ดูหนังออนไลน์
Politics

‘โฆษกรัฐบาล’ เผย ‘บิ๊กตู่’ ห่วงเฟคนิวส์ วอนหยุดซ้ำเติมความเดือดร้อน!!

“โฆษกรัฐบาล” เผย “นายกรัฐมนตรี” ห่วงการปล่อยเฟคนิวส์ โดยเฉพาะเรื่องวัคซีนที่แชร์ข้อมูลไม่ถูกต้อง วอนหยุดซ้ำเติมความเดือดร้อนให้ประชาชน ยันผู้ป่วยโควิดรักษาฟรีทุกราย

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วานนี้ (11พ.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แจ้งต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า อยากให้การฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนเห็นความสำคัญ และมั่นใจการฉีดวัคซีนของภาครัฐ สามารถจัดหาวัคซีนได้ทัน และฉีดได้รวดเร็ว พร้อมขอให้ทุกหน่วยงานเชิญชวนประชาชนฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด เพื่อประเทศจะเดินหน้าต่อไปในเรื่องอื่น ๆ อาทิ การเปิดประเทศ การทำกิจกรรมต่าง ๆ จะมีภูมิคุ้มกันหมู่ ทำให้ความรุนแรงการติดเชื้อลดลง

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ บุคลากรทางการแพทย์ ได้แนะนำว่า เมื่อฉีดวัคซีนแล้ว หากติดเชื้อจะไม่ทำให้เสียชีวิตอย่างแน่นอน ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ฉีดเกือบครบแล้ว ขณะเปิดให้ผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” หลังจากนั้นจะเดินหน้าฉีดให้ผู้ที่ทำงานมีความเสี่ยง ผู้ที่เดินทางบ่อยและพบปะผู้คนจำนวนมาก เช่น พนักงานขับรถส่งของ ขับรถสาธารณะ พนักงานร้านสะดวกซื้อ พนักงานภาคการท่องเที่ยว เพื่อลดการระบาด

“โดยในเดือนมิถุนายนจะเริ่มระดมฉีดใน 14 ศูนย์ และจะเดินหน้าเพิ่มขึ้นเป็น 25 ศูนย์เร็ว ๆ นี้ โดยจะเปิดให้องค์กรต่าง ๆ จัดสรรพนักงานที่มีความเสี่ยงทยอยเข้ารับการฉีดวัคซีน” นายอนุชา กล่าว

โฆษกรัฐบาล ยังกล่าวถึงการจัดซื้อวัคซีนว่า ในเดือนพฤษภาคมนี้ จะได้รับวัคซีนซิโนแวค 3.5 ล้านโดส และเดือนมิถุนายน จะได้รับแอสตร้าเซเนก้าที่ผลิตในไทยอีก 6 ล้านโดส จากนั้นจะได้รับอีกเดือนละ 10 ล้านโดส ส่วนการจัดซื้อวัคซีนยี่ห้ออื่นอยู่ระหว่างการเจรจา ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าจะจัดซื้อให้ได้ 150 ล้านโดส ภายในสิ้นปีนี้

สำหรับการติดต่อสั่งซื้อวัคซีนไฟเซอร์นั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธาณสุขหารือกับตัวแทนบริษัทไฟเซอร์แล้ว และทางบริษัทยืนยันจะสำรองและส่งวัคซีนให้ประเทศไทยได้ตามความต้องการของกระทรวงสาธารณสุขประมาณ 10 ล้านโดสตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ปีนี้เป็นต้นไป และเมื่อขึ้นทะเบียนวัคซีนกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้ว ทางบริษัทไฟเซอร์จะส่งวัคซีนให้รัฐบาลก่อน ละภาคเอกชนสามารถเจรจาสั่งซื้อได้

อย่างไรก็ตาม องค์การเภสัชกรรม ยืนยัน ไม่ได้จัดเก็บค่าบริการการจัดซื้อวัคซีนเพิ่มอีก 10% ตามที่เป็นข่าว ซึ่งผู้นำเข้าวัคซีนจะมีค่านำเข้า ค่าตรวจห้องปฎิการ มีค่าภาษีมูลค่าเพิ่มตามปกติ ซึ่งโรงพยาบาลเอกชนต้องดูแลอยู่แล้ว ทั้งนี้ รัฐบาลจะดูแลค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลต่าง ๆ ให้ผู้ป่วยติดเชื้อทุกคน โดยไม่ให้โรงพยาบาลเรียกเก็บจากผู้ป่วย หากฝ่าฝืนจะมีโทษทางกฎหมายและหากใครมีผลข้างเคียงจากการรับวัคซีน ทางสปสช.จะดูแลค่าเยียวยา

“นายกรัฐมนตรี มีความกังวลเรื่องเฟคนิวส์ โดยเฉพาะเรื่องวัคซีนที่แชร์ข้อมูลไม่ถูกต้อง สร้างความสับสนให้สังคม ซึ่งนายกรัฐมนตรีขอให้กลุ่มคนเหล่านี้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว เพราะถือเป็นการซ้ำเติม เพิ่มความเดือดร้อนให้ประชาชน และให้ดำเนินคดีทันทีหากแชร์ข้อมูลไม่ถูกต้อง” นายอนุชา กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม