ดูหนังออนไลน์
COVID-19

สายพันธุ์เดลตา มาแน่ 3-4 เดือนระบาดทั่วโลก ในไทยพบแล้ว 661 ตัวอย่าง

สายพันธุ์เดลตา แพร่เร็ว หมอยง คาด 3-4 เดือน ระบาดทั่วโลกแทนสายพันธุ์อัลฟา กรมวิทย์ฯ เผยผลการเฝ้าระวังสายพันธุ์โควิด 19 ถึง 20 มิ.ย. พบแล้ว 661 ตัวอย่าง

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) แพร่กระจายได้เร็วกว่าสายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) ประมาณ 1.4 เท่า จึงไม่แปลกที่ จะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว

สายพันธุ์เดลตา

พบ สายพันธุ์เดลตา ในไทย 661 ราย

ทั้งนี้ คาดว่า ในอีก 3-4 เดือนข้างหน้า สายพันธุ์อินเดีย จะเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดเกือบทั่วโลก ในอนาคตก็อาจจะมีสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้น โดยวัฏจักรแล้วจะใช้เวลาประมาณ 4 เดือน

ส่วนวัคซีนทุกตัวที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน พัฒนามาจากสายพันธุ์ดั้งเดิม คือ สายพันธุ์อู่ฮั่น เมื่อสายพันธุ์เปลี่ยนไป ประสิทธิภาพของวัคซีนก็เปลี่ยนไป และเชื่อว่าในอนาคต ทุกบริษัทก็จะผลิตวัคซีนให้ทันกับสายพันธุ์ที่เปลี่ยนแปลง

“ดังเช่นวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ที่เราต้องคาดคะเนการเปลี่ยนแปลงของไวรัสไว้ล่วงหน้า กระบวนการเปลี่ยนแปลงในสายการผลิต ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน สายพันธุ์อัลฟาลดประสิทธิภาพของวัคซีนที่ผลิตมาก่อนไม่มาก และคงยังใช้อย่างมีประสิทธิภาพได้ดี”ศ.นพ.ยง กล่าว

ในขณะนี้ ประเทศไทยส่วนใหญ่ ยังเป็นสายพันธุ์อังกฤษ และมีแนวโน้มที่จะเกิดสายพันธุ์เดลตา เข้ามาแทนที่ สิ่งที่จะทำได้ คือ การต้องช่วยกันควบคุมป้องกัน ให้เกิดสายพันธุ์อินเดีย ระบาดในประเทศไทยช้าที่สุดและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการให้วัคซีน ในการควบคุมโรคในอนาคต ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ตามทรัพยากรที่เรามีอยู่

ดังนั้้น สิ่งที่สำคัญที่สุด คือประชาชนไทยทุกคนจะต้องช่วยกัน แม้จะฉีดวัคซีนแล้วจะต้องใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือ เว้นระยะห่าง เพื่อป้องกันโควิด 19

กรมวิทย์1

นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ เครือข่ายห้องปฏิบัติการ ดำเนินงานเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ เพื่อให้ประเทศไทย มีข้อมูลเฝ้าระวังสายพันธุ์ได้ทั้งในระดับภูมิภาค และระดับประเทศ โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) และสายพันธุ์เบตา (แอฟริกาใต้) ที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของวัคซีน

รายงานผลการเฝ้าระวัง ตั้งแต่เมษายน 2564 ถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2564 พบ สายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) จำนวน 5,641 ตัวอย่าง สายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) จำนวน 661 ตัวอย่าง และสายพันธุ์เบตา (แอฟริกาใต้) จำนวน 38 ตัวอย่าง

นอกจากนี้ ข้อมูลล่าสุด พบว่า สายพันธุ์อินเดีย มีการพบเพิ่มในเขตสุขภาพที่ 4 จากเดิมจำนวน 40 ราย เป็น 65 ราย รวม 105 ราย ส่วนเขตสุขภาพที่ 13 จากเดิม 404 ราย เพิ่มอีก 87 ราย รวมเป็น 491 ราย

วัคซีนโควิดรพ.สนาม ๒๑๐๖๒๑

ขณะที่ สายพันธุ์เบตา จากข้อมูลการเฝ้าระวังของ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ขณะนี้ยังพบในภาคใต้ จำนวน 38 ราย โดยพบในเขตสุขภาพที่ 11 จำนวน 2 ราย และเขตสุขภาพที่ 12 จากเดิม 28 ราย เพิ่มอีก 5 ราย รวม 33 ราย

จากการติดตามเด็กนักเรียนในจังหวัดยะลา เบื้องต้นพบมีทั้งสายพันธุ์อัลฟา และสายพันธุ์เบตา ซึ่งขณะนี้หน่วยงานสาธารณสุขกำลังติดตามหาต้นตอ ว่าติดมาจากที่ไหน และกำลังเร่งติดตามว่า เชื้อมีการกระจายไปจังหวัดอื่นๆ หรือไม่

สำหรับผลการตรวจเด็กนักเรียนที่ จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดตราด ที่กลับมาจากจังหวัดยะลา ผลตรวจไม่พบเชื้อโควิด 19 ซึ่งขณะนี้เด็กอยู่ระหว่างกักตัวเฝ้าระวังต่อไป

ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมเฝ้าระวังในพื้นที่แล้ว สำหรับประชาชนขอให้สวมหน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง เพื่อป้องกันโควิด 19

อ่านข่าวเพิ่มเติม