Politics

มท.1 สั่งผู้ว่าฯระดมกำลังช่วยพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้


มท.1 สั่งกอปภ.จังหวัดที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ ปรับใช้แผนเผชิญเหตุ ระดมสรรพกำลังเข้าช่วยเหลือ ประชาชนให้ทั่วถึงทุกพื้นที่  

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้พบว่า จากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ มีกำลังแรงประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง เข้าปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 จนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดสถานการณ์อุทกภัย น้ำไหลหลาก และวาตภัย ในหลายจังหวัดของพื้นที่ภาคใต้ และยังคงมีสถานการณ์ในหลายพื้นที่ต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตร่างกายของประชาชน ตลอดจนเกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนและของรัฐเป็นอย่างมาก

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากอุทกภัย วาตภัย และคลื่นลมแรงในพื้นที่ภาคใต้ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ จึงได้สั่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ที่มีพื้นที่ประสบภัยดำเนินการ 7 ด้าน ได้แก่

1. ปรับแผนเผชิญเหตุอุทกภัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของพื้นที่  หากประเมินสถานการณ์แล้วมีความรุนแรง ให้ระดมสรรพกำลังและบูรณาการกำลังพล อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องจักรสาธารณภัย จากหน่วยราชการ หน่วยทหาร ตำรวจ มูลนิธิ อาสาสมัคร ประชาชนจิตอาสา เป็นชุดปฏิบัติการ พร้อมแบ่งมอบพื้นที่เข้าช่วยเหลือประชาชนให้ชัดเจนและทั่วถึง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ถูกตัดขาด ตลอดจนการดูแลพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ สถานที่สำคัญต่าง ๆ

น้ำท่วม88

2. ให้ความสำคัญกับการสำรวจพื้นที่ประสบภัย และดำเนินการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย และเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ในกรณีฉุกเฉินโดยทันที เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปด้วยความถูกต้อง มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และทั่วถึง โดยถือปฏิบัติตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด

3. ให้จัดสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพและจัดตั้งโรงครัวพระราชทานประกอบเลี้ยงบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างทั่วถึงจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ ในทุกพื้นที่ที่ประสบภัยโดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการอพยพประชาชน และในการแจกจ่ายถุงยังชีพและสิ่งของรับบริจาค ให้ดำเนินการด้วยความละเอียดรอบคอบและทั่วถึง โดยต้องคำนึงถึงคุณภาพตลอดจนหลักปฏิบัติของผู้นับถือศาสนาต่าง ๆ ด้วย

4. กรณีเส้นทางคมนาคมได้รับความเสียหายหรือถูกน้ำท่วมขังจนไม่สามารถใช้สัญจรผ่านได้ ให้เร่งประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อแขนงต่าง ๆ ทุกช่องทาง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกการจราจร จัดทำสัญลักษณ์หรือป้ายเตือน แนะนำเส้นทางเลี่ยงที่ปลอดภัย ตลอดจนมอบหมายหน่วยงานรับผิดชอบจัดยานพาหนะที่เหมาะสมให้ความช่วยเหลือประชาชนโดยเร็ว

มหาดไทย

5. กำชับหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยในการเดินเรือ ด้วยการออกประกาศห้ามนำเรือเล็กออกจากฝั่งในช่วงที่มีคลื่นลมแรงโดยเด็ดขาด หากมีการฝ่าฝืนให้ดำเนินการทางกฎหมายในทุกกรณี

6. เน้นย้ำสร้างการรับรู้ให้ประชาชนรับทราบและเข้าใจสถานการณ์เป็นระยะ รวมทั้งวิธีปฏิบัติตนให้เกิดความปลอดภัย ช่องทางรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ และแนวทางแก้ไขปัญหาของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

7. ให้ความสำคัญกับการสรุปรายงานสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือให้กระทรวงมหาดไทยผ่านกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ได้เน้นย้ำไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดพื้นที่ประสบภัยเร่งสำรวจพื้นที่ประสบภัยและตรวจสอบซ้ำ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง ครอบคลุมทุกพื้นที่ พร้อมทั้งดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด หากเกินอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดให้เร่งเสนอมายังส่วนกลาง เพื่อพิจารณาตามระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight