COVID-19

‘หมอธีระวัฒน์’ ห่วงหนัก ฉายภาพวิกฤติจากโควิด-19 ถ้าฉีดวัคซีนล่าช้า ทุกคนเสี่ยงหมด


“หมอธีระวัฒน์” ฉายภาพ วิกฤติจากโควิด-19 ฉีดวัคซีนล่าช้า ไม่ครอบคลุม 70-90% ของประชากรใน 2-3 เดือน กระทบเป็นลูกโซ่ ชี้ทุกคนมีความเสี่ยง รับเชื้อ แพร่เชื้อต่อ 

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha สะท้อนภาพ วิกฤติจากโควิด-19 ถึงคนที่มีความเสี่ยงติดโควิด-19 นอกจากคนที่เป็นจุดกลาง รับและแพร่เชื้อต่อ จากการพบปะคนจำนวนมากแล้ว คนทุกคนล้วนมีความเสี่ยง หากฉีดวัคซีนโควิดล่าช้า สกัดไม่อยู่ เกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ โดยเฉพาะการรักษาพยาบาลที่เป็นค่าใช้จ่ายมหาศาล โดยระบุว่า

วิกฤติจากโควิด-19

“เป็นไปไม่ได้ที่จะถามว่า คนที่เจอต่อหน้า “คุณมีความเสี่ยงหริอไม่?”

คนที่เป็นจุดกลางรับและแพร่ ต่อเป็นทอดๆ รับ-แพร่ คนจุดกลาง เหล่านี้ ต้องมีการป้องกันแน่นหนากว่าคนอื่น ๆ หน้ากาก 2 ชั้น แว่นตาปกป้องเยื่อยุตา ล้างมือบ่อยที่สุด และได้รับวัคซีน มีการตรวจคัดกรองเป็นระยะทุก 4-5 วัน ถ้าเป็นไปได้

ใครบ้าง? เช่น คนเก็บเงินร้านสะดวกซิ้อ คนขับรถโดยสาร ครู หมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่เวรเปล เจ้าหน้าที่ทำความสะอาด เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ปฎิบัติงานสาธารณะ เจ้าหน้าที่ในห้องปฎิบัติการแลปที่รับตัวอย่าง และตรวจหาเชื้อ

หนึ่งคน พบปะคนเป็นสิบเป็นร้อยในหนึ่งวัน คนที่เป็นจุดกลาง แทบเป็นไปไม่ได้ ที่จะสามารถหลีกเลี่ยงคนติดเชื้อที่ไม่มีอาการ และมีโอกาศเสี่ยงซ้ำ ๆ ในทุกๆวัน

เป็นไปไม่ได้ที่จะถามว่า คนที่เจอต่อหน้า “คุณมีความเสี่ยงหริอไม่?”

ต้องเจอกับคนทุกสารทิศ ขณะเดียวกัน ถ้าติด แพร่ต่อให้คนอื่น ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ลำดับต่อไป และจากนั้น คนที่รับ ก็นำไปแพร่ต่อ ในสถานที่ ชุมชน แน่นแออัด หรือ นำไปสู่ที่ทำงานเป็นทอด ๆ นำกลับไปบ้านไปยังผู้ใหญ่ที่ไม่เคยออกจากบ้าน

สถานการณ์ ปัจจุบัน บอกลำบากว่าใครมีความเสี่ยงสูง ต่ำ พื้นที่ใด สีใด

อะไรที่เรียกว่าคนมีความเสี่ยง?

ณ ป้จจุบัน ไม่สามารถใช้เงื่อนไขเดิมๆแล้ว ทุกคนดูเสี่ยงหมด

คนที่จัดเป็นไม่มีความเลี่ยงเลย อายุมาก ไม่ออกไปไหน นัดมารับการผ่าตัด ตรวจโควิดก็ยังเจอ ถ้าพลาด ก็แพร่ในโรงพยาบาล

วัคซีน วันละ 430,000 ถ้าวันละ 900,000 และเกิดเป็นไปได้ เราจะบุกตะลุยวายร้ายโควิดได้

เชียร์ ๆ ๆ ครับ”

วัคซีนโควิดรพ.สนาม ๒๑๐๖๑๐

นอกจากนี้ หมอธีระวัฒน์ ยังฉายภาพวิกฤติโควิด หากฉีควัคซีนไม่ครอบคลุมทั้งประเทศ 70-90% ให้ครบ 2 เข็ม ภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า กระทบหนักทั้งเตียงไอซียูไม่เพียงพอ ค่าใช้จ่ายในการรักษา อุปกรณ์ช่วยชีวิตมหาศาล โดยระบุว่า

ถ้ารอด ต้องรอดทุกคนไปด้วยกัน

ถ้าเราไม่โจมตีวายร้ายโควิด ด้วยการฉีดวัคซีนครอบคลุมทั้งประเทศ 70 ถึง 90% ในสองสามเดือนนี้ ทั้ง 2 เข็ม

เตียงไอซียูแน่น อาการหนักที่จะรอเข้า เข้าไม่ได้

คนป่วยอาการไม่หนักมาก อย่างน้อยใช้เวลา 14 วัน อยู่ในโรงพยาบาลที่ไม่ใช่เอกชน ประเมินค่ารักษา ยา อุปกรณ์ อย่างน้อย 200,000 บาท

คนป่วยที่ตัองเริ่มใช้ออกซิเจนไฮโฟล เพื่อพยุงไม่ให้ถุงลมแฟบ การรักษาเริ่มยุ่งยากขึ้น ประเมินจะสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว และเริ่มใช้เวลาในโรงพยาบาลนานขึ้น

คนป่วยที่อาการหนัก ในห้องกึ่งไอซียู หรือไอซียู จะอยู่เป็นอาทิตย์ อุปกรณ์ช่วยชีวิตมหาศาล เครื่องช่วยหายใจสอดท่อ และอวัยวะอื่นล้มเหลวตามมา ไต หัวใจ สมอง และอื่น ๆ ใช้เวลาในโรงพยาบาลหลายอาทิตย์ ถึงเป็นเดือน แน่นอนเป็นล้าน

กระทบตามมาเป็นลูกโซ่ คนป่วยที่ยกระดับขึ้นเป็นอาการหนักมาก ไม่มีที่ในไอซียูให้เข้า

จริงอยู่ รัฐช่วยแบ่งเบาภาระในการรักษาพยาบาล แต่เป็นเงินของคนไทยทั้งประเทศ

น้อง ๆ พยาบาล หมอ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทำงานหนัก มาก

ในโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์ อาจยังดีกว่าโรงพยาบาลในพื้นที่ ในจังหวัดที่รับภาระหนักขึ้นอีกหลายเท่า

วัคซีน ความระมัดระวังตัวมีวินัยของคนไทยทุกคน ถึงจะฉีดวัคซีนแล้วก็ตาม

สงครามครั้งนี้ยังไม่จบ ถ้ารอดต้องรอดทุกคนไปด้วยกัน”

อ่านข่าวเพิ่มเติม