Politics

สถานที่เข้าข่ายสั่งปิด! เคาะพรุ่งนี้เวลาเปิด-ปิด ‘ห้างสรรพสินค้า-ร้านสะดวกซื้อ-ตลาด-ร้านข้าวต้มรอบดึก’

ศบค. ถกเคาะมาตรการเข้มพรุ่งนี้  หลังกระทรงสาธารณสุขเสนอละเอียดยิบ “ปิดร้านข้าวต้มรอบดึก-กำหนดเวลาออกจากบ้าน-ลดเวลาวิ่งรถสาธารณะ” ลดการเดินทางออกนอกพื้นที่

พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค. ) แถลงข่าวช่วงหนึ่งว่า ในวันนี้ที่ประชุมศบค.ชุดเล็ก พูดคุยกันถึงมาตรการทางสังคม ที่อีโอซี ของกระทรวงสาธารณสุข นำหารือด้วยความเป็นห่วงถึงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อ ที่เพิ่มจำนวนขึ้น มีรายงานผู้เสียชีวิตสูงขึ้น หากไม่นับตัวเลขผู้ติดเชื้อจากเรือนจำก็ยังถือว่าสูง ไม่จำกัดอยู่ในวงแคมป์คนงาน หรือแรงงานต่างด้าว แต่อยู่ในลักษณะชุมชน สถานประกอบการและผู้ติดเชื้อเป็นคนไทยปริมาณสูงมาก กระทรวงสาธารณสุข ได้นำเสนอให้ปรับมาตรการทั้งมาตรการด้านสาธารณสุข มาตรการสังคม เสนอศปก.ศบค. ในการประชุมเช้านี้ จะปรับให้มีความเข้มข้นมากขึ้น

โดยมีหลักการให้จำกัดการเดินทางออกนอกพื้นที่ โดยเฉพาะห้ามการเคลื่อนย้ายระหว่างจังหวัด ที่ประชุมหารือไปยังมหาดไทย กลาโหม ศปม. เพื่อให้มีการตั้งจุดตรวจ เพื่อลดการเคลื่อนย้ายข้ามพื้นที่ มีการเสนอให้ปรับมาตรการเวิร์กฟอร์มโฮม ทั้งภาครัฐภาคเอกชนให้สูงสุด มีการเสนอให้ภาคประชาชนให้ความร่วมมือในการเปิด-ปิดกิจการ เพื่อลดการเคลื่อนย้ายการเดินทางออกนอกพื้นที่ ของประชาชน เพื่อให้อยู่บ้านลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ โดยสถานที่ที่มีการพูดถึงจะมีลักษณะ ทั้งห้างสรรพสินค้า กิจการประเภทเดียวกัน ร้านสะดวกซื้อ ร้านข้าวต้มรอบดึก ตลาด จะมีการหารือกันเพื่อกำหนดเวลาปิดกิจการ ลดการที่ประชาชนเดินทางออกจากบ้าน

ปิด1

นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงเรื่องการขนส่งสาธารณะ ในเมื่อลดการเคลื่อนย้ายของบุคคลของประชาชนลงแล้ว ต้องมีการปรับเวลาการให้บริการขนส่งสาธารณะ ให้สอดคล้องกับมาตรการที่สาธารณสุขเสนอ โดยที่ประชุมได้มีความเป็นห่วงด้วยว่าการลดเวลาต่างๆ การปรับมาตรการต่างๆก็จะคำนึงถึงการคงไว้ซึ่งความจำเป็นยกตัวอย่าง เช่น สาธารณูปโภค อาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่อาจจะจำเป็นต้องเปิด หรือตลาด ร้านขายเครื่องมืออุปกรณ์ช่าง เพราะหากมีการจำกัดเวลาแล้วเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นประชาชนยังคงต้องได้รับความปลอดภัยด้วย

ขอย้ำว่านี่คือมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขหารือกันและนำเสนอ ศบค.ชุดเล็กวันนี้ แต่จะต้องมีการนำเสนอไปยังศบค. ชุดใหญ่ ที่จะมีการประชุมกันในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้  เวลา 10.00 น. ดังนั้นข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุขในวันนี้ยังไม่มีผล เพื่อให้ ศบค. ชุดใหญ่ พิจารณาและอาจจะต้องมีการปรับรายละเอียดเพื่อให้สอดคล้องต่อสถานการณ์ด้วย

ด้านนายแพทย์เกียรติภูมิ​ วงศ์รจิต​ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่ากระทรวงสาธารณสุขได้เสนอมาตรการต่อที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ต่อไป ประเด็นสำคัญที่สุดคือ การยกระดับมาตรการทางสังคม ในการจำกัดการเดินทาง ไม่อยากให้ประชาชนออกนอกเคหะสถาน ถ้าไม่จำเป็น ยกเว้นไปโรงพยาบาล ไปตลาดเพื่อซื้ออาหาร เสนอไม่ให้เดินทางข้ามจังหวัด

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ปิดสถานที่เสี่ยงทั้งหมด รวมทั้งปิดสถานที่ที่จะมีคนไปรวมตัวทำกิจกรรมที่ไม่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ยกเว้น ตลาด ซูเปอร์มารเก็ต โดยจะเปิดได้แค่ ซูเปอร์มารเก็ต ตลาด เท่านั้น โดยมาตรการทั้งหมดนี้จะถูกใช้พื่นที่สีแดงในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นเวลา 14 วัน ได้เสนอ ศบค. ไปแล้ว  ต้องรอศบค.พิจารณาอีกครั้ง มาตรการทั้งหมดนี้ที่ออกมาเพื่อให้ระบบสาธารณสุข สามารถขับเคลื่อนได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีการจำกัดการเดินทางเรียกว่า ล็อกดาวน์ได้หรือไม่ นพ.เกียรติภูเมิ กล่าวว่า เราเสนอจำกัดการพื้นที่เสี่ยงและกันชน ส่วนจะเรียกว่าอะไรนั้น เนื้อหาหลักๆ คือ การจำกัดการเดินทางที่ไม่จำเป็น ส่วนรายละเอียดขอให้สอบถาม ศบค.

สธ. 1

เมื่อถามการจำกัดการเคลื่อนย้ายในพื้นที่เสี่ยง และพื้นที่กันชน คือ พื้นที่ไหนบ้าง นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า เราเสนอเป็นหลักการไป ต้องรอสอบถามทาง ศบค.ในรายละเอียด โดยเราจำกัดการเดินทางพื้นที่เสี่ยง ที่เรียกว่าพื้นที่สีแดง โดยเราเคยพิสูจน์ว่า เราเคยใช้ระบบกันชนในการควบคุมโรคที่ผ่านมา มีการแบ่งเขียว เหลือง แดง ตอนนั้นก็ทำให้การเดินทางยาก  มีกันชนก็จะเป็นอีกระดับหนึ่ง แต่รายละเอียดทาง ศบค.จะให้ข้อมูลอีกครั้ง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight