Politics

ศาลอาญาอนุมัติ หมายจับรายที่ 3 คดี ประทุษร้ายเสรีภาพพระราชินี


ประทุษร้ายเสรีภาพพระราชินี ศาลอนุมัติหมายจับรายที่ “สุรนาถ แป้นประเสริฐ” ต่อจากเอกชัย และบุญเกื้อหนุน ผิด ม.110 ฐาน กระทำการประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพของพระราชินีหรือรัชทายาท

วันนี้ (20 ต.ค.) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีรายงานว่า ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ นาย สุรนาถ แป้นประเสริฐ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง (Active youth)  ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำเครือข่ายรณรงค์ด้านเด็ก และเยาวชน ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 ตามที่พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ขออนุมัติ ในดคดีที่เกี่ยวกับการ ประทุษร้ายเสรีภาพพระราชินี

ประทุษร้ายเสรีภาพพระราชินี

ทั้งนี้ มาตรา 110 ป.อาญา “ผู้ใดกระทำการประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพของพระราชินี หรือรัชทายาท หรือต่อร่างกายหรือเสรีภาพของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 16 ปี ถึง 20 ปี

ผู้ใดพยายามกระทำการเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน ถ้าการกระทำนั้น มีลักษณะอันน่าจะเป็นอันตรายแก่พระชนม์หรือชีวิต ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

ผู้ใดกระทำการใดอันเป็นการตระเตรียมเพื่อประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพของพระราชินีหรือรัชทายาท หรือต่อร่างกาย หรือเสรีภาพของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือรู้ว่ามีผู้จะประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพของพระราชินี หรือรัชทายาท หรือประทุษร้ายต่อร่างกาย หรือเสรีภาพของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ กระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่12 ปีถึง 20 ปี

สำหรับหมายจับ นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ ตามความผิด ตาม.ม.110 นั้นเป็นรายที่ 3 ซึ่งก่อนหน้านี้ ศาลอาญา อนุมัติตามคำร้องของพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ให้
ออกหมายจับ นายเอกชัย หงส์กังวาน และนายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง นักกิจกรรมทางการเมือง ตามหมายจับ ที่ 1595/2563 และ 1596/2563 ลงวันที่ 15 ตุลาคม
2563

ก่อนหน้านี้  เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนคุมตัวนายเอกชัย มาทำบันทึกจับกุมที่สถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว ก่อนส่งตัวต่อไปเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ประทุษร้ายเสรีภาพพระราชินี
เอกชัย หงส์กังวาน

ขณะที่ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนายนประชาธิปไตย เดินทางมาที่สถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว พร้อมเตรียมโฉนดที่ดินของนายเอกชัย ราคาประเมิน 1 ล้านบาท เพื่อยื่นขอประกันตัวนายเอกชัย

นายสมยศ ให้ความเห็นส่วนตัวว่า การใช้กฎหมายอาญามาตรา 110 รุนแรงเกินกว่าเหตุ เพราะในข้อเท็จจริงนายเอกชัย เคยอ้างว่า ในวันดังกล่าวไม่ได้รับแจ้งจากตำรวจว่า จะมีขบวนเสด็จฯ ใช้เส้นทางดังกล่าว อีกทั้งนายเอกชัย ยืนยันไม่ได้มีเจตนาที่จะมุ่งหมายประทุษร้ายฯ ตามที่มีการตั้งข้อกล่าวหา

ขณะที่ เมื่อวานนี้ (19 ต.ค.) ผู้รับมอบอำนาจจาก นายเอกชัย ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวเป็นสลากออมสิน มูลค่า 1 ล้านบาท ภายหลังจากที่พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ได้ยื่นคำร้องฝากขังผู้ต้องหาครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 17 ตถลาคมที่ผ่านมา ซึ่งในวันดังกล่าวผู้ต้องหายังไม่ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว

จากนั้น ในเวลา 17.30 น. ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง คดีมีอัตราโทษสูง อีกทั้งยังกระทบต่อความมั่นคงและสังคมโดยรวม ประกอบกับพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการให้ประกันตัว กรณีน่าเชื่อว่าหากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาแล้ว อาจไปก่อให้เกิดความไม่สงบ ยุยงส่งเสริมให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง หรือก่อเหตุร้ายประการอื่น ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้องของผู้ต้องหา

ทั้งนี้ เมื่อศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวนายเอกชัย ผู้ต้องหาแล้ว นายเอกชัยยังคงต้องถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในชั้นฝากขังนี้ต่อไป ซึ่งการฝากขังครั้งแรกจะครบวันที่ 28 ตุลาคมนี้

ประทุษร้ายเสรีภาพพระราชินี
บุญเกื้อหนุน เป้าทอง

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา มารดาของนายบุญเกื้อหนุน ผู้ต้องหาอีกคนในคดีเดียวกันนี้ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอประกันตัว

โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอน เข้าพบพนักงานสอบสวนเอง ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ประกอบกับผู้ต้องหากำลังศึกษาเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐ จึงมีเหตุสมควรให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยตีราคาประกัน 2 แสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามมิให้ผู้ต้องหาไปกระทำการใดในลักษณะเช่นนี้อีก มิฉะนั้นศาลจะพิจารณาเพิกถอนการประกันตัว

อ่านข่าวเพิ่มเติม