชภัณฑ์ โดยเปิดได้จนถึงเวลา 21.00 น. ร้านอาหารเปิดขายได้แต่ห้ามบริโภคในร้าน ห้ามจำหน่ายสุราเปิดได้ไม่เกิน 21.00 น. ส่วนระบบขนส่งสาธารณะปิดเวลา 23.00-03.00 น. กำหนดเวลาปิดสวนสาธารณะ ในเวลา 21.00 น. 

3. ปรับแผนการฉีดวัคซีนไปต่างจังหวัด  และระดมการฉีดวัคซีนที่มีอยู่ให้กับกลุ่มผู้สูงอายุและโรคเรื้อรังในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มาตรการล็อกดาวน์

4. ปรับระบบบริการบริการตรวจคัดกรองและรักษาพยาบาล ให้กรุงเทพมหานครและจังหวัดเร่ง เพิ่มบริการตรวจคัดกรอง และปรับระบบการบริการรักษาพยาบาลโดยเร่งให้มีการจัดบริการแบบ โฮม ไอโซเรชั่น และคอมมูนิตี้ ไอโซเรชั่น ให้เหมาะสมและเพียงพอกับสถานการณ์และเชื่อมโยงกับหน่วย บริการปฐมภูมิ เช่น คลินิกบริการอบอุ่น ศูนย์บริการสาธารณสุขของกรุงเทพมหานคร โดยมี สปสช. ในการจัดบริการ รวมทั้งให้หน่วยบริการจัดช่องทางด่วนในการตรวจคัดกรองและรักษาให้กับกลุ่มผู้สูงอายุผู้มีโรคประจำตัวและโรคเรื้อรัง

5. เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐเอกชนภาคประชาสังคมและประชาชนในการป้องกันตนเองตรวจคัดกรองและดูแลรักษาพยาบาล ดังนี้ ขอความร่วมมือให้ประชาชนทุกคนเน้นมาตรการป้องกันส่วนบุคคลสวมหน้ากากอนามัยงดคลุกคลีใกล้ชิดกัน หรือรับประทานอาหารร่วมกันทั้งในบ้านและสถานที่ทำงาน  ภาคประชาสังคมในการจัดบริการในการจัดบริการตรวจคัดกรองและดูแลรักษาพยาบาล

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight