ดูหนังออนไลน์
Politics

เตือน!! ผู้ป่วยโควิดต้องรักษาตัวที่รพ. อย่ากักตัวที่บ้าน หลังพบปอดอักเสบเพียบ

“อธิบดีกรมการแพทย์” ย้ำ!! ผู้ติดเชื้อทุกคนจะต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ไม่อยากให้กักตัวเองที่บ้าน หลังพบบางรายเกิดปอดอักเสบไม่รู้ตัว ยันการเข้ารักษาใน รพ.เอกชนไม่ต้องเสียค่ารักษา

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 และการบริหารจัดการเตียง ว่า นโยบายการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด 19 คือ ผู้ติดเชื้อทุกคนจะต้องเข้ารับการรักษาใน รพ. โดย รพ.ที่ตรวจโควิด หากพบผลบวกต้องประสานหาที่รักษาให้ผู้ป่วย ซึ่งย้ำว่าการเข้ารักษาใน รพ.เอกชนก็ไม่ต้องเสียค่ารักษา สำหรับเตียงรักษาผู้ป่วยโควิด 19 ทั่วประเทศมีเกือบ 23,000 เตียง

เฉพาะพื้นที่ กทม. มีเตียงทั้งหมด 4,454 เตียงจากทุกเครือข่าย รพ. ใช้เตียงแล้ว 2,398 เตียง ว่าง 2,056 เตียง โดยเฉพาะ รพ.เอกชนยังมีเตียงว่าง 1,132 เตียง ตอนนี้มี รพ.สนามและ Hospitel โดยเอาผู้ป่วยที่มีอาการน้อยเข้าไปอยู่เพิ่มอีก 1,261 เตียง ใช้แล้ว 317 เตียง ว่างอีก 944 เตียง รวมทั้งหมดแล้วยังมีเตียงว่างอีก 3 พันเตียง และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ยืนยันว่า สามารถหา Hospitel ในส่วนของเอกชนเพิ่มเติมเป็น 3,900 เตียง

นพ.สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า การประสานหาเตียงผ่านสายด่วนกรมการแพทย์ 1668 รับสาย 08.00 – 22.00 น. ใน กทม.และปริมณฑล ประสานหาเตียงผู้ป่วย 20 ราย รับสาย 245 ครั้ง เป็นผู้ป่วย 157 คน ขอเตียงได้ 115 เตียง ส่วนสายด่วน 1330 สปสช. รับสายตลอด 24 ชั่วโมง ดูแลหาเตียงทั่วประเทศ โทรเข้ามา 4,003 ราย เป็นคนไข้โควิด 652 ราย หาเตียง 25 ราย นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการ กทม. ให้ศูนย์เอราวัณจัดสายด่วน 1669 หาเตียงเฉพาะใน กทม.ขึ้นมาอีกส่วนหนึ่ง คาดว่าจะพร้อมในวันที่ 13 เมษายนนี้ หากสงสัยอยากตรวจหาเชื้อให้โทร. 1422

“อยากให้ผู้ป่วยโทรเข้ามา เจ้าหน้าที่จะถามว่าเดิมไปตรวจเชื้อที่ไหน เพราะเดิม รพ.เอกชนบางแห่งเตียงเต็มแล้วปฏิเสธ แต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ สบส.ได้ไปจัดหาโรงแรมมาคู่ขนานกับ รพ.แล้ว รพ.ที่ไปตรวจอาจขยายเตียงเพิ่มแล้ว จึงอาจลองโทร.เช็กกลับไปที่ รพ.อีกครั้ง ถ้ายังไม่ได้ให้โทร.มาจะรับผิดชอบหาเตียงให้ และจะให้ความรู้คำแนะนำว่าระหว่างการรอหาเตียงต้องดูแลตนเองอย่างไร ตอนนี้กำลังพัฒนาระบบไอที ที่ให้ผู้ที่ไปตรวจแล้วพบติดเชื้อสามารถรายงานเข้ามาได้โดยไม่ต้องรอโทรเข้ามา” นพ.สมศักดิ์ กล่าว

นพ.สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า อนาคตถ้ามีผู้ติดเชื้อมากกว่านี้จำนวนมาก อาจกักตัวที่บ้าน แต่ตอนนี้ยังยืนยันว่าให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่ รพ.ทุกราย ดังนั้น ขณะนี้ที่พบผู้ป่วยบางรายที่ รพ.หาเตียงให้แล้วแต่ไม่ยอมมานอน บอกว่าไม่มีอาการอะไร ขออยู่ที่บ้านได้หรือไม่ ขอความกรุณาให้มานอนรักษาที่ รพ. เพราะเราไม่มั่นใจว่าการอยู่บ้านจะกักตัวเองแยกจากทุกคนได้ 14 วัน เราเป็นห่วงผู้สูงอายุที่อยู่ที่บ้าน ถ้าพ่อแม่ปู่ย่าตายายติดเชื้อจะป่วยหนักถึงขั้นเสียชีวิต

ได้รับรายงานจากแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยว่า แม้รอบนี้จะเป็นผู้ติดเชื้อที่อายุไม่มาก แต่พบว่ามีผู้ปอดอักเสบมากพอสมควร แต่อาการไม่แย่ลงจนถึงต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ส่วนหนึ่งเพราะเราให้ยาเร็วขึ้น วันแรก ๆ ท่านอาจป่วยไม่มาก แต่ 4-5 วันถัดไปอาจจะมีอาการปอดอักเสบโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้หมอเรียกว่าเป็น Happy Pneumonia เหมือนกับอาการไม่มาก แต่เอกซเรย์มีปอดอักเสบต้องให้ยา ขอให้มานอน รพ.” นพ.สมศักดิ์กล่าว

เมื่อถามถึงการปฏิบัติตัวระหว่างอยู่ที่บ้าน หรือคอนโด เพื่อรอรถมารับหรือรอเตียง นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า สามารถประสาน 1669 จัดรถพยาบาลมารับได้ แต่อาจไม่เร็วนัก เพราะต้องประสานภาคีเครือข่าย รพ.จัดหารถพยาบาลวนมารับ ซึ่งตอนนี้ก็มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ส่วนบางรายที่ร้อนใจอยากมาเอง ถ้ามีรถส่วนตัวก็ขับมาเองได้ จอดรถที่รพ.ได้ 14 วัน ส่วนระหว่างรออยู่ที่บ้านต้องแยกตัวเองไม่สัมผัสกับใคร ใส่หน้ากาก ไม่ออกมาปะปน แยกอาหาร แยกน้ำ ห้องน้ำ แยกเสื้อผ้า แยกซัก แต่ช่วงที่รอค่อนข้างมั่นใจว่ารอไม่นาน เพราะประสานเอกชนได้เตียงเพิ่มขึ้นแล้ว

เมื่อถามถึงกรณีผู้ติดเชื้อไม่ต้องการไปอยู่ รพ.สนาม โดยไปรวมกลุ่มอยู่บ้านหลังเดียวกัน 2 – 3 คน นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า เราไม่นำผู้ป่วยเพิ่งรายงานติดเชื้อเข้า รพ.สนาม หรือ Hospitel ทันที ต้องเข้า รพ.หลักก่อน โดยอยู่ประมาณ 3 – 5 วัน หาก รพ.หลักตรวจคัดกรองแล้วพบว่า ติดเชื้อไม่มีอาการเลย อาการน้อย ไม่มีโรคร่วม ผลเอกซเรย์ปกติ ก็ค่อยส่งเข้า รพ.สนามหรือ Hospitel แต่บาง รพ.ที่เตียงไม่พอจริง ๆ ก็อาจส่งเข้าเลย แต่ต้องคัดกรองเรื่องดังกล่าวก่อนเช่นกัน ส่วนการอยู่ รพ.สนามจะมีการตรวจ 3 อย่าง คือ ความดัน วัดไข้ และออกซิเจนในเลือดทุกวัน เมื่อไรผลแย่ลงหรือมีอาการมากขึ้น จะส่งกลับ รพ.หลักทันที

อ่านข่าวเพิ่มเติม