General

เพิ่มสิทธิบัตรทอง ตรวจเพทซีที ประเมิน ‘มะเร็งปอด-มะเร็งต่อมน้ำเหลือง’

เพิ่มสิทธิบัตรทอง บอร์ด สปสช. ไฟเขียว เพิ่มบริการตรวจเพทซีที (PET/CT) เป็นทางเลือกประเมินระยะของโรคมะเร็งปอด มะเร็งต่อมน้ำเหลือง หนุนโครงการมะเร็งรักษาที่ไหนก็ได้ที่พร้อม

ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2564 ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานบอร์ด สปสช. เป็นประธาน มีมติเห็นชอบ เพิ่มสิทธิบัตรทอง ให้สามารถใช้บริการตรวจเพทซีที (PET/CT) ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยกำหนดอัตราการจ่ายสนับสนุนค่าบริการตรวจในอัตรา ครั้งละ 3 หมื่นบาท นำร่องเป็นเวลา 6 เดือน

เพิ่มสิทธิบัตรทอง

ทั้งนี้ เพื่อเป็นทางเลือก สำหรับการประเมินระยะ ของโรคมะเร็งปอด ชนิดเซลล์ไม่เล็ก (NSCLC) การประเมินระยะโรคเริ่มต้น และประเมินการตอบสนอง ระหว่างให้ยาเคมีบำบัด และหลังสิ้นสุดการรักษา สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน (HL)

สำหรับการตรวจเพทซีที เป็นการใช้เครื่องมือทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ที่ใช้เทคโนโลยีร่วมกัน ของเครื่อง PET และ เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) เพื่อตรวจดูความผิดปกติของเซลล์ ระดับเมตาบอลิซึม ซึ่งเป็นการถ่ายภาพทางด้านรังสี ที่ตรวจวัดอนุภาคโพสิตรอน ที่ปล่อยจากผู้ป่วย หลังได้รับสารเภสัชรังสี เข้าไปในร่างกาย โดยสามารถให้รายละเอียดเพื่อนำไปวินิจฉัยโรค ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยให้สามารถประเมินระยะของโรคมะเร็งได้

นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาล โดย สปสช. ได้ดำเนินนโยบายการยกระดับบัตรทอง ใน 4 โครงการ โดย 1 ในนั้น คือ โครงการมะเร็ง รักษาที่ไหนก็ได้ ที่พร้อม ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการบริการ ได้อย่างสะดวกสบาย รวดเร็ว นำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาโรคมะเร็ง

อนุทิน
อนุทิน ชาญวีรกูล

สำหรับการเพิ่มสิทธิประโยชน์ใหม่นี้ ก็จะยิ่งช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็ง ได้รับการวินิจฉัยโรคที่ดียิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง

ด้าน รศ.พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้กรมบัญชีกลาง จ่ายสิทธิประโยชน์นี้ อยู่ในอัตรา 4.5 หมื่นบาท ส่วนตัวได้หารือกับหน่วยบริการแล้ว พบว่า อัตราการจ่าย 3 หมื่นบาทนั้น มีเพียงบางหน่วยบริการเท่านั้น ที่สามารถดำเนินการได้ จึงเสนอให้บอร์ด สปสช. มีมติจ่ายในอัตรา 3 หมื่นบาท ในระยะเวลา 6 เดือนแรก จากนั้นให้ติดตาม เพื่อประเมินความเหมาะสม ของอัตราการจ่ายต่อไป

ขณะที่ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สปสช. ได้จัดสรรงบประมาณ ที่ใช้สนับสนุนสิทธิประโยชน์ใหม่นี้ โดยปีงบประมาณ 2564 จะเบิกจ่ายจาก งบค่าบริการกรณีเฉพาะ ที่กันไว้ จำนวน 880 ล้านบาท และให้เป็นไปตามประกาศหลักเกณฑ์ การดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนฯ ฉบับที่ 2 ซึ่งเป็นงบประมาณที่ใช้ดำเนินการ ตามโครงการมะเร็ง รักษาที่ไหนก็ได้ ที่พร้อม

อ่านข่าวเพิ่มเติม