Politics

‘สภาผู้แทนนิสิตเกษตรฯ’ แถลงการณ์ขอโทษ เคยหนุน ‘กปปส.’ ปูทางรัฐประหาร


เอาด้วย! “สภาผู้แทนนิสิตเกษตรฯ” แถลงการณ์ขอโทษสังคม เคยหนุนม็อบ “กปปส.” ส่วนหนึ่งปูทางล้มเลือกตั้ง นำไปสู่รัฐประหาร 

รายงานข่าวเปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (27 พ.ค.) สภาผู้แทนนิสิต องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง แถลงการณ์ขอโทษสังคม กรณีสนับสนุนคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูป ประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.)

สภาผู้แทนนิสิตเกษตรฯ กปปส.

“สภาผู้แทนนิสิตเกษตรฯ” ขอโทษสังคม เคยหนุนม็อบ “กปปส.”

เนื้อหาในแถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า เนื่องด้วยในปี พ.ศ. 2556 ได้มีการชุมนุมของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ในขณะนั้น

สภาผู้แทนนิสิต องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ได้เป็นส่วนหนึ่งในการแสดงออกเพื่อสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองดังกล่าว ผ่านการร่วมเดินขบวนและการปราศรัยกับกลุ่มผู้ชุมนุมในฐานะตัวแทนนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

การแสดงออกดังกล่าว แม้ว่าจะเป็นสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่กระทำได้ตามสังคมในระบอบประชาธิปไตย แต่การกระทำดังกล่าวนั้นได้ส่งผลเสียหายแก่ประเทศนานัปการ ด้วยการเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นเหตุให้เกิดวิกฤตทางการเมือง นำไปสู่การล้มการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรและการรัฐประหารล้มล้างรัฐธรรมนูญ โค่นล้มรัฐบาลที่ได้รับเลือกตั้งจากเสียงของประชาชนอย่างชอบธรรม ทำให้ประเทศไทยต้องตกอยู่ภายใต้ระบอบการปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์จวบจนทุกวันนี้

สภาผู้แทนนิสิต องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขนนั้น แม้จะยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยและมีจุดยืนเคียงข้างประชาชนตามคติพจน์ที่ว่า “ประชาชนคือเจ้าของประเทศ เกษตรศาสตร์คือภาษีของประชาชน”

แต่การแสดงออกทางการเมืองเพื่อสนับสนุน กปปส. ในอดีตนั้น ได้กลายเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งอันนำไปสุ่การทำลายระบอบประชาธิปไตยและเสรีภาพของประชาชน แม้จะกล่าวว่ากระทำไปด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์ แต่ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า การกระทำเหล่านั้นนำมาซึ่งความเสื่อมเสียในนามตัวแทนนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง

ดังนั้น สภาผู้แทนนิสิต องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ในวาระปีการศึกษา 2564 ได้ตระหนักถึงความผิดพลาดดังกล่าวในอดีต จึงขอแสดงความสำนึกผิดและขอภัยต่อประชาชนชาวไทยและนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง ในการกระทำที่เป็นปัจจัยส่วนหนึ่งของความเสียหายที่เกิดขึ้น

ดังนั้น สภาผู้แทนนิสิต องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ในวาระปีการศึกษา 2564 จึงขอแสดงจุดยืนว่า จะยึดมั่นสนับสนุนประชาธิปไตยซึ่งประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยทั้งปวง และจะส่งเสริม เคารพสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาคและภารดรภาพของประชาชนทุกคน ดังคติพจน์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ว่า “ประชาชนคือเจ้าของประเทศ เกษตรศาสตร์คือภาษีของประชาชน”

สภาผู้แทนนิสิต องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

26 พฤษภาคม 2564

186520707 4318509374846087 137368666885732227 n e1622186737271

“จุฬาฯ” ใช้โอกาสครบ 7 ปีรัฐประหาร ขอโทษสังคม

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2564 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 7 ปี การทำรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อบจ.) มีมติให้ออกแถลงการณ์ขอโทษสังคม กรณีที่ อบจ. เคยสนับสนุน กปปส. ช่วงปลายปี 2556 ถึงการรัฐประหารในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557

โดยเพจเฟซบุ๊ก นิสิตรีคอเดอร์ – Nisit Recorder ซึ่งเป็นชมรมหนังสือพิมพ์ของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยรายงานว่า อบจ. ได้เปิดลงมติแบบไม่เปิดเผยชื่อเพื่อออกแถลงการณ์ดังกล่าว ปรากฏว่า มติผ่านที่ประชุมไปด้วยคะแนน 1 เสียงเท่านั้น โดยมีผู้ลงเสียงอนุมัติจำนวน 9 เสียง ในขณะที่ไม่อนุมัติจำนวน 8 เสียง และงดออกเสียงจำนวน 4 เสียง

แถลงการณ์-อบจ.-กปปส.

เนื้อหาในแถลงการณ์ระบุว่า อบจ. “ขอแสดงความสำนึกผิดและขออภัยต่อประเทศชาติและประชาชนอันเป็นที่รักยิ่ง” จากการเข้าร่วมการชุมนุม กปปส. ซึ่งเป็นการชุมนุมที่ “เซาะกร่อนบ่อนทำลายสิทธิเสรีภาพของคนไทยจนถึงแก่น” และนำ “ความอัปยศอดสูมาสู่เกียรติประวัติของสถาบันการศึกษาอันเก่าแก่แห่งนี้อย่างพ้นประมาณ” และยังกล่าวต่ออีกว่าต่อจากนี้ อบจ. จะทำหน้าที่สนับสนุนประชาธิปไตยต่อไปด้วย

ทั้งนี้ บทบาทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในขบวนการ กปปส. นั้นเป็นที่กล่าวถึงอย่างมาก แม้จะมีการปฏิเสธว่าเป็นเพียงการกระทำของศิษย์เก่า ไม่ใช่ของมหาวิทยาลัยโดยตรง แต่ผู้บริหารและคณาจารย์หลายท่านก็ได้เข้าร่วมการชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ในช่วงที่การชุมนุมย้ายมาใช้เวทีปทุมวันเป็นเวทีหลักนั้น จุฬาฯ ก็ยังรับภาระเป็นแม่งานดูแลเวทีใหญ่ให้ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อีกด้วย

สำหรับนายก อบจ. ในปีการศึกษา 2556 เป็นนิสิตคณะวิศกรรมศาสตร์ และยังเป็นคนที่เป็นผู้อ่านแถลงการณ์ และผู้นำการเดินขบวนคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในนามขององค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาฯ (อบจ.) โดยอ้างว่าเป็นพลัง “น้ำใจน้องพี่สีชมพู” ทำเพื่อ “ผดุงความถูกต้องและเป็นธรรมในสังคม” “ตอบแทนคุณของแผ่นดิน” และเป็นการ “สืบสานพระราชปณิธานฯ และเกียรติภูมิจุฬาฯ”

 อ่านข่าวเพิ่มเติม