ดูหนังออนไลน์
Politics

‘หญิงหน่อย’ จี้รัฐยกระดับการบริหารจัดการวัคซีนเป็น ‘วาระแห่งชาติ’

“หญิงหน่อย” เปิดแถลงการณ์ “พรรคไทยสร้างไทย” หลัง “โควิด” ระบาดหนัก จี้จี้รัฐยกระดับการบริหารจัดการวัคซีนเป็น “วาระแห่งชาติ” จัดหาวัคซีนคุณภาพ วางแผนในการฉีดวัคซีนอย่างเป็นรูปธรรม

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้ก่อตั้งพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan ระบุว่า แถลงการณ์พรรคไทยสร้างไทย ตามที่ได้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ขึ้นในประเทศไทย ซึ่งนอกจากจะทำให้ประชาชนตื่นตระหนกจากโรคร้าย และเกิดความไม่มั่นคงในชีวิตความเป็นอยู่แล้ว โควิด-19 ยังส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ

โดยที่การบริหารจัดการประเทศในภาวะวิกฤติของรัฐบาลปัจจุบัน อาจยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนส่วนใหญ่ได้ ประกอบกับฐานะทางการคลังในช่วง 4 – 5 ที่ผ่านมา มีความเปราะบางมาก จึงไม่สามารถเยียวยาแก้ไขปัญหาของประเทศ และความเดือนร้อนของประชาชนให้ลุล่วงไปได้โดยเร็ว

178847480 3923769607701803 8512722832403048145 n

เพื่อลดความตื่นกลัวอันจะทำให้การแก้ไขปัญหาทวีความยากยิ่งขึ้น พรรคไทยสร้างไทย เห็นว่ารัฐบาลจะต้องเร่งสร้างให้ประชาชนเกิด “ความเชื่อมั่น” (trust) และ “ความมั่นใจ” (confidence) ว่ารัฐบาลมีความสามารถที่จะดูแลความปลอดภัยด้านสาธารณสุขให้กับพี่น้องประชาชน ในขณะเดียวกันก็มีความสามารถที่จะแก้ไขและฟื้นฟูเศรษฐกิจที่เสียหายให้กลับคืนมาได้

กลไกที่จะสร้างความมั่นใจว่าจะเอาชนะโรคระบาดได้อย่างยั่งยืน คือการสร้าง “ภูมิคุ้มกันหมู่” ให้กับประชาชน โดยเครื่องมือที่ง่าย, ประหยัด, ปลอดภัย, ได้ผลเร็ว และสามารถลดจำนวนการสูญเสียชีวิตของพี่น้องประชาชนคือการเร่ง “ฉีดวัคซีน”

พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ได้ตั้งข้อสังเกตถึง “ความล่าช้าอย่างยิ่งของรัฐบาล ในการบริหารจัดการกับปัญหาโควิด โดยเฉพาะการจัดหาวัคซีน”

พรรคไทยสร้างไทย ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างยิ่งยวด และจึงได้เสนอรัฐบาลไปหลายครั้งก่อนหน้านี้ เพื่อให้ยกระดับการบริหารจัดวัคซีนขึ้นเป็น “วาระแห่งชาติ” เพื่อระดมศักยภาพของทุกภาคส่วน รวมทั้งเอกชน มาจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพมา และวางแผนในการฉีดวัคซีนอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าหมายในการ ฉีดวัคซีนให้ประชาชน 50 ล้านคน หรือ 70% ของประชากรให้จบภายในสิ้นปีนี้ โดยต้องเร่งฉีดให้ได้เดือนละ 15 ล้านโดส ตั้งแต่มิถุนายนเป็นต้นไป

ดังนั้น รัฐบาลต้องให้ข้อมูลที่ชัดเจนต่อประชาชน เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจว่าจะสามารถเข้าถึงวัคซีนได้ทุกคนภายในระยะเวลาเท่าไหร่กันแน่ พร้อมกันนั้น รัฐบาลจะต้องบอกแผนเศรษฐกิจ ในการจะดูแลพี่น้องประชาชนทั้งด้านผู้บริโภคและผู้ประกอบการ รวมถึงการลดการใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่เกิดผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลมีความเข้าใจ พร้อมที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุข มีมาตรการและมีขีดความสามารถที่จะนำพาประเทศชาติและประชาชนฟันฝ่าอุปสรรคทางเศรษฐกิจครั้งนี้ไปได้

พรรคไทยสร้างไทย ตระหนักดีถึงฐานะทางการคลังของรัฐบาลที่มีความเปราะบาง ทำให้รัฐบาลไม่สามารถจะกู้เงินจำนวนมากมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาได้ แต่การสร้างความเชื่อมั่นด้วยการเสนอมาตรการที่ทำให้ประชาชนเชื่อถือดังกล่าว รวมถึงต้นทุนในการจัดหาวัคซีน เมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณส่วนอื่นที่รัฐบาลได้ใช้ไป ถือเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก เพราะหากประชาชนยังไม่มีความเชื่อมั่นในศักยภาพของรัฐบาลแล้ว การลงทุนภาครัฐจะไม่เกิดผลตอบแทนทางเศรษฐกิจซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อฐานะทางการคลังของรัฐบาลและไม่เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม

พรรคไทยสร้างไทย ขอเรียกร้องให้รัฐบาล ได้เร่งปรับปรุง การทำงานแก้ไขวิกฤติโควิดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และทันต่อสถานการณ์ เพื่อประชาชน และประเทศไทยอันเป็นที่รักของทุกคน

รวมทั้งขอร้องให้รัฐบาลได้เปิดทางให้ภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหาวิกฤตนี้ให้รวดเร็วขึ้น เช่นกระจายการจัดซื้อวัคซีน และชุดตรวจหาเชื้อโควิดให้กับภาคเอกชน เพราะเวลานี้เราต้องแสวงหาความร่วมมือจากทุกฝ่าย “เพื่อให้ประชาชนรอดก่อน”
ขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชน รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขทุกท่าน ที่เสียสละทำงานอย่างหนัก เพื่อร่วมกันนำพาประเทศออกจากวิกฤตครั้งนี้โดยเร็ว

#พรรคไทยสร้างไทย
27 เมษายน 2564
#โควิด19

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Siree Osiri OHO BANGKOK