Politics

‘เทพไท’ เตือนม็อบนศ. อย่าให้มีการครอบงำ- แทรกแซงจากกลุ่มผู้ไม่หวังดี

“เทพไท” เตือนม็อบนศ. ทบทวนท่าทีการแสดงออก ต้องป้องกันอย่าให้มีการแทรกแซง จากกลุ่มผู้ไม่หวังดี  หวั่นย้อนเหตุการณ์ 6 ตุลา19

เตือนม็อบนศ. นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง การชุมนุมของกลุ่มนิสิตนักศึกษา ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อวานที่ผ่านมาว่า ส่วนตัวสนับสนุนการแสดงออกทางการเมืองของนิสิตนักศึกษาภายใต้กรอบกฎหมาย และเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญในฐานะที่เคยเป็นผู้นำนักศึกษามาก่อน มีความเห็นใจและเข้าใจในเจตนาดี และอุดมการณ์ของน้องๆนักศึกษา ที่มีความใฝ่ฝัน อยากจะเปลี่ยนแปลงสังคมให้ ไปสู่สังคมอุดมคติ แต่การเคลื่อนไหวใดๆต้องสอดคล้อง กับอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศด้วย ซึ่งจะทำให้การเคลื่อนไหวมีพลัง มีแรงขับเคลื่อนและการสนับสนุนจากแนวร่วมอย่างมากมาย
เตือนม็อบนศ.
ถ้าหากกลุ่มนิสิตนักศึกษาจะธำรงไว้ ซึ่งข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ที่ได้ประกาศไว้ต่อสาธารณชนแล้ว โดยไม่มีประเด็นอื่นใดมาแอบแฝง ก็จะได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น
แต่จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบนเวทีการชุมนุมเมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นการหมิ่นเหม่ต่อการจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง สร้างความไม่สบายใจให้กับคนในชาติ อาจทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคม แบ่งแยกประชาชนออกเป็น 2 ฝ่าย ด้วยการขยายผลของสื่อเลือกข้าง ซึ่งในขณะนี้ได้มีสื่อบางสำนัก ตั้งเป้าหมายปลุกระดม โฆษณาชวนเชื่อ โจมตีใส่ร้ายให้เกิดความเกลียดชังกันทั้ง 2 ฝ่าย จนอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงทางสังคมในที่สุด อาจจะเป็นการ ย้อนอดีตเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เพียงแต่เหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ แต่ครั้งนี้จะเกิดขึ้นที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต
เตือนม็อบนศ.
“อยากจะเรียกร้องมายังน้องๆนิสิตนักศึกษา ที่กำลังเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่ในขณะนี้ ได้ทบทวนท่าทีและการแสดงออกในการเคลื่อนไหว ขอให้ธำรงไว้ซึ่งเป้าหมาย และข้อเรียกร้องในการชุมนุมที่ชัดเจน อย่าให้มีการครอบงำ แทรกแซงจากกลุ่มผู้ไม่หวังดี จงเคลื่อนไหวด้วยพลังที่บริสุทธิ์ ในข้อเรียกร้องที่บริสุทธิ์ใจ ซึ่งจะทำให้ข้อเรียกร้องประสบความสำเร็จได้โดยเร็ว ไม่ควรให้มีการเบี่ยงเบนประเด็นข้อเรียกร้องไปในทิศทางอื่น ซึ่งอาจจะทำให้ขาดแนวร่วม และการสนับสนุนของคนส่วนใหญ่ในสังคม และจะทำให้การชุมนุมข้อเรียกร้อง ไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้” นายเทพไท กล่าว

เตือนม็อบนศ.ธรรมศาสตร์

คำเตือนของนายเทพไท เกิดจาก จากการชุมนุม “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” ที่ลานพญานาค มธ.ศูนย์รังสิต  เมื่อเย็นวาน (10ส.ค.) โดยมีแกนนำนักศึกษาสลับกันขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาลอย่างดุเดือด เน้นการสืบทอดอำนาจเผด็จการ การคุกคามประชาชน และการบริหารประเทศที่ผิดพลาด มีนักศึกษา มธ. เข้าร่วมจำนวนมาก พิธีกรบนเวทียังเชิญชวนนักศึกษา ติดแฮชแท็กในโซเชียล #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน และ #ธรรมศาสตร์และการชุมนุม เพื่อให้เป็นกระแสอันดับหนึ่งบนโลกออนไลน์
แกนนำคนสำคัญในการชุมนุม อาทิ นายอานนท์ นำภา นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำสนท. น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล โฆษก สนท. ไฮไลต์บนเวทีปราศรัย ขอให้ผู้ชุมนุมทุกคนร่วมกันเปิดแฟลชโทรศัพท์มือถือ และชูสามนิ้ว เป็นการไว้อาลัยกับชาวไทย ซึ่งเป็นผู้ลี้ภัยหลายคนที่ถูกบังคับอุ้มหายในต่างประเทศ
เหตุการณ์ที่ชุมนุมประท้วงของนักศึกษา เมื่อช่วงเย็นวานนี้(10ส.ค.) ทำให้เกิดเสียงวิพากวิจารณ์ในวงกว้าง จนทำให้ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงได้โพสต์ข้อความขออภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นผ่านเฟซบุ๊ก

#คำชี้แจงจากรองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต

เรื่องการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

ตามที่ได้มีการจัดชุมนุมที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา และปรากฎว่าในช่วงท้ายของการชุมนุมมีเนื้อหาบางส่วนที่ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากต่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นั้น

ในฐานะรองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต ที่รับผิดชอบเรื่องการอนุญาตให้ใช้สถานที่ ผมขอชี้แจงดังต่อไปนี้

1. นักศึกษาผู้จัดการชุมนุมได้ทำหนังสือลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ขออนุญาตใช้สถานที่โดยแจ้งว่า “เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภา และให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชนทุกรูปแบบ” ไม่ได้มีการแจ้งว่าจะมีการปราศรัยหรือแสดงออกในประเด็นเรื่องอื่นแต่อย่างใด

2. ผมได้รับหนังสือนี้ในวันที่ 5 สิงหาคม 2563 ผมจึงได้เชิญผู้ขออนุญาตใช้สถานที่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอคลองหลวงมาหารือในวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยินดีที่จะอำนวยความสะดวกเรื่องมาตรการความปลอดภัย โดยได้ขอให้แสดงออกเป็นไปในขอบเขตของกฎหมายและหลีกเลี่ยงประเด็นที่ละเอียดอ่อน

ซึ่งก็ได้ข้อสรุปว่า การชุมนุมจะอยู่ในขอบเขตของประเด็นทั้ง 3 ประเด็นที่ขอจัด โดยหากว่ามีคนที่ปราศรัยในประเด็นที่หมิ่นเหม่หรือผิดกฎหมาย คนพูดก็ต้องรับผิดชอบ และถ้าหากมีการกระทำที่ไม่เหมาะสมเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการพูดหรือการยกป้ายข้อความหรือการกระทำใดก็แล้วแต่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้วิธีการพูดคุยเจรจา เมื่อได้ข้อสรุปตามแนวทางนี้ผมจึงอนุญาตให้ใช้สถานที่

3. ในขณะที่มีการชุมนุม ช่วงเวลาประมาณ 19 นาฬิกาถึง 20 นาฬิกา ผมได้ไปสังเกตุการณ์และไปเยี่ยมเจ้าหน้าหน้าที่ตำรวจที่ช่วยอำนวยการเรื่องมาตรการความปลอดภัย ซึ่งการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่หลังจากนั้นจึงได้ทราบว่ามีผู้ปราศัยบางคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นผู้ที่ไม่ได้เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีการปราศัยในทางที่จะเป็นปัญหาได้ดังที่ปรากฏ

ผมขอเรียนว่า แม้ว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะให้เสรีภาพในการแสดงออก แต่การแสดงออกควรต้องอยู่ในขอบเขตของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องพึงระวังในเรื่องละเอียดอ่อนและเรื่องที่อาจจะนำมาซึ่งความแตกแยกของผู้คนในสังคม และแม้ว่าเนื้อหาหลักของการชุมนุมจะเป็นไปตามขอบเขตดังกล่าว แต่เมื่อปรากฎเนื้อหาบางส่วนที่อาจจะเลยขอบเขตไป ผมในฐานะรองอธิการบดี ผู้อนุญาตผมก็ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ในเบื้องต้นผมขออภัย และขอน้อมรับผิดในสิ่งที่เกิดขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight