Politics

‘โฆษกรัฐบาล’ แจงชัดเหตุ ‘เราชนะ’ ไม่จ่ายเงินสด 7,000 บาท!

“โฆษกรัฐบาล” แจงชัดเหตุ “เราชนะ” ไม่จ่ายเงินสด 7,000 บาท ชี้ต้องเยียวยาไปพร้อมกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ พร้อมขอให้ประชาชนมั่นใจ รัฐบาลจะไม่นำเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้องกับ “วัคซีนโควิด”

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมาตรการเยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาล ว่า โครงการเราชนะ เป็นโครงการเพื่อออกมาเยียวยาพี่น้องประชาชนในกลุ่มเปราะบาง ส่วนที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงไม่ให้เป็นเงินสดนั้น เพราะโครงการเราชนะ เป็นการเยียวยาที่ทำไปพร้อมกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งต้องการให้ประชาชนใช้จ่ายผ่านแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในร้านค้าหาบเร่แผงลอย และตลาดสด

ส่วนลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากธุรกิจที่ปิดในช่วงโควิด-19 นั้น สามารถยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือได้จากสำนักงานประกันสังคม และก่อนหน้านี้ทางสำนักงานประกันสังคมได้ออกมาตรการช่วยเหลือแล้ว เช่น การลดของนายจ้าง และลูกจ้าง

อนุชา201641

นายอนุชา กล่าวว่า ในช่วงปลายเดือนมกราคมนี้ จะมีการประเมินสถานการณ์ หากดีขึ้นก็จะมีมาตรการอื่น ๆ เพิ่มเข้ามาเพื่อให้เศรษฐกิจได้รับการฟื้นฟู เช่น กระทรวงการคลัง อาจจะทำโครงการคนละครึ่งเฟส 3 และทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังได้หารือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้มีซอฟท์โลนระยะยาว และการค้ำประกันเงินกู้อื่น ๆ

“ขณะนี้รัฐบาลกำลังเตรียมออกมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยได้มอบให้กระทรวงการคลัง และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ดูแลเศรษฐกิจประเทศไทยให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้” นายอนุชา กล่าว

ส่วนมาตรการการปลดล็อก ก็จะผ่อนคลายให้สอดคล้องกับตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศ โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด สาธารณสุข และศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ก็จะประเมินว่าจะปลดล็อคอย่างไรบ้าง เพราะมีผู้ได้รับผลกระทบจากหลากหลายอาชีพ ที่ต้องการให้รัฐบาลปลดล็อกให้เร็วที่สุด ซึ่งรัฐบาลก็รับทราบปัญหาและจะบริหารให้เกิดความสมดุลย์ทั้งสาธารณสุขและเศรษฐกิจ

นายอนุชา กล่าวว่า ประเด็นปัญหาที่สำคัญ คือ การจัดซื้อจัดหาวัคซีน ที่เป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ ก็อยากจะเรียนว่า รัฐบาลดำเนินการด้วยความรอบคอบ โดยไม่นำเรื่องการเมืองมาเกี่ยวกับการตัดสินใจ แต่เกี่ยวกับผู้มีคุณวุฒิ สาธารณสุข และแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ผ่านคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ซึ่งได้มีการประเมินสถานการณ์ตั้งแต่เมื่อช่วงปลายปี 2563 ที่ผ่านมา

การที่รัฐบาลดำเนินการมาถึงปัจจุบัน ทั้งการจองซื้อวัคซีนจากบริษัทที่คิดว่า มีการวิจัยและพัฒนาถูกต้องตามหลักเกณฑ์สากลและเชื่อถือได้ ปัจจุบัน “บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์” ที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้ผลิตวัคซีนจากบริษัท AstraZeneca จากประเทศอังกฤษที่มีการวิจัยจากมหาวิทยาลัย Oxford ทางรัฐบาลได้พิจารณาแล้วว่า บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ มีความเหมาะสมที่จะได้รับการถ่ายทอดเทคนิคและสามารถผลิตวัคซีนได้

เรื่องของความรวดเร็วที่จะนำวัคซีน มาฉีดให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย พร้อมกับความสามารถในการสร้างความมั่นใจว่า วัคซีนที่นำมาฉีดเป็นมีคุณภาพและประสิทธิภาพ แพทย์สาธารณสุขและผู้เชี่ยวชาญทางด้านวัคซีนก็ได้ให้ความเห็นไปแล้ว

“จึงอยากจะให้ประชาชนเข้าใจและมั่นใจว่า รัฐบาลไม่มีทางที่จะนำเรื่องของการเมือง เข้ามาเสี่ยงกับสาธารณสุข หากนำเรื่องการเมืองเข้ามา ประเทศไทยคงไม่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติและองค์กรระหว่างประเทศ ในการบริหารจัดการวัคซีนและการบริหารราชการสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ขอให้ทำความเข้าใจกับทางด้านพี่น้องประชาชนขอให้มีความมั่นใจกับสิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการในปัจจุบัน” นายอนุชา กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม