Politics

‘บิ๊กตู่’ สั่งคุมเข้มช่องทางธรรมชาติ ป้องกันลอบเข้าประเทศ-สกัดโควิด!


“นายกรัฐมนตรี” กำชับทุกหน่วยดูแลคนไทยที่ข้ามกลับประเทศ หลังเลยวันผ่อนปรนอยู่เกินกำหนดในมาเลเซีย ขออย่าลักลอบ คุมเข้มช่องทางธรรมชาติ – สกัดโควิด

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยต่อคนไทยที่พำนักในประเทศมาเลเซียเกินกำหนด ซึ่งเป็นความผิดทางกฎหมาย โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) มาเลเซีย ได้กำหนดให้วันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา เป็นวันสุดท้ายที่ชาวต่างชาติจะได้รับการผ่อนปรนไม่ถูกดำเนินคดี

โดย นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลืออำนวยความสะดวกแก่คนไทย โดยเน้นย้ำว่า คนไทยทุกคนต้องได้กลับบ้าน ขอให้สบายใจ แต่อย่าลักลอบเข้าทางช่องทางธรรมชาติ เพราะอาจนำไปสู่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในวงกว้าง

รัชดา
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

สำหรับด่านพรมแดนทางบก เปิดให้คนไทยเดินทางเข้าประเทศทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ โดยมีโควต้าจำนวนผู้ลงทะเบียนกลับ ซึ่งขณะนี้ยังมีที่ว่างเพียงพอ ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมามีคนไทยเดินทางกลับจากมาเลเซีย ทั้งที่ถูกและไม่ถูกกฏหมายเป็นจำนวนมาก ผู้เดินทางทุกคนได้รับการตรวจคัดกรองโควิด-19 และกักกันตัวในสถานที่ที่รัฐจัดให้ หากรายใดมีอาการผิดปกติจะถูกส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาลทันทีและทำการตรวจหาเชื้อ

ขณะนี้การจัดหาเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ทั้งเตียงในโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม และ Hospitel ในจังหวัดชายแดนใต้ มีประมาณ 2,000 เตียง ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น เพิ่มกำลังพลลาดตระเวนตามแนวชายแดนไทย – มาเลเซีย เสริมกำลังตามด่านตรวจจุดตรวจ เส้นทางหลัก เส้นทางรอง บูรณาการการปฎิบัติงานร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย ระหว่างเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ตลอดจนอาสาสมัครประจำถิ่นและผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น เครือข่าย อสม.เพื่อสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองตามช่องทางธรรมชาติ

ส่วนกรณีคนไทยที่พำนักเกินกำหนด (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2563) และยังไม่เดินทางออกจากมาเลเซีย สถานทูตไทยในมาเลเซียขอให้รีบลงทะเบียนเดินทางกลับที่เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศโดยเร็วที่สุด (http://dcaregistration.mfa.go.th) และนำใบรับรองการเดินทางจากสถานทูตฯ ไปติดต่อ ตม.มาเลเซีย โดยเร็ว เพื่อขอ special pass นำไปยื่นต่อเจ้าหน้าที่ด่านพรมแดนในการขอเดินทางออกจากมาเลเซีย ส่วนจะมีค่าปรับด้วยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ที่จะพิจารณาจากเหตุผลที่ยังไม่เดินทางกลับ

อีกกรณีหนึ่ง คือ คนไทยที่พำนักเกินกำหนด ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2563 (ก่อนช่วงสถานการณ์โควิด-19) หรือเข้าเมืองผิดกฎหมาย ซึ่งจะไม่ได้รับการยกเว้นโทษในฐานะคนตกค้างเนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 กฎหมายมาเลเซียได้กำหนดโทษปรับไม่เกิน 10,000 ริงกิต และ/หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี ดังนั้น คนไทยที่เข้าข่ายนี้ ทางสถานทูตฯ แนะนำให้เข้าร่วมโครงการ Recalibration Program (Repatriation) โดยทำนัดหมายกับ ตม.มาเลเซีย เพื่อชำระค่าปรับ 500 ริงกิต และจะได้รับ special pass เพื่อใช้เดินทางกลับไทย และจะไม่ถูกจับกุมดำเนินคดี (ยกเว้นรัฐซาบาห์ รัฐซาราวัก และเขตปกครองพิเศษลาบวน ซึ่งจะประกาศรายละเอียดโครงการต่างหาก)

ทั้งนี้ จะต้องเดินทางออกจากมาเลเซียภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2564 ควรนัดหมายกับ ตม.มาเลเซีย เพื่อไปชำระค่าปรับแต่เนิ่น ๆ เนื่องจากคิวการนัดหมายมีจำนวนจำกัดในแต่ละวัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม