ดูหนังออนไลน์
Politics

นปช. แตก 2 เสี่ยงรำลึกสลายชุมนุมเสื้อแดง ‘ณัฐวุฒิ’ จี้ปล่อย ‘อานนท์ – เพนกวิน’

นปช. แตก 2 เสี่ยงรำลึกสลายชุมนุมคนเสื้อแดง ณัฐวุฒิ” เรียกร้องปล่อย “อานนท์ – เพนกวิน”

วันนี้ (10 เม.ย.) อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือคนเสื้อแดง 2 กลุ่ม ได้จัดงานรำลึก 11 ปี 10 เมษายน 2553 หรือเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง ซึ่งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานณ์การฉุกเฉิน (ศอฉ.) นำกำลังขอคืนพื้นที่การชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

รำลึก 11 ปี สลายการชุมนุม เสื้อแดง

กลุ่มแรกนำโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เหวง โตจิราการ, นางธิดา ถาวรเศรษฐ, นายวรชัย เหมะ, นายพายัพ ปั้นเกตุ อดีตแกนนำ นปช., ศ.นพ.สันต์ หัตถีรัตน์, รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ และญาติวีรชน ซึ่งจัดงานรำลึกที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาฯ ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ

โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ได้เปลี่ยนหน้ากากอนามัยระหว่างการแถลงข่าว เป็นหน้ากากที่มีภาพนายอานนท์ นำภาและนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ซึ่งถูกคุมขังที่เรือนจำจากข้อหาความผิดมาตรา 112 และมาตรา 116

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

จากนั้นระบุว่า ที่สวมหน้ากากนี้ไม่ได้กลัวโควิด-19 แต่กลัวผู้คนในบ้านเมืองนี้จะลืมพวกเขา กลัวพวกเขาจะได้รับอันตราย อยากบอกว่าปล่อยพวกเด็กออกจากห้องขังแล้ว พวกเรามาแก้ปัญหากันแบบผู้ใหญ่ ไม่มีประเทศหรือสังคมใดเติบโตได้โดยการจับกุมลูกหลานที่มีพลังในการเปลี่ยนแปลงไปไว้ในที่คุมขัง

ตนอยากฝากไปถึงผู้มีอำนาจ ที่มายืนอยู่นี้ ไม่ได้เปิดฉากสงคราม หรือเปิดหน้าท้าทาย เพียงมาบอกว่า ถ้าลูกหลาน ลุกขึ้นมาเรียกร้องอนาคตที่ดีกว่า ต้องการต่อสู้เพื่อยืนยันว่า ไม่ยอมรับบ้านเมืองที่ส่งมอบมาทางเดียว ที่ท่านต้องทำคือเปิดใจรับฟัง รัก เมตตา และชวนกันจับมือเดินหน้าไปพร้อมกับเขา เพราะประเทศนี้กำลังจะอยู่ในความรับผิดขอบของพวกเขาในอนาคตอันใกล้ข้างหน้า บ้านเมืองนี้เป็นสิทธิอันชอบของคนเมืองนี้ ที่จะเรียกร้องสังคม รูปแบบการปกครองการจัดสรรโครงสร้างอำาจที่ถูกต้อง ชอบธรรม และดีกว่า

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวอีกว่า อยากให้การจัดงานรำลึกคนที่ถูกฆ่าตายปี 53 เป็นการรำลึกสุดท้าย ต้องไม่มีการรำลึกปี 64 65 หรือปีใดใดในอนาคตต่อไป ขอขอบคุณด้วยหัวใจจริง สำหรับพวงหรีดทุกพวง โดยเฉพาะของเยาวชนที่ส่งมาในวันนี้

ตนเชื่อว่า ถ้าดวงวิญญาณของผู้สูญเสีย บนถนนเมื่อ 11 ปีที่แล้วได้รับทราบ เขาจะภาคภูมิใจแน่นอนที่สุด เขาจะกล่าวคำขอบคุณพวกเขาเป็นประชาชนธรรมดา ชาวไร่นา คนต่างจังหวัด ถูกฆ่าตายโดยไม่มีอาวุธ

“ขอบอกคนหนุ่มสาวที่กำลังต่อสู้ทุกคน ว่าในนามคนเสื้อแดง ผมสำนึกบุญคุณของคนหนุ่มสาว ที่น้องๆ สร้างอนุสาวรีย์พวกเขาให้เกิดขึ้นในหัวใจทุกคน หากดวงวิญญาณยังคงมีพลัง มีเรี่ยวแรง สู้ไหว ขอพลังครั้งสุดท้ายปกป้องคนหนุ่มสาวรุ่นนี้ให้ปลอดภัยจากผู้มีอำนาจทั้งหลาย อย่าให้ทำกับลูกหลานเหมือนที่ทำกับเรา เมื่อ 11 ปีที่ผ่านมา ช่วยกันกดดัน ให้ปล่อยเยาวชนออกมาให้เร็วที่สุด” นายณัฐวุฒิกล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า มีคนถามตนมากเป็นไปได้ไหมที่จะกลับไปยืนบนเวทีปราศรัยทางการเมืองอีกครั้ง ตนบอกว่า ไม่เคยมีความคิดเช่นนั้น เพราะเห็นว่ายุคสมัยปัจจุบันเป็นการต่อสู้ของคนหนุ่มสาว อย่างไรก็ตาม ตนจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากถึงวินาทีที่หัวใจต้องตัดสินว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องทำหน้าที่ปกป้องคนหนุ่มสาวอีกครั้ง ตนจะแจ้งให้ทราบทันที

อีกด้านที่สถานีโทรทัศน์ พีซทีวี ย่านรามอินทรา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), นายศักดิ์ระพี พรหมชาติ, นายยศวริศ ชูกล่อม (เจ๋ง ดอกจิก), นายสุริยา ชินพันธ์ พร้อมด้วยญาติวีรชนเมษายน-พฤษภา2553 เช่น นางพะเยาว์ อัคฮาด นายณัทพัช อัคฮาด รวมถึงมวลชนจำนวนหนึ่ง ร่วมกันรำลึกและทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้วีรชนเช่นกัน

นายจตุพร กล่าวว่า  วันนี้ครบรอบ 11 ปี 10 เมษายน ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นของความตาย วันนี้เมื่อ 11 ปีที่แล้วมีความตายเกิดขึ้น 26 ชีวิต จนถึง 19 พฤษภาคม 2553 มีคนตายทั้งหมด กว่า 99 ชีวิต และเสียชีวิตในภายหลังร่วมกว่า 10 ชีวิต

“หวังว่าวันหนึ่ง เราคงจะได้มีอนุสรณ์สถาน เพื่อรวมอัฐิของพี่น้องวีรชน 53 ไว้ ในที่เดียวกัน ทั้งนี้ 11 ปีที่ผ่านมานี้ มีรูปแบบการทำบุญต่าง ๆ ทั้งแยกกันไปทำเป็นเฉพาะบุคคลตามาวัดวาอารามต่างๆ ใครสะดวกตอนไหนก็ไปกันที่นั่น นอกจากนี้วันที่ 19 พฤษภาคมนี้ เราจะเชิญชวนพี่น้องญาติวีรชนมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลอีกครั้งหนึ่ง เพื่อรำลึกถึงวีรชนผู้เสียสละ พลีชีพให้กับระบบประชาธิปไตย” จตุพร กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team