ดูหนังออนไลน์
COVID-19

เปิดผลตรวจ สายพันธุ์โควิด พบสายพันธุ์อินเดีย 348 ราย อังกฤษมากสุด 88.48% แอฟริกาใต้เจอแค่ 26 ราย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยผลตรวจ สายพันธุ์โควิดในไทย 4,185 ราย พบ สายพันธุ์อินเดีย 348 ราย ใน 11 จังหวัด ขณะที่สายพันธุ์อังกฤษพบสูงสุด 88.84% ส่วนแอฟริกาใต้พบ 26 ราย

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากการสุ่มตรวจเฝ้าระวังสายพันธุ์เชื้อไวรัสซาร์-โค-วี-2 (SARS-CoV-2) หรือโควิด ตั้งแต่เดือนเมษายน –มิถุนายน 2564 รวมจำนวน 4,185 ราย พบว่า สายพันธุ์อัลฟา หรือ สายพันธุ์อังกฤษ มีการพบมากที่สุดในประเทศไทย จำนวน 3,703 ราย คิดเป็น 88.48% ส่วนใหญ่เป็นในกรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ สายพันธุ์ที่พบ รองลงมาคือ สายพันธุ์เดลตา หรือ สายพันธุ์อินเดีย 348 ราย คิดเป็น 8.32% สายพันธุ์ดั้งเดิม 98 ราย คิดเป็น 2.34% สายพันธุ์เบตา หรือสายพันธุ์แอฟริกาใต้  จำนวน 26 ราย คิดเป็น 0.62% และสายพันธุ์ B.1.524 จำนวน 10 ราย คิดเป็น 0.24%

สำหรับข้อมูลต่าง ๆ นี้ ได้รายงานไปยังหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อใช้ในการควบคุมเฝ้าระวังในพื้นที่ต่อไป โดยการตรวจสายพันธุ์โควิดครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือระหว่าง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และเครือข่ายห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัย เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อให้ประเทศไทย มีข้อมูลเฝ้าระวังสายพันธุ์ที่เข้มแข็ง และสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ต่อการควบคุมป้องกันโรค การรักษา และการวิจัยพัฒนาองค์ความรู้ต่าง ๆ ในประเทศ

จากข้อมูลรายงานขององค์กรสาธารณสุขประเทศอังกฤษ (Public Health England) และ WHO พบว่าสายพันธุ์อัลฟา เป็นสายพันธุ์ที่มีการแพร่กระจายง่าย ทำให้เกิดการป่วยและเสียชีวิตได้มากกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม วัคซีนที่ใช้ในประเทศ ยังสามารถใช้ได้กับสายพันธุ์นี้

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์

ส่วนสายพันธุ์เดลตา พบว่ามีการแพร่กระจายได้เร็วกว่าสายพันธุ์อัลฟา อย่างไรก็ตามยังไม่พบว่า มีความรุนแรงมากกว่าสายพันธุ์อัลฟา วัคซีนที่ใช้ในประเทศยังสามารถใช้ได้กับสายพันธุ์นี้ ขณะที่สายพันธุ์เบตา พบว่ามีการแพร่กระจายได้ช้ากว่าสายพันธุ์อื่น แต่ทำให้เกิดการป่วย และเสียชีวิตได้ มากกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม

ขณะที่ข้อมูลล่าสุด (วันที่ 9 มิถุนายน 2564) มีการรายงานพบสายพันธุ์เดลตา ในจังหวัดต่าง ๆ จำนวน 348 ราย พบในกรุงเทพมหานคร 318 ราย อุดรธานี 17 ราย สระบุรี 2 ราย นนทบุรี 2 ราย ขอนแก่น 2 ราย ชัยภูมิ 2 ราย พิษณุโลก 1 ราย ร้อยเอ็ด 1 ราย อุบลราชธานี 1 ราย บุรีรัมย์ 1 ราย และสมุทรสาคร 1 ราย

อ่านข่าวเพิ่มเติม