Politics

‘วีรศักดิ์’ แจง ‘หมดหนี้หมื่นล้าน’ ชี้เป็นหนี้ไปค้ำประกันคนอื่น ก่อนนั่งเก้าอี้ รมต.


“วีรศักดิ์” ออกโรงชี้แจง กรณีหมดหนี้ 10,000 ล้านบาท ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี ระบุ เป็นหนี้ค้ำประกันให้คนอื่นก่อนนั่งเก้าอี้ รมต.  ไม่ใช่หนี้ของตัวเอง เมื่อคนเป็นหนี้เคลียร์กันแล้ว หนี้ก็หายไป ไม่กังวล “ศรีสุวรรณ” ยื่นสอบ 

จากกรณีที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน และหนี้สินของนางยลดา หวังศุภกิจโกศล ภริยานายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เนื่องในการเข้ารับตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2564 และมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า หนี้สินประมาณ 11,000  ล้านบาทหายไปเกือบทั้งหมด เหลืออยู่ประมาณ 35.5 ล้านบาท ที่เป็นเงินเบิกเกินบัญชีนั้น

S 437862478999

วันนี้ (21 เม.ย.) นายวีรศักดิ์  กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า บัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินในส่วนของตน และภรรยาได้ยื่นเอกสารทั้งหมดให้กับ ป.ป.ช.ไปเรียบร้อยแล้วก่อนหน้านี้

ส่วนที่มีข่าวว่าหนี้สินประมาณ 11,000 ล้านบาท หายไปเกือบทั้งหมดนั้น ขอชี้แจงว่า หนี้ที่หายไปมีประมาณ 9,000 กว่าล้านบาทเท่านั้น ซึ่งไม่ได้เป็นหนี้ในส่วนของตนที่ก่อขึ้น แต่เป็นหนี้ที่เกิดจากการเซ็นค้ำประกันการทำงานทางธุรกิจ ให้กับบุคคลอื่น ก่อนเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี

เมื่อเขามีการชดใช้ตกลงเคลียร์กันแล้ว หนี้ในส่วนนี้ก็หายไป ตนยืนยันว่า ไม่ได้เป็นหนี้เอง ซึ่งเมื่อมาเป็นรัฐมนตรีแล้ว ก็ไม่เคยไปเซ็นต์คำประกันให้ใครอีกเลย และไม่จำเป็นต้องไปชี้แจงอะไรเพิ่มเติมต่อ ป.ป.ช.แล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามเอกสาร และเป็นไปตามข้อมูลข้อเท็จจริง

นายวีรศักดิ์ บอกด้วยว่า ถ้าจะให้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับหนี้ค้ำประกันข้างต้น จะยาวมาก ขอให้ไปตรวจสอบเอกสารจาก ป.ป.ช. เพราะมีเอกสารเป็นจำนวนมาก หากตนพูดไปเกรงว่าอาจจะพูดไม่ครบถ้วน

ส่วนเรื่องที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคม องค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะไปยื่น ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย นายวีรศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนของตนก็ไม่ได้กังวลใจอะไร เพราะตนให้ข้อมูลทุกอย่างกับ ป.ป.ช.ไปหมดแล้ว ยืนยันถูกต้อง และเป็นความจริง เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร

 

หนี้หายหมื่นล้าน 

การเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังเมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา ป.ป.ช.ได้เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน และหนี้สินของ นางยลดา กรณีเข้ารับตำแหน่งนายกอบจ. นครราชสีมา

นางยลดา แจ้งว่า ตนเอง และคู่สมรส คือ นายวีรศักดิ์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 461,279,446 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินของนางยลดา 212,744,957 บาท และของนายวีรศักดิ์ 248,534,489 บาท

ทรัพย์สินส่วนใหญ่ เป็นเงินให้กู้ยืมของทั้ง 2 คน รวมทั้งสิ้น 401,387,633 บาท พบว่า ส่วนใหญ่เป็นการให้บุตรสาว คือ นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล และ นางสาววีรียา หวังศุภกิจโกศล กู้ยืม

w64489999

ทรัพย์สินอื่น ๆ

  • ที่ดิน 16 รายการ   มูลค่ารวม  27,725,445 บาท
  • ยานพาหนะ 9 คัน  มูลค่ารวม   4,000,000  บาท
  • เงินสด                 มูลค่ารวม      670,000  บาท
  • เงินฝาก               มูลค่ารวม    2,600,181 บาท
  • สิทธิและสัมปทานของนางยลดา              มูลค่า  1,752,186 บาท
  • โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างของนางยลดา  มูลค่า 12,160,000 บาท  เป็นบ้านเดี่ยวที่ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา และอาคารชุดย่านราชเทวี กทม.

ขณะที่ ในส่วนรายการทรัพย์สินอื่น ที่มีมูลค่าตั้งแต่ 200,000 ขึ้นไป ของทั้งผู้ยื่น และคู่สมรส มีมูลค่ารวมกัน 10,984,000 บาท โดยมีรายการที่น่าสนใจ ประกอบด้วย อาวุธปืน จำนวน 28 กระบอก อาทิ ปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ ปืนยาวลูกซอง และปืนยาวเดี่ยวลูกซอง ทั้งยังมีสร้อยคอทองคำ สร้อยเพชร กระเป๋ายี่ห้อหรู นาฬิกายี่ห้อหรู

อย่างไรก็ตาม นางยลดาแจ้งว่า มีหนี้สินเป็นเงินกู้ยืมจากธนาคาร และสถาบันการเงินอื่น 35,500,000 บาท

174137970 307805894040286 1213284405326962145 n

“ศรีสุวรรณ” เล็งยื่นป.ป.ช. สอบหนี้หายหมื่นล้าน

ทางด้าน นายศรีสุวรรณ  จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ตั้งข้อสงสัยถึงปริมาณหนี้ที่หายไปดังกล่าวเช่นกัน โดยระบุว่า ตามที่ ป.ป.ช. ได้เปิดเผยรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยพบว่าในส่วนของนางยลดา นายก อบจ. นครศรีธรรมราช คู่สมรสของนายวีรศักดิ์ แจ้งบัญชีทรัพย์ และหนี้สิน มีความผิดปกติเกิดขึ้น

โดยในส่วนที่เกี่ยวกับหนี้สินของนายวีรศักดิ์และภรรยา ที่เคยมีรวมกันทั้งสิ้น 11,138,404,713 บาท เมื่อเทียบกับการแสดงบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินของนายวีรศักดิ์ ที่ยื่นไว้ต่อ ป.ป.ช. เมื่อ 22 สิงหาคม 2562 ซึ่งระยะเวลาผ่านไปเพียงประมาณ 2 ปี หลังจากนายวีรศักดิ์ ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ หนี้สินประมาณ 11,000 ล้านบาท หายไปเกือบทั้งหมด​ เหลืออยู่เพียงประมาณ 35.5 ล้านบาท ที่เป็นเงินเบิกเกินบัญชี

ทั้ง 2 คน ยังมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นถึง 361,616,637 บาท เป็นไปได้อย่างไร ดังนั้น ทางสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบเรื่องที่ผิดปกติดังกล่าว โดยจะไปยื่นในวันพรุ่งนี้ (22 เม.ย.) ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นนทบุรี

อ่านข่าวเพิ่มเติม