ดูหนังออนไลน์
Politics

ศบค.งัดยาแรง! ‘ล็อกดาวน์’ กทม.-ปริมณฑล 14 วัน – ปิดสถานที่เพิ่ม-งดออกจากบ้าน 4 ทุ่มถึงตี 4


ประชุมศบค.ชุดใหญ่ วันนี้  “ล็อกดาวน์” พื้นที่สีแดงในกรุงเทพฯและปริมณฑล เป็นเวลา 14 วัน  งัดยาแรงสกัดโควิดระบาด  ห้ามเคลื่อนย้าย-ปิดสถานที่เพิ่ม “ห้างสรรพสินค้า กิจการประเภทเดียวกัน ร้านสะดวกซื้อ ร้านข้าวต้มรอบดึก ตลาด” ปรับเปิด-ปิดเวลาใหม่ 

วันนี้( 9 ก.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. เรียกประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 หรือ ศบค.ชุดใหญ่  เพื่อพิจารณามาตรการตามที่ศบค.ชุดเล็กได้มีการพูดคุยกันถึงมาตรการทางสังคมที่อีโอซี ของกระทรวงสาธารณสุข ได้นำเสนอให้ปรับมาตรการทั้งมาตรการด้านสาธารณสุข มาตรการสังคม ได้เสนอศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ  ศปก.ศบค.แล้ว

โดยมีหลักการให้จำกัดการเดินทางออกนอกพื้นที่  มีการเสนอให้ปรับมาตรการเวิร์กฟอร์มโฮม ทั้งภาครัฐภาคเอกชนให้สูงสุด เสนอให้ภาคประชาชนให้ความร่วมมือในการเปิด-ปิดกิจการ เพื่อลดการเคลื่อนย้ายการเดินทางออกนอกพื้นที่ ของประชาชน เพื่อให้อยู่บ้านลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ สถานที่ที่มีการพูดถึงจะมีลักษณะ ทั้งห้างสรรพสินค้า กิจการประเภทเดียวกัน ร้านสะดวกซื้อ ร้านข้าวต้มรอบดึก ตลาด จะมีการหารือกันเพื่อกำหนดเวลาปิดกิจการ ลดการที่ประชาชนเดินทางออกจากบ้าน

ล็อกดาวน์

การขนส่งสาธารณะ เมื่อลดการเคลื่อนย้ายของบุคคลของประชาชนลงแล้ว ต้องมีการปรับเวลาการให้บริการขนส่งสาธารณะ ให้สอดคล้องกับมาตรการที่สาธารณสุขเสนอ โดยที่ประชุมได้มีความเป็นห่วงด้วยว่าการลดเวลาต่างๆ การปรับมาตรการต่างๆ ก็จะ คำนึงถึงการคงไว้ซึ่งความจำเป็น เช่น สาธารณูปโภค อาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่อาจจะจำเป็นต้องเปิด หรือตลาด ร้านขายเครื่องมืออุปกรณ์ช่าง เพราะหากมีการจำกัดเวลาแล้วเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นประชาชนยังคงต้องได้รับความปลอดภัยด้วย

พร้อมขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 6 จังหวัด ไม่ให้ออกนอกเคหะสถานช่วงเวลา 22.00-04.00 น. เน้นในพื้นที่เสี่ยง 6 จังหวัดยกเว้นแต่มีเหตุจำเป็น

นายแพทย์เกียรติภูมิ​ วงศ์รจิต​ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่ากระทรวงสาธารณสุขได้เสนอมาตรการต่อที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ โดยประเด็นสำคัญที่สุดคือ การยกระดับมาตรการทางสังคม ในการจำกัดการเดินทาง ไม่อยากให้ประชาชนออกนอกเคหะสถาน ถ้าไม่จำเป็น ยกเว้นไปโรงพยาบาล ไปตลาดเพื่อซื้ออาหาร เสนอไม่ให้เดินทางข้ามจังหวัด

ปิด1

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ ปิดสถานที่เสี่ยงทั้งหมด รวมทั้งปิดสถานที่ที่จะมีคนไปรวมตัวทำกิจกรรมที่ไม่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ยกเว้น ตลาด ซูเปอร์มารเก็ต โดยจะเปิดได้แค่ ซูเปอร์มารเก็ต ตลาด เท่านั้น มาตรการทั้งหมดนี้จะถูกใช้ พื่นที่สีแดงในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นเวลา 14 วัน ได้เสนอ ศบค.ไปแล้ว  ต้องรอศบค.พิจารณามาตรการทั้งหมดนี้ ที่ออกมาเพื่อให้ระบบสาธารณสุข สามารถขับเคลื่อนได้

ส่วนกรณีการจำกัดการเดินทางเรียกว่า ล็อกดาวน์ได้หรือไม่ นพ.เกียรติภูเมิ กล่าวว่า เราเสนอจำกัดการพื้นที่เสี่ยงและกันชน ส่วนจะเรียกว่าอะไรนั้น เนื้อหาหลักๆ คือการจำกัดการเดินทางที่ไม่จำเป็น ส่วนรายละเอียดขอให้สอบถาม ศบค.

การจำกัดการเคลื่อนย้ายในพื้นที่เสี่ยง และพื้นที่กันชน คือ พื้นที่ไหนบ้าง นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า เสนอเป็นหลักการไป ต้องรอสอบถามทาง ศบค.ในรายละเอียด โดยเราจำกัดการเดินทางพื้นที่เสี่ยง ที่เรียกว่าพื้นที่สีแดง โดยเราเคยพิสูจน์ว่า เราเคยใช้ระบบกันชนในการควบคุมโรคที่ผ่านมา มีการแบ่งเขียว เหลือง แดง ตอนนั้นก็ทำให้การเดินทางยาก  มีกันชนก็จะเป็นอีกระดับหนึ่ง แต่รายละเอียดทาง ศบค.จะให้ข้อมูลอีกครั้ง

เช่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่าได้ติดตามสถานการณ์การระบาดอย่างต่อเนื่อง ด้วยความไม่สบายใจ และรับรายงานจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์และความจำเป็นในการใช้แผนเผชิญเหตุ เพื่อกำหนดมาตรการการควบคุมโรคที่จะต้องเกิดขึ้น และส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก  หากไม่ดำเนินการ อาจจะส่งผลกระทบให้เกิดความรุนแรงมากกว่านี้  เราอาจมีความจำเป็นต้องกำหนดมาตรการเข้มงวดมากยิ่งขึ้นในการจำกัดการเคลื่อนย้าย การป้องกันมิให้มีการรวมกลุ่มทำกิจกรรม การปิดสถานที่เพิ่มเติม และมาตรการอื่นๆที่จำเป็น โดยในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ผมได้เรียกประชุม ศบค. ชุดใหญ่ในเช้าวันนี้ (9 ก.ค.) เพื่อพิจารณามาตรการที่ฝ่ายต่างๆได้เสนอเข้ามา และจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบโดยทันทีครับ

นายกฯ 2 e1625756408185

ผมขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคน ช่วยกันดูแล ป้องกันตัวเอง ครอบครัว สังคม ประเทศชาติไปด้วยกัน ไม่มีใครหรือประเทศใด ที่จะสามารถแก้ไขปัญหาโควิดได้สำเร็จโดยคนเพียงคนเดียว หรือหน่วยงานเดียว ในยามที่เปรียบเสมือนการทำสงครามกับเชื้อไวรัสในครั้งนี้ สิ่งที่จะทำให้เราชนะได้ คือความสามัคคีของคนในชาติ ความมีวินัย ความอดทน การร่วมแรงร่วมใจ ช่วยเหลือกันของคนในชาติ และอีกสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือ ความมีสติในการรับข่าวสารในยามวิกฤต ที่มีผู้ไม่หวังดีสร้างข้อมูลเท็จที่มุ่งร้ายให้เกิดเข้าใจผิดและสับสนวุ่นวายในสังคมอย่างมากมาย  ต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด รวมถึงผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรการของรัฐที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้อื่นด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight