Politics

แก้ไขรัฐธรรมนูญ! ‘วิษณุ’ ชี้มี 2 ทางเลือก รับรัฐบาลมีธงอยู่แล้ว

แก้ไขรัฐธรรมนูญ “วิษณุ” แจงขั้นตอนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชี้มี 2 ทางเลือกคือ การแก้ไขรายมาตรา กับ การแก้ไขเป็นหมวดที่ต้องทำประชามติ รับรัฐบาลมีธงในใจอยู่แล้ว

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 สภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบให้แก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 ในส่วนนี้จะต้องทำประชามติด้วยหรือไม่ว่า หากมีการทำประชามติ ก็ต้องใช้งบประมาณรวมแล้วประมาณ 3,000 ล้านบาท เกือบเท่ากับงบประมาณที่ใช้ในการเลือกตั้งทั่วไป

ส่วนขั้นตอนการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ นั้น มี 2 ทางเลือก คือ 1. แก้เป็นรายมาตรา หรือ รายเรื่อง ที่ไม่เกี่ยวกับหมวด 1 หมวด 2 และหมวด 15 และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขคุณสมบัติและอำนาจหน้าที่ขององค์กรอิสระ ที่กระจายอยู่หลายหมวด หากจะแก้บทเฉพาะกาลที่แก้ไม่ให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี จะเป็นการแก้เป็นเรื่องๆ

วิษณุ6863

ทั้งนี้ จะรวมไปถึงการแก้ไขวิธีการเลือกตั้งด้วย เช่น จะใช้บัตรเลือกตั้ง 1 ใบ หรือ 2 ใบ นี่คือประเภทที่หนึ่ง ซึ่งกระบวนการแก้ไขจะเดินตามมาตรา 256 ตามปกติคือนำเข้ารัฐสภา ผ่านวาระ 1-3 หากมีผู้สงสัยก็ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ให้ดำเนินการให้เสร็จภายใน 1 เดือน แต่ถ้าไม่สงสัยก็ไม่ต้องส่ง จากนั้นจึงนำขึ้นทูลเกล้าฯ ประกาศใช้ได้ทันที

ส่วนทางเลือกที่ 2 คือ ถ้ามีการแก้หมวด 1 เกี่ยวกับเรื่องทั่วไป หรือหมวด 2 เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ หรือหมวด 15 เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการแก้เกี่ยวกับคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม และอำนาจหน้าที่ขององค์กรอิสระ ซึ่งกระจายอยู่หลายหมวด ก็ต้องนำเข้าสู่รัฐสภาผ่านวาระ 1-3 จากนั้นต้องนำไปทำประชามติ

“ที่พูดนี้ไม่ได้บ่นนะ แต่เมื่อสื่อถามผมก็ตอบ ไม่ได้มาบ่น หรือบอกว่าเสียดาย ไม่ได้พูดอย่างนั้น การทำประชามติ ยุ่งยากอยู่เรื่องหนึ่งเพราะมีล็อกเอาไว้ว่า การทำประชามติต้องทำตามกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงลงประชามติ ซึ่งขณะนี้เรายังไม่มีกฎหมายนี้ และต้องใช้เวลาในกระบวนการออกกฎหมาย” นายวิษณุ กล่าว

นายวิษณุ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เราเคยมีกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงลงประชามติ แต่ออกตามรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้า เมื่อรัฐธรรมนูญเปลี่ยนไปกฎหมายดังกล่าวก็ใช้ไม่ได้ ต่อมามีการออกกฎหมายประชามติเมื่อปี 2559 เพื่อใช้ลงประชามติธรรมนูญ พ.ศ. 2560 แต่เป็นการใช้เฉพาะเท่านั้น เมื่อรัฐธรรมนูญเสร็จก็จบกันไป

ทั้งนี้ คนที่จะทำกฎหมายการลงประชามติ คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งกกต. เคยส่งร่างมาที่รัฐบาลเมื่อปี 2562 รัฐบาลก็เตรียมจะเสนอเข้ารัฐสภา เพื่อไว้ใช้รองรับ แต่สมาชิกสภานิติบัญญัติ (สนช.) ก็หมดวาระอีก เพราะเปลี่ยนรัฐบาล กกต.จึงนำกฎหมายกลับไปปรับปรุง และยังไม่ได้ส่งกลับมา

เมื่อจบเรื่องของการทำประชามติ หากมีข้อสงสัยก็ต้องถามไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าไม่สงสัยก็ไม่ต้องส่ง จากนั้นจึงนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป ดังนั้น จึงต้องเลือกเอาว่า จะแก้แบบไหน การแก้ไขมาตรา 256 หรือการจัดตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) คือการแก้หมวด 15 ซึ่งเป็นการแก้แบบประเภทที่ 2 ที่ต้องลงประชามติ

อย่างไรก็ตาม หากจะมีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญก็คงไม่ทันสมัยประชุมนี้ เพราะยังมีเรื่องการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2564 และกฎหมายการทำประชามติ ที่จะต้องมีการจัดทำร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการลงประชามติ

ผู้สื่อข่าวถามว่า การใช้งบประมาณมากขนาดนี้ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราเดียวถือว่าคุ้มค่าหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ถ้าคิดว่าจำเป็นจะแก้ก็ต้องคุ้ม ถ้าจะพูดเหมือนที่ฝ่ายค้านบางท่านพูดว่า ก็ไม่เป็นไรถ้าจะต้องเสีย ก็ต้องยอมเสีย หากมีเหตุผลและมีความจำเป็นก็ต้องทำ แต่ถ้าคิดว่าจะลำบากสิ้นเปลืองในยุคนี้เวลานี้ ข้อสำคัญคือ พอดีพอร้าย คือ มันคงไม่ได้ลงประชามติหนเดียว เพราะลงเพื่อที่จะไปแก้ นี่คือความเห็นของอีกฝ่ายแต่บอกไม่ได้ว่าคือใคร

“ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งก็มองว่า จะเสียก็ช่างเพราะเป็นการกระจายรายได้ แต่ความจริงไม่ได้เป็นการกระจายรายได้ เพราะเงินนำไปใช้ในด้านธุรการ ไม่ได้นำไปแจกประชาชน แต่เป็นในส่วนที่ผู้สมัครไปกระจายกันเอง การลงประชามติไม่มีผู้มีส่วนได้เสียที่จะไปแจกหัวคะแนน อีกฝ่ายก็บอกว่า การแก้ไขและลงประชามติต้องใช้เงินเยอะ อาจจะไม่ใช่หนเดียว ถ้าสมมุติว่า ลงประชามติผ่านจนนำไปสู่การตั้ง ส.ส.ร. ซึ่งฉบับที่มี ส.ส.ร. ก็ต้องนำไปลงประชามติอีกรอบ อย่างน้อยก็ต้องมีการลงประชามติถึง 2 ครั้ง ดังนั้นถ้าจำเป็นจะเสียก็ต้องเสียไม่มีปัญหา ส่วนจะจำเป็นหรือไม่จำเป็นแล้วแต่พูดกันในทางการเมือง” นายวิษณุ กล่าว

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรี จำเป็นต้องยืนตามความเห็นของ กมธ.แก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่จำเป็น นายกรัฐมนตรี เพียงอยากทราบว่า จะแก้ในประเด็นอะไรบ้าง ถ้าถามใจรัฐบาล ก็ต้องบอกว่า รัฐบาลก็มีธงอยู่แล้วว่า อยากจะแก้อะไร

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ดูเหมือนรัฐบาลไม่อยากให้มีการตั้ง ส.ส.ร. เพราะไม่อยากให้ไปแก้เกี่ยวกับที่มาของส.ว. นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่จริง ใครพูด รัฐบาลไม่เคยพูดในสิ่งนั้น เพราะรัฐบาลบริหารงานมาตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งคำว่ารัฐบาล ไม่ได้หมายถึงพล.อ.ประยุทธ์ คนเดียว แต่หมายรวมถึงพรรคร่วมรัฐบาล อย่างไรก็ตามที่เห็นบ่นๆ อยากให้แก้ไขกันก็มีหลายเรื่อง เช่น มาตรา 144 ที่พูดกันมาหลายวันเป็นต้น ซึ่งเสียงที่คิดอยากให้แก้มาตรานี้ก็มีท่วมท้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม