ดูหนังออนไลน์
General

‘สาธารณสุข’ เตือน!! ฤดูฝนแบบนี้ระวัง ‘ไข้เลือดออก’

“กระทรวงสาธารณสุข” ย้ำช่วงฤดูฝน แพทย์-พยาบาล รักษาผู้ป่วยมีไข้ให้คิดถึงไข้เลือดออกด้วย พร้อมให้ อสม. ชวนประชาชนกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในบ้านทุก 7 วัน หากมีไข้สูง 2 วันไม่ดีขึ้นให้รีบไปโรงพยาบาล

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สถานการณ์ไข้เลือดออกในปีนี้ (1 มกราคม-2 มิถุนายน 2564) พบผู้ป่วยแล้ว 3,366 ราย มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุ 5–14 ปี และเด็กเล็ก แม้ว่าจำนวนผู้ป่วยจะน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปี 2563 ถึง 81% แต่ยังไม่สามารถนิ่งนอนใจได้

ทั้งนี้ หากพบผู้ป่วยมีไข้มารับการรักษาที่โรงพยาบาลให้คำนึงถึงโรคไข้เลือดออกด้วย และให้สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดการขยะ กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในชุมชน รวมทั้งให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ชวนประชาชนดูแลภายในบ้าน ไม่ให้มีแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ตามหลัก 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค คือ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลายหรือโรคชิคุนกุนยา

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

“ในช่วงนี้ เด็กเล็ก เด็กนักเรียนยังไม่เปิดเทอม ขอให้ผู้ปกครองดูแลไม่ให้ยุงกัด สวมใส่เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว นอนในมุ้ง หากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หน้าแดง มีผื่น มีรอยจ้ำเลือดหรือจุดเลือดออกตามลำตัว แขน ขา เบื่ออาหาร จุกแน่นลิ้นปี่ หรือสงสัยว่าป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก ให้ไปพบแพทย์โดยเร็ว ขอย้ำว่า อย่าซื้อยาแก้ปวดลดไข้กลุ่มเอ็นเสด (NSAIDS) เช่น แอสไพริน ไอบรูเฟน มากินเอง เพราะหากเป็นไข้เลือดออก จะทำให้เกิดอาการเลือดออกมากขึ้น” นพ.เกียรติภูมิกล่าว

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้ป่วยไข้เลือดออกจะมีอาการไข้สูงลอย อุณหภูมิ 38.5 – 40.0 องศาเซลเซียส ติดต่อกัน 2 – 7 วัน อาการทั่วไปคล้ายเป็นหวัด แต่ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก หน้าแดง ปวดศีรษะ บางรายอาจมีปวดท้อง อาเจียนมีจุดแดงเล็กตามแขน ขา ลําตัว หากมีอาการไข้สูง 2 วัน อาการไม่ดีขึ้น อ่อนเพลีย ซึมลง ปัสสาวะสีเข้ม หรือหลังจากไข้ลดแล้วแต่อาการแย่ลง ซึมกว่าเดิม เบื่ออาหาร เลือดกําเดาไหล อาเจียนเป็นเลือด และอุจจาระเป็นสีดํา หมดสติ ให้รีบนําส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงทีเพื่อลดการเสียชีวิต

สำหรับการดูแลผู้ป่วยที่แพทย์ให้กลับมาพักฟื้นที่บ้าน ควรดื่มน้ำผลไม้หรือน้ำเกลือแร่บ่อย ๆ เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำธรรมดา รับประทานอาหารอ่อนและกินยาตามแพทย์สั่ง โดยทั่วไปผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจนภายใน 2-3 วัน

ทั้งนี้ หลัก 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค คือ เก็บบ้านให้สะอาด ไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง เก็บขยะที่อยู่บริเวณรอบบ้าน เก็บภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และเก็บน้ำ ปิดฝาภาชนะที่ใส่น้ำให้มิดชิด เปลี่ยนน้ำในกระถางหรือแจกันทุกสัปดาห์ ป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่ จะสามารถป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย หรือโรคชิคุนกุนยา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Siree Osiri OHO BANGKOK