Politics

เส้นทาง ‘นฤมล ภิญโญสินวัฒน์’ สู่ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน


วานนี้ (6 ส.ค. 63) ราชกิจจานุเบกษาประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้ง 7 รัฐมนตรีใหม่ภายใต้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ประยุทธ์ 2/2 หนึ่งในนั้น คือ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน

นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เกิดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2516 ปัจจุบันอายุ 46 ปี

ประวัติการศึกษาถือว่าไม่ธรรมดา จบระดับปริญญาตรีจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นได้ทุนรัฐบาล ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและเอกที่สหรัฐอเมริกา โดยจบการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาเอก สาขาปรัชญาการเงิน จากวิทยาลัยวอร์ตัน แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย และมีตำแหน่งทางวิชาการเป็น ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ (ศ.ดร.)

นฤมล ภิญโญสินวัฒน์

นางนฤมล รับราชการและทำงานอยู่ในแวดวงวิชาการมานานกว่า 15 ปี  โดยเป็นอาจารย์สอนสาขาการเงินและการบริหารความเสี่ยง สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และที่ปรึกษาของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ข้อมูลจากบีบีซีไทยเปิดเผยว่า นางนฤมลเข้ามาชิมลางการเมืองในรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังการรัฐประหารปี 2557 ในฐานะคณะทำงานของ พล.อ. ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงาน โดยเข้าไปดูแลยุทธศาสตร์การลงทุนของกองทุนประกันสังคม ก่อนขยับชั้นเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ด้วยการฝากฝังของ “นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น

ในเลือกตั้งใหญ่ปี 2562 นางนฤมลได้ลงเล่นการเมืองอย่างเต็มตัว โดยลงเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อลำดับที่ 5 ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แม้ขณะนั้นจะไม่ได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรี แต่ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็น “โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี” ในรัฐบาลประยุทธ์ 2 เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2562 พ่วงด้วยตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค และเลขานุการคณะกรรมการนโยบาย พปชร.

นฤมล19862

จากบทบาท “โฆษกรัฐบาล” นี้เอง โลกออนไลน์ได้ตั้งฉายาให้ว่า “โฆษกบิ๊กอาย” เนื่องจากนางนฤมลมักใส่คอนแทคเลนส์ที่มีขนาดตาดำค่อนข้างใหญ่ ขณะที่สื่อมวลชนเรียกชื่ออย่างเป็นกันเองว่า “อาจารย์แหม่ม”

ในทางการเมือง ดูเหมือนนาง นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ จะถูกปลุกปั้นมาจากฝั่งนายสมคิด แต่ผันตัวมาจับมือกับ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ที่อยู่ขั้วตรงข้ามในพรรคเดียวกัน

โดยเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2563 พล.อ.ประวิตร รองนายกรัฐมนตรีและประธานยุทธศาสตร์ พปชร. ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้าพรรค แทนนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเด็กในคาถาของนายสมคิด

ในวาระเดียวกัน นายอนุชา นาคาศัย ก็ก้าวขึ้นเป็นเลขาธิการพรรค และ นาง นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ก็ขึ้นสู่ตำแหน่งเหรัญญิกพรรคด้วย

แต่ที่เรียกเสียงฮือฮือ คือ การประกาศว่า โฉมหน้าทีมเศรษฐกิจใหม่ของพรรค พปชร. จะนำโดยนาง นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค เป็นมือเศรษฐกิจ พร้อมกับคนมีชื่อเสียงระดับประเทศร่วมด้วย ซึ่งจะเปิดตัวภายหลังจากที่ทุกอย่างตกผลึก

นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พปชร.

หลังสิ้นเสียงประกาศดังกล่าว ก็มีเสียงยี้ออกมาจากหลายภาคส่วนดัง เช่น ชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา ที่โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า …อดสงสัยไม่ได้ว่า จะไหวหรือ เพราะถ้าพิจารณาจากการที่ นางนฤมลทำหน้าที่โฆษกของรัฐบาลเป็นเวลา 1 ปีเศษ การทำงานที่ปรากฎต่อสาธารณชน ก็คือไม่ต่างกับรัฐบาลชุดนี้ไม่มีโฆษก

“วิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลก เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ แก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทยในขณะนี้ ควรต้องมีความสามารถ ที่ประชาคมโลกยอมรับในระดับเดียวกับ นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การค้าโลก และอดีตเลขาธิการอังก์ถัด หรือนายกรณ์ จาติกวณิช ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นรัฐมนตรีคลังโลก อาจเป็นการติเรือทั้งโกลน แต่เป็นการดูจากผลงานที่ผ่านมา ประชาชนไม่เชื่อถือ และด้วยความเป็นห่วงประเทศชาติครับ”

การแสดงความไม่มั่นใจจากหลายภาคส่วน ส่งผลให้ พปชร. ต้องออกมาปัดว่า นางนฤมลไม่ใช่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ของรัฐบาล แต่เป็นทีมเศรษฐกิจพรรคเท่านั้น

นฤมล ภิญโญสินวัฒน์

อย่างไรก็ตาม เส้นทางการเมืองของนางนฤมลยังคงทอดยาวออกไป โดยปรากฎรายชื่อเป็น 1 ในผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีโควตา พปชร. เรื่องนี้มีความแน่นอนมากขึ้น เมื่อ นางนฤมลลา ออกจากตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานในที่สุด

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หลังเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน ดังนี้

“ในวาระที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าพระพุทธเจ้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน

ข้าพระพุทธเจ้ารู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยจะน้อมนำแนวทางพระราชดำริมาปรับใช้ในการปฏิบัติงานต่อไป”

อ่านข่าวเพิ่มเติม