Politics

กมธ.การตำรวจ ชี้คดี ‘บอส อยู่วิทยา’ ไม่ถูกต้อง-ไม่ชอบธรรม

“ส.ส.นิโรธ” นครสวรรค์ พปชร.ในฐานะประธานกมธ.การตำรวจ เผยที่ประชุมมองคดี “บอส อยู่วิทยา”  ไม่ถูกต้องและไม่ชอบธรรมกับสังคม หลังพบรายละเอียดของคดีบกพร่อง

นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส. นครสวรรค์ เขต 6 พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส. นครสวรรค์ เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส. จันทบุรี เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองกมธ.ฯ และพล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะที่ปรึกษากมธ.ฯ เข้าร่วมประชุมกมธ.การตำรวจ โดยการประชุมเพื่อพิจารณาขั้นตอนการดำเนินการของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีที่อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี นายวราวุธ อยู่วิทยา หรือ บอส ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

นิโรธ2

นายนิโรธ แถลงหลังการประชุมว่า กมธ.การตำรวจ ได้ซักถามเจ้าหน้าที่ตำรวจในกรณีเมาแล้วขับ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยพนักงานสอบสวนได้สอบสวน ระบุว่า ไม่สามารถตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ได้ในขณะที่เกิดเหตุ ดังนั้นการตรวจวัดแอลกอฮอล์จึงล่าช้า เนื่องจากว่าผู้ต้องหาขับรถหนีไปยังบ้าน และเจ้าที่ตำรวจได้นำกำลังไปล้อมบ้านไว้แล้ว แต่ยังไม่มีหมายจับ และผู้ต้องหาไม่ยอมออกมามอบตัว ต่อมาเช้าวันรุ่งขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอหมายศาล และเข้าตรวจค้นบ้านของผู้ต้องหา เพื่อนำผู้ต้องหามาตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ แต่ระยะเวลาการตรวจวัดแอลกอฮอล์กับช่วงเวลาที่เกิดห่างกันถึง 10 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน มีประเด็นข้อกฎหมายมีอยู่ว่า ต้องตรวจวัดแอลกอฮอล์ไปในขณะที่เกิดเหตุจึงสามารถนำคดีขึ้นสู่ศาลและสามารถสั่งฟ้องได้

นายนิโรธ กล่าวว่า ส่วนประเด็นความเร็วรถนั้น สำนักงานจราจร ได้ใช้หลักวิชาฟิสิกส์ การประทะของวัตถุ เพื่อตรวจสอบรถทั้ง 2 คัน พบว่า ความเร็วรถประมาณจะประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่หน่วยงานกองพิสูจน์หลักฐาน และคณะอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใช้หลักวิศวะคำนวณจากกล้องวงจรปิด คำนวนความเร็ว พบว่า ความเร็วรถประมาณจะประมาณ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นอกจากนี้ มหาวิทยาพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ใช้หลักวิศวะ คำนวณจากกล้องวงจรปิด คำนวน ความเร็ว และหักลบเลนซ์กลมโค้ง จากกล้องวงจรปิด พบว่า ความเร็วรถจะประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

n20200730194030 449715

“เนื่องจากมีความเห็นขัดแย้งอัยการ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดังนั้นจึงเชิญกองพิสูจน์หลักฐาน และคณะอาจารย์จากจุฬาฯ  มาให้ปากคำเพื่อสอบสวนอีกครั้ง ต่อมายอมว่า อาจจะคำนวนผิดพลาด เพราะหักลบเลนซ์กลมโค้งจากกล้องวงจรปิด “ นายนิโรธ กล่าว

นายนิโรธ กล่าวว่าอัยการมีความเห็นว่า ควรหาประจักษ์พยานบุคคล จึงสั่งสอบเพิ่มเติม 2 คน คือ นายจารุชาติ มาดทอง ซึ่งเป็นพยานที่อยู่ในสำนวน  ระบุว่า ไม่ได้มีการขับรถเร็ว ต่อมาผู้เสียหายได้เรียกร้องให้พนักงานสอบสวน ให้สอบสวนพยานเพิ่มเติมเพื่อขอความธรรม คือ พล.อ.ท. จักกฤช ถนอมกุลบุตร แต่ไม่ได้สอบสวนพยานเพิ่ม เนื่องจากสำนวนเสร็จสิ้น และส่งฟ้องต่ออัยการแล้ว หากต้องการสอบสวนเพิ่ม ต้องร้องขอความเป็นธรรม เพื่อให้พนักงานสอบสวนสอบพยายานเพิ่มเติม และกำหนดประเด็นตามอัยการกำหนด

นายนิโรธ กล่าวว่าทาง กมธ.การตำรวจ มองว่า คดีนี้ไม่ถูกต้องและไม่ชอบธรรมกับสังคม ดังนั้น กมธ.การตำรวจ จึงตั้งข้อสังเกตกับหนักงานสอบสวนว่า ควรตรวจสอบรายละเอียดที่ยังขาดบกพร่อง เพื่อให้ประชนได้รับความกระจ่าง ซึ่งสอดคล้องนายกรัฐมนตรี สั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบในคดีนี้ อีกทั้งยังมองว่า ในเรื่องอายุความที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้ง 5 ข้อหานั้น มีอายุความที่แตกต่างกัน  ยังไม่สามารถนำตัวผู้เสียหายหลบหนี ไปยังต่างประเทศมาฟ้องตามข้อหาได้ จึงหมดอายุความ นี่จึงเป็นช่องโหว่ของกฎหมาย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight