Politics

‘บิ๊กตู่’ ลุ้นหนัก! ศาลนัดฟังคำสั่งกรณี พท.ยื่นเพิกถอนประกาศฉุกเฉินฯ 22 ต.ค.นี้


“บิ๊กตู่” ลุ้นหนัก! ศาลแพ่งนัดฟังคำสั่งกรณี “ส.ส.เพื่อไทย” ยื่นเพิกถอน “ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง” 22 ต.ค.นี้

ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ศาลมีคำสั่งกรณี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กับพวกรวม 4 คน ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เมื่อช่วงเช้า

ศาลแพ่งตรวจคำฟ้องแล้ว เห็นว่า เพื่อให้การพิจารณาสั่งคำฟ้องของโจทก์ทั้งสี่เป็นไปโดยถูกต้อง และเป็นไปตามเงื่อนไขแห่งกฎหมายที่บังคับไว้ เกี่ยวกับสิทธิของคู่ความหรือบุคคลซึ่งยื่นคำคู่ความ จึงเห็นควรให้นัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาในวันที่ 22 ตุลาคม นี้ เวลา 09.00 น.

เพื่อไทย20101
ภาพจากพรรคเพื่อไทย

ส่วนคำร้องขอให้ใช้วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา และคำร้องในกรณีฉุกเฉินของโจทก์จะได้พิจารณาวินิจฉัยในคำสั่งหรือคำพิพากษาไปพร้อมกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00น. ที่ศาลเเพ่ง ถ.รัชดาภิเษก นพ.ชลน่าน ศรีเเก้ว ส.ส.น่านพรรคเพื่อไทย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กับพวกรวม 4 คน พร้อมด้วยนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความฯได้ยื่นฟ้องพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาเพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครฯ

โดยฟ้องโจทก์ระบุว่า คดีนี้โจทก์ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี เพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563 และ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2563 รวมทั้งข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 ประกอบมาตรา 11 แห่งพ.ร.ก.การหมายเหตุ

บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 36/2563 เรื่องแต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงานหัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563 โดยที่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวมิได้เป็นไปตามเงื่อนไขของพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548

แต่ข้อกำหนดที่จำเลยออกตามเงื่อนไขของกฎหมายดังกล่าวข้างต้นซึ่งมีผลเป็นการ จำกัด สิทธิและเสรีภาพของโจทก์และปวงชนชาวไทยที่รัฐธรรมนูญให้การคุ้มครองเช่นข้อกำหนดข้อละเมิดต่อเสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 44 ข้อกำหนดข้อ 2 ละเมิดต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเสรีภาพสื่อมวลชนและเสรีภาพในการติดต่อสื่อสารตามรัฐธรรมนูญมาตรา 34,35และ 36 ข้อกำหนดข้อ 3 และข้อ 4 ละเมิดต่อเสรีภาพในการเดินทางและเลือกถิ่นที่อยู่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 38 เป็นต้น

ทั้งนี้หากข้อกำหนดดังกล่าวยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปจะก่อความเสียหายและละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพของโจทก์และปวงชนชาวไทยตลอดเวลาตราบเท่าที่ข้อกำหนดยังคงมีผลบังคับ ดังนั้นเพื่อป้องกันความเสียหายมีให้สิทธิและเสรีภาพของโจทก์และปวงชนชาวไทยต้องถูกละเมิดในระหว่างการพิจารณาของศาลโจทก์จึงขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของโจทก์และปวงชนชาวไทยในระหว่างการพิจารณาของศาล

และขอให้ศาลมีคำสั่งดังต่อไปนี้ (1) งดการบังคับใช้ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 และมาตรา 11 แห่งพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563 และคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 36/2563 เรื่องแต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงานหัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563 ไว้เป็นการชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา

– ห้ามจำเลยออกคำสั่งหรือข้อกำหนดใด ๆ อันเนื่องจากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงดังกล่าวข้างต้นอันมีผลเป็นการ จำกัด สิทธิและเสรีภาพของโจทก์และปวงชนชาวไทยในระหว่างการพิจารณาของศาลจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา

– ห้ามจำเลย ผู้กำกับการปฏิบัติงาน และหัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ดำเนินการตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 36/2563 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563 ที่มีผลเป็นการจำกัดและละเมิดสิทธิและเสรีภาพของโจทก์และปวงชนชาวไทยที่รัฐธรรมนูญให้การคุ้มครองไว้เป็นการชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาจนกว่าศาลจะมีคำสั่งหรือคำพิพากษา

ศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณา

ภายหลัง นพ.ชลน่าน เปิดเผยว่า วันนี้มาเพื่อร้องขอต่อศาลให้พิจารณา ยกเลิกเพิกถอนประกาศและคำสั่งรวมทั้งข้อกำหนดที่ออกมาทั้ง 2 ฉบับ โดยฉบับแรกคือประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในกรุงเทพมหานครฯ อีกฉบับที่ออกในลักษณะแบบเดียวกัน และมีคำสั่งนายกรัฐมนตรีให้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่เพื่อระงับยับยั้งเหตุการณ์ เพราะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อไม่ให้ประกาศและคำสั่งทั้งหมดมีผลบังคับใช้ เรื่องที่สองคือการร้องขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินเพื่อคุ้มครองชั่วคราวผู้ที่ถูกกระทำ ผู้ที่จะได้รับสิทธ์การชุมนุม

เมื่อมีการชุมนุมขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆและอาจจะมีลักษณะเข้าไปคุกคามสลายการชุมนุม ถ้าได้รับความเมตตาจากศาลวินิจฉัยเพิกถอน เราก็มีเหตุอันควรมีผลรับรองว่าการกระทำของ นายกรัฐมนตรี มติ ครม.ที่ออกมาก็ไม่ชอบ ดังนั้นจึงเข้าข่ายจงใจละเมิดบทบัญญัติของกฎหมาย และปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เป็นหลักฐานชัดเจนที่จะยื่นเสนอต่อ ป.ป.ช. หรือศาลรัฐธรรมนูญ

ด้านนายจิรายุ กล่าวว่า ในประเด็นเรื่องของการเตรียมเอกสารที่เป็นหนังสือรับรองจากสภาผู้แทนราษฎรอัตราค่าตอบแทนที่จะใช้ประกันตัว ส.ส.พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมในการช่วยนักเรียน นักศึกษาที่ได้ผลกระทบจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทุกคนจะมีเอกสารติดตัว สามารถยื่นช่วยเหลือได้ทันที

อ่านข่าวเพิ่มเติม