ดูหนังออนไลน์
Politics

‘นายกรัฐมนตรี’ สั่งกทม.เร่งฉีดวัคซีนทั่วกรุงให้ได้ 5 ล้านคน สร้างภูมิคุ้มกันหมู่

“โฆษกรัฐบาล” เผย “นายกรัฐมนตรี” สั่งเร่งแก้ปัญหาติดเชื้อในเรือนจำทั่วประเทศ กำชับ “กทม.” ฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรอย่างน้อย 5 ล้านคนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการในที่ประชุมคณะมนตรี เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยกำชับให้เร่งแก้ปัญหาการติดเชื้อในเรือนจำต่าง ๆ ทั่วประเทศ พร้อมดำเนินการตรวจเชิงรุกให้ได้มาก และเร็วที่สุด

ขณะเดียวกัน ให้เร่งจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในเรือนจำที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก มีการคัดแยกผู้ที่ป่วย หากมีอาการรุนแรงก็จะนำออกมารักษาตามระบบต่อไป แต่หากอาการไม่รุนแรง จะให้พักรักษาในโรงพยาบาลสนาม ที่กรมราชทัณฑ์ดำเนินการ

“ขอให้ความมั่นใจกับประชาชนว่า การรักษาผู้ป่วยในเรือนจำเป็นระบบปิด ดังนั้นโอกาสที่จะมีการแพร่เชื้อออกมาสู่ชุมชนจึงมีน้อยมาก ซึ่งได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่มีความเข้มงวดในการดูแลส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะช่วงที่มีการระบาด จะไม่ให้มีการเยี่ยมของบุคคลภายนอก จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น” นายอนุชา กล่าว

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ส่วนกรณีมาตรการดูแล “แคมป์คนงาน” ที่พักอาศัยจำนวนมากที่มีการติดเชื้อ ไม่ให้มีการขยายไปในที่ชุมชน นั้น นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายกับกรุงเทพมหานครว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม ให้กรุงเทพมหานคร ดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับคนในพื้นที่กรุงเทพมหานครให้ได้อย่างน้อย 5 ล้านคน ครอบคลุมประชากร 70% เพื่อการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เพราะปัจจุบัน มีการแพร่เชื้อในชุมชนที่อยู่กันอย่างแออัด โดยจะมีการคัดกรอง ตรวจเชิงรุก ฉีดวัคซีนปูพรม เพื่อป้องกันการระบาด ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์และอาจารย์หมอผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อระงับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่เสี่ยง

สำหรับการฉีดวัคซีนในส่วนของกรุงเทพมหานครนั้น ขณะนี้กรุงเทพมหานคร มีการจัดสรรวัคซีนให้กับโรงพยาบาล สถานพยาบาล หน่วยงานต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร รวม 231 แห่ง ที่พร้อมจะฉีดวัคซีน นอกจากนี้ จะมีสถานที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล โดยหน่วยงานร่วมกับสถานที่ของเอกชนอีก 25 แห่งที่ได้มีการเปิดทดลองระบบแล้ว ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ไปตรวจเยี่ยมการเตรียมพร้อม ได้แก่ เซ็นทรัลลาดพร้าว สามย่านมิตรทาวน์ เดอะมอลล์ บางกะปิ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีเปิดให้บริการเพิ่มคือที่ บิ๊กซี บางบอน และจะเปิดให้บริการเพิ่มในสถานที่อื่น ๆ เมื่อมีวัคซีนเข้ามา สำหรับความคืบหน้าของการฉีดวัคซีนในกรุงเทพมหานคร มีการฉีดไปแล้ว 556,700 โดส จำนวนผู้ได้รับวัคซีนสะสม 473,000 กว่าราย ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร ต้องการให้มีการลงทะเบียนเพื่อจองการฉีดวัคซีนผ่านแอพพลิเคชันหมอพร้อม ซึ่งจะทำให้สามารถบริหารจัดการการฉีดวัคซีนได้ดีที่สุด

“ช่องทางการลงทะเบียนทั้งหมด มี 3 ช่องทางหลัก คือไลน์หมอพร้อม หรือแอพลิเคชันหมอพร้อม ที่จะทราบถึงวันและสถานที่ที่จะฉีดชัดเจน ที่ขณะนี้มีกลุ่มผู้ที่ได้รับการจัดลำดับให้ฉีดวัคซีนในเบื้องต้น คือผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ที่อยู่ในกลุ่มโรคเรื้อรัง 7 กลุ่ม โดยมีผู้ที่ได้ลงทะเบียนอยู่ในระบบของหมอพร้อมมากกว่า 7 ล้านคนแล้ว” นายอนุชา กล่าว

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี เข้าใจประชาชนที่มีความพร้อมที่จะฉีดวัคซีนแล้ว จึงได้มีการทำความเข้าใจกันว่า เรื่องของการที่จะวอล์คอิน ขอให้ทำความเข้าใจว่า เป็นการวอล์คอินเข้ามาเพื่อรับวัคซีน ถ้าหากจุดบริการนั้นมีวัคซีนเพียงพอ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของวัคซีนที่จะเข้ามาในประเทศไทย แต่เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน หรือความไม่สะดวกกับประชาชน ขอให้ประชาชนเมื่อไปถึงสถานที่ฉีดวัคซีนแล้ว แต่ไม่ได้ลงทะเบียนหมอพร้อมมาก่อน ก็ขอให้ลงทะเบียนในวันที่วอล์คอิน

หากวันนั้นไปแล้วไม่ได้รับการฉีดวัคซีน หรือวัคซีนมีไม่เพียงพอ ก็จะได้รับทราบวันเวลาที่ชัดเจนที่จะกลับมาอีกครั้ง โดยไม่ต้องกลับมาวอล์คอินอีกในวันรุ่งขึ้นทุก ๆ วัน จนกว่าจะได้รับวัคซีน เพราะอาจจะทำให้เกิดความลำบาก ทั้งนี้ สามารถวอล์คอินเข้าไป ถ้าวันนั้นมีวัคซีนพอ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้หลายประการ เช่น ผู้ที่ลงทะเบียนไว้แล้วไม่มาตามนัด ก็จะทำให้มีวัคซีนเหลือในวันนั้น จึงจะจัดให้คนที่เดินเข้ามาฉีด แต่ไม่การันตีว่าจะได้ฉีดในวันนั้น จึงอยากให้ประชาชนได้เข้าใจตรงนี้ เมื่อไปแล้ววัคซีนพร้อมก็จะฉีดได้ในวันนั้น แต่ถ้าวัคซีนไม่เพียงพอ จะให้ลงทะเบียนเพื่อที่จะนัดกลับมาอีกครั้งเพื่อความสะดวก

โฆษกรัฐบาล กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรี ให้นโยบายว่า ต้องการปูพรมฉีดวัคซีนทั่วประเทศให้กับกลุ่มที่พร้อม ซึ่งอาจมีการนัดเป็นกลุ่มคณะต่าง ๆ ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น พนักงานในส่วนบริการ บุคลากรในโรงงาน ผู้พิการ นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ รวมถึงนักเรียนที่ต้องเดินไปทางศึกษาต่อต่างประเทศ บุคคลกลุ่มเหล่านี้สามารถแสดงความจำนงไปยังสาธารณสุขเพื่อนัดหมายในการเข้ารับการฉีดวัคซีนได้

ทั้งนี้ ในเดือนพฤษภาคมจะมีวัคซีนเข้ามาทั้งสิ้น 350,000 โดส ซึ่งส่วนใหญ่เป็น Sinovac ได้มีการเตรียมการกระจายวัคซีนไปยังจุดต่าง ๆ ที่มีการลงทะเบียน รวมถึงบุคลากรด่านหน้าให้ครบถ้วน และสำหรับกลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ จะเริ่มฉีดในเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม