Politics

‘เฉลิม อยู่บำรุง’ เสนอ 12 ข้อฝ่าวงล้อมมรดกเลือด ทางออกประเทศ!


“เฉลิม อยู่บำรุง” เสนอ 12 ข้อฝ่าวงล้อม “มรดกเลือด” ร่างรัฐธรรมนูญใหม่นอกสภา เพื่อหาทางออกประเทศไทย ป้องตกหลุมผู้มีอำนาจ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุถึง หลักการและเหตุผลของการออกรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทันที เพื่อเป็นการ “ฝ่าวงล้อมมรดกเลือด อันจะเป็นการหาทางออกให้ประเทศไทย” โดยระบุว่า

ตามที่ข้าพเจ้า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย ได้เสนอทางออกประเทศไทยด้วยการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วนำรัฐธรรมนูญ ปี 2540 มาใช้บังคับทันที แล้วยุบสภาเลือกตั้งภายใน 60 วัน ปลายปีนี้

ผลปรากฏว่า ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากและตามคาดหมาย คือ กลุ่มพิทักษ์รัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกมาคัดค้านว่า ข้อเสนอของข้าพเจ้าไม่เป็นไปตามกฎหมาย ข้าพเจ้าจึงขอชี้แจงและเสนอหลักการและเหตุผลของการออกรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทันที เพื่อเป็นการ “ฝ่าวงล้อมมรดกเลือด อันจะเป็นการหาทางออกให้ประเทศไทย” ดังนี้

เฉลิม อยู่บำรุง

หลักการและเหตุผล

ข้อ 1. ผู้สั่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ได้มุ่งหมายให้ตนเองสืบทอดอำนาจ 20 ปี ดังนั้น จึงสร้างกลไกและหมากค่ายกลในรัฐธรรมนูญไว้มากมายที่สำคัญ คือ ส.ว. มีอำนาจมหาศาล และเบ็ดเสร็จ การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำได้ยุ่งยากมาก คือ แก้ไขไม่ได้เลย และประการสำคัญ หากมีการยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ ก็จะได้ ส.ส. ตามความประสงค์ของ “ผู้มีอำนาจ” โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี

ข้อ 2. ดังนั้น เมื่อประชาชน นักเรียน นักศึกษา และผู้ใช้แรงงานออกมาเรียกร้องดังที่ปรากฏขณะนี้ ด้วยข้อร้องเรียน 3 ประการ คือ (1) แก้ไขรัฐธรรมนูญ (2) ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ (3) หยุดคุกคามประชาชน จึงเข้าทาง “ผู้มีอำนาจ” ตามแผนการที่วางไว้ เรียกว่า ทุกฝ่ายที่เรียกร้องประชาธิปไตยหรือปลดแอกล้วนตกหลุมพราง “ผู้มีอำนาจ” ทันที

ข้อ 3. ที่ว่าตกหลุมพราง เพราะรัฐบาล และพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาล จะพร้อมใจกันประกาศว่า เปิดรับ ยินดี ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของประชาชน นักเรียน นักศึกษา และผู้ใช้แรงงานทันที หรือเพียบพร้อมถ้วนหน้า ภายในเดือนสิงหาคมถึงกันยายนนี้อย่างแน่นอน วิธีนี้ คือ การบล็อกกลไกหรือสร้างเวทีหลุมพรางให้ทุกฝ่ายต้องเดินทางตามวิธีการหรือหมากกลที่ “ผู้มีอำนาจ” ได้สร้างไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งข้าพเจ้าขอเรียกมันคือ มรดกเลือด”

ข้อ 4. เป็นที่ชัดเจนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามกติกาหรือบทบัญญัติที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้กำหนดไว้จะเป็นเพียงปาหี่หรือละครหลอกลวง เพราะนอกจากการแก้ไขจะต้องใช้เวลาประมาณ 3-4 ปี แล้ว ผลการแก้ไขก็จะเป็นไปเช่นเดิม เพราะขั้นตอนวิธีการเสียงของ ส.ว. และการต้องจัดรับฟังประชามติ ล้วนถูกออกแบบไว้แล้วว่า ทุกอย่างทุกประการรัฐบาลหรือผู้มีอำนาจจะคุมได้ 2 แบบเบ็ดเสร็จ แม้แต่จะยกเลิก ส.ว. หรือจำกัดอำนาจ ส.ว. ก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น และนี้คือ มรดกเลือด” ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนเลยในชาติไทย

ข้อ 5. ที่ว่า มรดกเลือด” เพราะในที่สุดแล้วประชาชนจะถูกแบ่งแยกเป็นสองฝ่ายคือฝ่ายต้องการเปลี่ยนแปลงใหม่ กับฝ่ายพิทักษ์รัฐธรรมนูญเดิม และจะเดินไปสู่ความขัดแย้งถึงปะทะกัน แล้วฝ่ายถืออาวุธก็จะออกมาปราบปรามฆ่าประชาชนอีกรอบหนึ่ง ซึ่งจะเลวร้ายกว่าที่เคยปรากฏมาก่อน

ข้าพเจ้ารู้สึกเสียใจและเป็นทุกข์มาก เมื่อได้รับรู้ว่า กลุ่มผู้มีอำนาจและผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กำลังยินดีปรีดามากที่ทุกอย่างเดินไปตามแผนที่วางไว้ เป็นความภูมิใจสูงสุด ที่ได้สร้างหลุมพรางได้สำเร็จและทุกฝ่ายก็หลงทาง

ข้อ 6. การล้างมรดกเลือด ครั้งนี้มีทางเดียวคือ ต้อง “ไม่เล่นตามเกมของผู้มีอำนาจ” ต้องไม่ต่อสู้หรือชกบนเวทีที่เขาสร้างไว้ เพราะเราไม่มีวันชนะ แต่เราต้องเปิดเกมใหม่หรือสร้างเวทีใหม่ ข้าพเจ้าจึงเสนอวิธีการที่เรียกว่า “คิดใหม่หรือคิดนอกกรอบ” เพื่อสร้างโอกาสใหม่ เพื่อประชาชนเจ้าของแผ่นดินจะได้มีโอกาสชนะ และ “ผู้มีอำนาจ” ไม่สามารถรักษามรดกเลือดไว้ได้อีก

ข้อ 7. หลักการและเหตุผลสำคัญ คือ ต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทันที นำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 (ซึ่งเรายอมรับว่าดีที่สุดกว่ารัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ประเทศไทยเคยมีมา) มาบังคับใช้แทนทันที เป็นการชั่วคราว แล้วประกาศยุบสภาจัดเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วัน โดยการเลือกตั้งใหม่จะเป็นไปตามกติกาของรัฐธรรมนูญปี 2540 ไม่ใช่รัฐธรรมนูญฉบับนี้แต่อย่างใด จากนั้น ร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน

ข้อ 8. นี้คือ วิธีเดียวเท่านั้นที่จะล้าง “มรดกเลือด” เพื่อหาทางออกให้ประเทศไทยในวันนี้ และต้องทำทันทีก่อนการล้มสลายของชาติบ้านเมือง

ข้อ 9. ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า วิธีการของข้าพเจ้าที่เสนอนี้สามารถดำเนินการได้และชอบด้วยกฎหมายกล่าวคือ หากเราจะได้ใช้สติไตร่ตรองให้ดีแล้วจะพบว่า ประวัติศาสตร์ชาติไทยได้ถูกบันทึกว่า รัฐธรรมนูญเกือบทุกฉบับ เมื่อได้ใช้ไประยะหนึ่งก็มักจะถูกยกเลิกโดยวิธีฉีกทิ้งด้วยการปฏิวัติรัฐประหาร เสมอๆ ดังเช่น เมื่อ คสช. ปฏิวัติก็ได้ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งเช่นกัน แล้ว คสช. ก็ใช้บทบาทที่ไม่มีกฎหมายใดรองรับเลย เสนอประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2557 เป็นการชั่วคราวเช่นกัน

แม้ว่าบ้านเมืองขณะนี้วิกฤตยิ่งกว่าก่อนการปฏิวัติเมื่อปี 2557 แต่ข้าพเจ้าก็ไม่ส่งเสริม ให้มีการปฏิวัติเพื่อฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญนี้อีก แต่การออกใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทันทีเพื่อยกเลิก ฉบับปี 2560 นี้แล้วนำเอาฉบับปี 2540 มาใช้ก่อนเป็นการชั่วคราวแล้วจัดการเลือกตั้ง สามารถกระทำได้ทันที

หากจะมีผู้กล่าวอ้างว่าวิธีนี้ไม่มีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญปี 2560 ข้าพเจ้าขอเรียนว่าถูกต้อง เพราะมีแต่บทบัญญัติเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จึงเป็นความจริงที่ไม่มีบทบัญญัติว่าด้วยการออกรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับเดิม กรณีจึงเป็นที่แน่ชัดว่า ไม่มีบทบัญญัติเขียนให้กระทำได้ แต่ก็ไม่มีบทบัญญัติห้ามมิให้กระทำ ซึ่งย่อมต้องถือว่ากระทำได้ เพราะได้มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 นี้ ไว้ในมาตรา 5 วรรคสองว่า

“เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัย กรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

ข้อ 10. ข้าพเจ้าขอเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ต้องประกาศใช้ทันทีซึ่งน่าจะมีเพียง 5 มาตรา ดังที่ปรากฏข้างท้ายนี้ (โปรดดูเอกสารแนบท้าย)

ข้อ 11. แล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบจัดทำแล้วเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งข้าพเจ้า ขอเสนอและเรียกร้องให้ ประชาชน นักศึกษา นักธุรกิจ ผู้ใช้แรงงาน และทุกภาคส่วนเห็นชอบด้วยกับวิธีการนี้ แล้วช่วยกันเรียกร้องผลักดันผู้รับผิดชอบ “เพียงฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเท่านั้น” ดังต่อไปนี้

ฝ่ายที่ 1 รัฐบาล โดย นายกรัฐมนตรี และ ครม. ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงพระบรมราชวินิจฉัยประกาศใช้

ฝ่ายที่ 2 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ แล้วผู้นำฝ่ายค้าน นำขึ้นทูลเกล้าฯ

ฝ่ายที่ 3 ภาคประชาชน กลุ่มผู้เรียกร้องซึ่งรวมตัวกันเป็นภาคประชาชนยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้แล้วนำขึ้นทูลเกล้าฯ (เป็นการจัดตั้ง ส.ส.ร. นอกสภา)

ข้อ 12. จะเห็นได้ว่าทั้ง 3 ฝ่าย ที่ข้าพเจ้าเสนอนี้ล้วนเป็นการดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นอกสภาทั้งสิ้น ก็ด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังที่ได้กล่าวมาแล้วนั้นเองว่า ต้องเป็นการดำเนินการนอกกรอบ นอกเวที เพื่อไม่ให้ตกหลุมพรางหมากกลที่เขาสร้างไว้ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้

4 ซึ่งข้าพเจ้าขอยืนยันว่า ทำได้เพราะมาตรา 5 แห่งรัฐธรรมนูญดังกล่าวและนี้คือ วิธีเดียวและอาจเป็นวิธีสุดท้ายที่จะล้างมรดกเลือดเพื่อหาทางออกให้ประเทศไทย โดยหลีกเลี่ยงการปฏิวัติ การนองเลือด และฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งเหมือนอดีตที่เคยผ่านมา “พวกเราจะยอมหลงกลลวงโดยปล่อยพวกเขายินดีปรีดาที่หลอกลวงพวกเราอยู่เช่นนี้หรือ….ผมคนหนึ่งละที่ไม่ยอมและจะไม่หยุดพูดเด็ดขาด”

ด้วยความเคารพรักอย่างยิ่ง
ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง
24 สิงหาคม 2563

เฉลิม24863

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Siree Osiri OHO BANGKOK