Politics

ข่าวดี! วันนี้ทุกภาคส่วนขออนุญาตปลูกกัญชงได้ทุกวัตถุประสงค์

ปลูกกัญชง ดีเดย์! วันนี้ (29 ม.ค.) ทุกภาคส่วน ทั้งเกษตรกร ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ขออนุญาตปลูกกัญชงได้ทุกวัตถุประสงค์ ตั้งแต่ การค้า การแพทย์ การศึกษาวิจัย พื้นที่กทม. ยื่นคำขอที่ อย.  ต่างจังหวัด ให้ยื่นคำขอที่ สสจ.

ภญ. สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่าจากนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนให้ใช้ประโยชน์จากพืชกัญชง (Hemp) เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้แก่ประชาชน

โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามในกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 5 เฉพาะกัญชง (Hemp) พ.ศ. 2563  มีผลใช้บังคับวันนี้ (29 ม.ค.)

ปลูกกัญชง

 

ทุกภาคส่วน ทั้งเกษตรกร ภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไปสามารถขออนุญาตปลูกได้ทุกวัตถุประสงค์ ตั้งแต่ การค้า การแพทย์ การศึกษา วิจัย การใช้ตามวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม หรือผลิตเมล็ดพันธุ์รับรอง  สามารถนำส่วนต่าง ๆ ของกัญชงไปแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น ช่อดอกนำไปผลิตยา สารสกัดจากกัญชง, ใบนำไปผลิตอาหาร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร เครื่องสำอาง, น้ำมันจากเมล็ดกัญชงนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร เครื่องสำอาง, สารสกัดจากกัญชงนำไปผลิตเป็นเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สมุนไพร เป็นต้น

ปลูกกัญชง ขออนุญาตได้ตั้งแต่วันนี้

ภญ. สุภัทรา กล่าวว่า ภายใต้กฎกระทรวงฉบับนี้ สามารถขออนุญาตส่งออกกัญชงได้ ภายใน 5 ปี นับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ สามารถนำเข้าเมล็ดพันธุ์เพื่อนำมาปลูกได้อีกเช่นกัน โดยผู้ที่ต้องการขออนุญาตให้ยื่นคำขอ ณ สถานที่ปลูกที่ตั้งอยู่ หากอยู่ที่กรุงเทพฯ ให้ยื่นที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หากอยู่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ส่วนผู้ขอนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชง ให้ยื่นคำขอที่ อย.

ทั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 ทาง อย. จะจัดอบรมทางออนไลน์ให้ความรู้เกี่ยวกับกัญชง ในเรื่องกฎหมาย การยื่นคำขออนุญาตเกี่ยวกับกัญชง และการขออนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพจากกัญชง ผู้ที่สนใจสามารถรับชมทาง Facebook Live FDAThai  ได้

ก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการร่างกฎกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับการขออนุญาต และการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชง (Hemp) พ.ศ. …  ชูกัญชงให้เป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ ให้เกษตรกรมีรายได้จากการปลูกกัญชง ประชาชน ผู้ประกอบการ สามารถขออนุญาตนำวัตถุดิบกัญชงที่ปลูกได้ไปแปรรูปและผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพต่าง ๆ เช่น ยา ผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาหาร หรือเครื่องสำอาง สำหรับใช้ภายในประเทศ และส่งออก เพื่อต่อยอดในเชิงพาณิชย์ สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ

ปลูกกัญชง

โดยเปิดให้ประชาชนสามารถขออนุญาตและใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของกัญชงนอกเหนือจากเส้นใยเพื่อนำไปแปรรูปและสร้างมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพต่าง ๆ เช่น ยา ผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาหาร เครื่องสำอาง และปรับลดขั้นตอนการอนุญาตเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนคนไทยที่ใช้เส้นใยจากกัญชงตามประเพณี วัฒนธรรม ตามวิถีชีวิต เช่น ชาวม้ง สามารถขออนุญาตปลูกเพื่อใช้ประโยชน์ในครัวเรือนได้ ครัวเรือนละไม่เกิน 1 ไร่

ทั้งนี้ ร่างกฎกระทรวงฉบับนี้มีบทเฉพาะกาลภายใน 5 ปีแรก ให้สามารถขออนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธุ์ เพื่อนำมาปลูกและพัฒนาสายพันธุ์ภายในประเทศ หรือใช้พันธุ์พื้นเมืองของไทยได้ ส่วนกรณีที่เป็นส่วนอื่นๆ ของกัญชงที่ไม่ใช่เมล็ดพันธุ์ ให้ขออนุญาตนำเข้ามาเพื่อการศึกษาวิจัยได้เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม พืชกัญชงยังคงเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 จึงยังต้องขออนุญาตและมีการควบคุมกำกับดูแลภายใต้พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ การดำเนินการออกกฎกระทรวงดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จ ยังต้องผ่านการพิจารณาตรวจร่างกฎหมายจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตามขั้นตอนต่อไป ดังนั้น ขณะนี้การดำเนินการเกี่ยวกับกัญชงยังคงเป็นไปตามกฎกระทรวงปัจจุบัน ซึ่งผู้มีสิทธิขออนุญาตยังคงต้องเป็นหน่วยงานของรัฐ

กัญชง

พืชกัญชง2

พืชกัญชง3

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight