ดูหนังออนไลน์
Politics

‘นายกฯ’ ขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ที่เสียสละสู้โควิด ยันรัฐบาลไม่ทอดทิ้ง!

นายกรัฐมนตรี ขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่ร่วมเสียสละปฏิบัติงานในสถานการณ์โควิด-19 ยืนยันรัฐบาลไม่ทอดทิ้งใคร พร้อมดูแลผู้ได้รับผลกระทบให้มากที่สุด 

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือแก่บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่สนับสนุนที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม จำนวน 13 ราย จากเงินบริจาคบัญชี “สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อรับบริจาคสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)” รวมจำนวนเงิน 670,000 บาท

โดยมี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เข้าร่วมในพิธี

นายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี มอบเงินช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่สนับสนุนที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จำนวน 13 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 670,000 บาท ได้แก่

1. บุคลากรทางการแพทย์ที่เสียชีวิต จำนวน 1 ราย มอบเงินทุนเลี้ยงชีพสำหรับครอบครัว จำนวน 150,000 บาท ผู้รับมอบ : ทายาทนายชัยวัฒน์ ศรียอง นักรังสีการแพทย์ โรงพยาบาลลำพูน

2. เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานที่เสียชีวิต จำนวน 1 ราย มอบเงินทุนเลี้ยงชีพสำหรับครอบครัว จำนวน 100,000 บาท ผู้แทนรับมอบ : นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน

3. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่เสียชีวิต จำนวน 1 ราย มอบเงินทุนเลี้ยงชีพสำหรับครอบครัว จำนวน 100,000 บาท ผู้รับมอบ : ทายาทนางสาวนันทนิตย์ เมฆทา อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน โรงพยาบาลหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

4. เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดเชื้อ COVID-19 จำนวน 7 ราย มอบเงินช่วยเหลือ รายละ 30,000 บาท รวมเป็นเงิน 210,000 บาท ผู้แทนรับมอบ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นายกรัฐมนตรี

5. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย มอบเงินช่วยเหลือกรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน 2 ราย รายละ 40,000 บาท และกรณีบาดเจ็บเป็นผู้ป่วยใน จำนวน 1 ราย เป็นเงิน 30,000 บาท รวมเป็นเงิน 110,000 บาท ผู้แทนรับมอบ : นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนายธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

จากนั้นนายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความเสียใจกับทายาทผู้เสียชีวิต และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยกล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 มีมาตามลำดับ ซึ่งการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ที่ได้ผลดี ก็เพราะบุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยสถานการณ์โควิด-19 คงจะยังไม่สิ้นสุดในระยะเวลาอันใกล้นี้ ทุกคนจะต้องทำงานกันต่อไป

ขณะเดียวกัน ก็ต้องมีการดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ให้มากที่สุด เพราะเจ้าหน้าที่ถือว่าเป็นแนวหน้าในการเผชิญสถานการณ์โควิด-19 ในนามของรัฐบาลและคนไทยทุกคนขอขอบคุณในความเสียสละของทุกคน ที่หลายคนได้สูญเสียและบาดเจ็บ หากมีปัญหาใดขอให้ติดต่อประสานมาที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้ โดยรัฐบาลจะดูแลให้ดีที่สุด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โควิด-19 คงไม่ยุติโดยง่าย หลายสิ่งที่ผ่านมา จึงเป็นบทเรียนในการหาแนวทาง ทำให้บุคลากรมีความปลอดภัยมากที่สุด ทั้งนี้ ไม่มีใครอยากให้มีการสูญเสีย หรือ เจ็บป่วยเกิดขึ้น แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 มีความรุนแรงในช่วงต้น จากนี้ไปคาดว่า จะไม่มีการสูญเสียอีก พร้อมขอฝากเป็นบทเรียนให้ทุกคนมีความรอบคอบในการทำงาน ต้องรู้สุขภาพของตัวเองโดยต้องตรวจสอบตัวเอง และปฏิบัติตามคำแนะนำทางด้านสาธารณสุขอยู่สม่ำเสมอ

นายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า รัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งใครทั้งสิ้น ทั้งบุคลากรทางแพทย์ ประชาชนผู้เสียสละ โดยจะพิจารณาดูแลตามความเหมาะสม ขอให้กำลังใจทุกคนในการทำงานและสู้กันต่อไป จนกว่าสถานการณ์จะสิ้นสุด โดยเงินที่มอบให้นี้เป็นน้ำใจจากคนไทยทั้งประเทศที่ได้บริจาคสมทบกับรัฐบาล ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ได้บ้าง

“ขอให้ใช้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดและขอให้ดำรงชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้ ยืนยันว่ารัฐบาลจะดูแลทุกอย่างให้ดีที่สุด ในนามของรัฐบาล คณะกรรมการฯ และคนไทย และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ร่วมกันเสียสละปฏิบัติงานในสถานการณ์โควิด-19 ด้วยใจจริงอีกครั้ง” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า วันนี้ นอกจากสถานการณ์โควิด-19 แล้ว เรายังประสบสถานการณ์ที่ถือว่าหนักหนาสาหัส คือ น้ำท่วมภาคใต้ ตนได้สั่งการ และย้ำเตือนเสมอว่า เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง และตัวผมเองจะต้องลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมในเร็วๆ นี้ แต่เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย จึงไม่อยากไปเป็นภาระให้กับเจ้าหน้าที่ ที่กำลังช่วยเหลือประชาชน จึงได้มอบแนวทางการทำงานลงไป

“ในวันจันทร์ที่ 7 ธ.ค. ก็จะลงไปดูด้วยตัวเอง ซึ่งถือเป็นอีกสถานการณ์หนึ่งที่คนไทยทุกคนกำลังเผชิญอยู่โดยเฉพาะเรื่องของภัยพิบัติน้ำท่วมและปัญหาแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เราจะต้องอยู่กับมันให้ได้ ภาครัฐเองพยายามหาวิธีการช่วยเหลือประชาชนให้กับทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ที่ได้รับผลกระทบ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม