COVID-19

ปมเปิดประเทศ120 วัน! ‘หมอนิธิพัฒน์’ โพสต์ เคยถามภาคการแพทย์บ้างไหม

นโยบายเปิดประเทศใน 120 วัน เดือดหนัก! “หมอนิธิพัฒน์”โพสต์ถามหา บ้านนี้เมืองนี้ มีตัวอย่างธรรมาภิบาล ให้ลูกหลานดูเป็นตัวอย่างกันบ้างไหม  ไล่จากระดับหัวเรือใหญ่ เตรียมเปิดประเทศ สงสัยเป็น 120 วันอันตราย 

รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ระบุ “บ้านนี้เมืองนี้ มีตัวอย่างธรรมาภิบาล (good governance) ให้ลูกหลานดูเป็นตัวอย่างกันบ้างไหม”

ไล่มาจากระดับหัวเรือใหญ่ ที่ประกาศกระชากใจภาคการแพทย์ ด้วยการเตรียมการเปิดประเทศ ยังสงสัยว่าอาจจะเป็น 120 วันอันตรายได้ ถ้าไม่มีแผนเคลียร์ปัญหาโควิด-19 ที่ยังคั่งค้าง (back log) ขณะนี้ ให้ชัดเจน ระดับรองมาหน่อย เป็นแผนกระจายวัคซีนเดือนหน้า มีจังหวัดชายแดนบางจังหวัด ที่ไม่มีช่องทางผ่านแดนเป็นทางการ แต่อยู่ในข่ายได้รับวัคซีนในระดับสอง (อาจด้วยเหตุผลเมืองกีฬา ซึ่งคงมีอีกหลายเมืองไม่น้อยหน้ากัน)

นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล855

รองมาอีกนิดก็ขอแบ่งวัคซีนดื้อๆ จากลูกน้องในหัวเมือง เพื่อเอื้อกลุ่มทุนใหญ่ แต่ไปไม่รอดต้องรีบกลับลำ และหน่วยงานท้ายสุดที่ กระดี๊กระด๊า ชกลมรอมาหลายรอบ ผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคในเมืองหลวง ไข่แดงประเทศ ที่ครองแชมป์ต่อเนื่องยาวนานในระลอกสาม ของผู้ติดเชื้อสูงสุด รวมไปถึงยอดผู้ป่วยอาการรุนแรง ผู้ป่วยใช้เครื่องช่วยหายใจ และยอดผู้เสียชีวิต ซึ่งถึงเวลาที่โพสต์นี้ ยังไม่มีแววจะลดลงได้ โดยไม่มีมาตรการประกอบการผ่อนคลายที่ชัดเจนว่าจะควบคุมไม่ให้มีการละเมิดอย่างไร

ช่วงสามสี่วันนี้ใครอยู่ในแวดวงการบริหารจัดการเตียงระดับ 3 ในเขตกทม. สำหรับรับและส่งต่อผู้ป่วยโควิดอาการรุนแรง และอาการวิกฤตระหว่างโรงพยาบาล ต้องกุมขมับ เพราะสถานการณ์เตียงเริ่มคับขัน จนกลับไปเหมือนเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ที่หลายคนอยากกลั้นใจตาย แถมผู้ป่วยหนักระลอกใหม่นี้ มีสัดส่วนที่สูงซึ่ง เป็นผู้สูงอายุและมีโรคเรื้อรัง และมีหลายรายที่สืบสาวหาต้นตอการรับเชื้อไม่ได้ชัดเจน ซึ่งหมายถึง เชื้อได้ระบาดซึมลึกเข้าไปในชุมชนทั่วไปแล้ว ไม่ได้อยู่แต่ในกลุ่มก้อนทั้งใหม่และเก่าที่โผล่ขึ้นมามากมายเป็นดอกเห็ดจนจดจำกันไม่หวาดไม่ไหว

ก่อนจะคิดก่อนจะทำอะไร เคยถามและรับฟังอย่างใส่ใจจากภาคการแพทย์ ส่วนที่เขาทำงานกันอยู่อย่างหนักหน่วงบ้างไหม จะโทษส่วนน้อยของภาคการแพทย์ ที่ชงข้อมูลซึ่งขัดความรู้สึกส่วนใหญ่ขึ้นมาให้ก็คงใช่ที่ เพราะคำพูดที่ออกสู่สาธารณะแล้ว ถือเป็นสัญญาประชาคมแบบหนึ่ง ที่ผู้พูดต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่ฝ่ายเดียว แต่ดินแดนสารขัณฑ์แห่งนี้ มีตัวอย่างให้เห็นกันมามากมายแล้วในอดีตว่า คำพูดไม่เคยเป็นนายคน (ที่ไม่มีธรรมาภิบาล) เหมือนดังคนโบราณสอนสั่ง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight