Politics

‘โฆษกกทม.’ ไล่ไทม์ไลน์คณะทูตขอเข้าพักคอนโดหรู!

“โฆษกกทม.” ไล่ไทม์ไลน์ “คณะทูต” ขอพักที่คอนโดหรูกลางเมือง ยืนยันนั่งรออยู่ในรถ ยังไม่ได้เข้าคอนโด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่สถานทูตเอสโตเนีย ส่งบุคคลจากสถานทูต 1 คน ขอเข้าพักที่มิลเลนเนียม เรสซิเด้นส์ แอท สุขุมวิท คอนโดมิเนียม แต่ไม่ได้รับการยินยอมจากฝ่ายอาคาร และนิติบุคคล โดยให้เหตุผลเรื่องความปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19 ของลูกบ้านที่มีอยู่ถึง 604 ห้องนั้น

โฆษกกทม.

ล่าสุด ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร (โฆษกกทม.) ได้โพสต์ชี้แจงเรื่องดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก เอิร์ธ พงศกร ขวัญเมือง – Earth Pongsakorn Kwanmuang ระบุว่า สำหรับข่าวที่มี บุคคลจากสถานทูตต้องการเข้ากักตัวที่คอนโด มิลเลนเนียม เรสซิเด้นส์ แอท สุขุมวิท

ทันทีที่ กทม. ทราบ กทม.ได้ดำเนินการทันที ดัง timeline ต่อไปนี้

– คณะได้เดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ และได้แจ้งทางนิติบุคคลของคอนโดมิลเลนเนียม เรสสิเด้นส์ แอน สุขุมวิทผ่านอีเมล์

– ส่วนที่เกี่ยวข้องได้พยายามติดต่อกลับ แต่ติดต่อไม่ได้

– คณะเดินทางมาถึงคอนโด เวลาประมาณ 19.50 น. ทางกทม. และนิติบุคคลได้ให้ไปสถานที่กักตัวที่ทางรัฐจัดให้

– คณะได้เดินทางไปกักตัวตามคำแนะนำ

*คณะไม่ได้เข้าในส่วนของอาคารคอนโดเลย อยู่แต่ในรถที่เดินทางมา*

โฆษกกทม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางนาตาชา รอยส์ รองประธานกรรมการ บริษัท พีพีเอ็ม จำกัด ซึ่งบริหารพื้นที่นิติบุคคลอาคารชุดมิลเลนเนียม เรสซิเด้นส์ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 14.00 น.ของวันที่ 16 กรกฎาคม 2563 ได้รับการติดต่อจาก สถานทูต แจ้งว่า สถานทูตขอส่งเจ้าหน้าที่กักตัว 14 วันที่คอนโดแห่งนี้ โดยมีการส่งเอกสาร การตรวจหาเชื้อโควิด ทั้งจากสถานทูตต้นทาง และที่สนามบินสุวรรณภูมิแจ้งมายังนิติบุคคล

“ทางนิติบุคคลได้พิจารณาแล้วยืนยันว่า ไม่อนุญาตให้บุคคลดังกล่าวเข้าพักเพื่อกักตัว เนื่องจากหากมีการติดเชื้อ อาจส่งผลกระทบกับลูกบ้านอีก 604 ห้อง” นางนาตาชา กล่าว

ขณะเดียวกัน ห้องพักที่มีการเช่าไว้ เป็นการเช่าในนามบุคคล ไม่ใช่ในนาม สถานทูต จึงเจรจาขอให้ไปพักที่อื่น ซึ่งทางตัวแทนของสถานทูตไม่ยินยอม โดยอ้างเอกสิทธิ์ทางการทูตในการเข้าพัก ทางนิติบุคคล จึงประสานไปยังตำรวจ และ สำนักงานเขตคลองเตย ให้เข้ามาช่วยดูแลสถานการณ์ หากเกิดความไม่พอใจของลูกบ้าน

ทั้งนี้ ได้ประสานไปยัง ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เพื่อให้ช่วยประสานเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ได้รับการแจ้งให้ประสานไปยังสถานทูตเอง เนื่องจากเป็นเรื่องระหว่างคอนโด และสถานทูต ขณะที่ผู้อำนวยการเขตคลองเตย ได้ลงมาช่วยให้คำปรึกษา และประสานงาน

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ จบลงด้วยการที่ผู้แทน สถานทูต เอสโตเนีย ได้ประสานไปยัง กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขอให้จัดสถานที่พักให้ และยินยอมที่จะย้ายไปพักยังสถานที่ที่กระทรวงการต่างประเทศจัดหาไว้ให้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้อำนวยการเขตคลองเตย ได้ทำการตรวจสอบ และขอให้ทางสถานทูตแจ้งกลับว่า ไปพักที่ใด เพื่อให้สามารถติดตามได้หากพบการติดเชื้อในภายหลัง

โฆษกกทม.

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ได้แถลงข่าวทหารอียิปต์ และลูกอุปทูตซูดาน ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย และติดเชื้อโควิด โดยระบุว่า กรณีการทบทวน หรือ ยกเลิกสิทธ์ VIP ที่จะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยโฆษก ศบค. กล่าวแสดงความเสียใจ และขอโทษที่ขอให้ประชาชนทุกคนไม่การ์ดตก แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐการ์ดตกเสียเอง

ซึ่ง ศบค. ได้หารือในเรื่องนี้อย่างมาก และพร้อมจะรับมาเป็นข้อปฏิบัติ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงให้ดีที่สุดในข้อต่อเล็กๆ ที่หละหลวมในทุกจุด โดยถือเป็นความรับผิดชอบของ ศบค. ที่ยังไม่ละเอียดในทุกเรื่อง เช่น จากที่คิดว่าลูกเรือจะมาลงที่สุวรรณภูมิ ไม่ใช่ที่อู่ตะเภา ทำให้มาตรการที่วางไว้ไม่ครอบคลุมเพียงพอ ทั้งนี้ ที่ประชุม ศบค. จึงได้มีมติ 3 ข้อดังนี้

1. ศบค. จะดำเนินการทบทวนผ่อนคลายมาตรการกักกันบุคคลในคณะทูต โดยเฉพาะคู่สมรส บิดามารดา หรือบุตรของบุคคลดังกล่าว

2. ให้ กต. ยกเลิกการอนุญาตบินเข้าของเที่ยวบินกองทัพอากาศอียิปต์ ที่อนุญาตไปแล้วทั้งหมด 8 เที่ยวบิน (ช่วงวันที่ 17-20 และ 25-29 ก.ค. 2563)

3. ให้ชะลอการอนุญาตของการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรแบบผ่อนคลายมาตรากร State Quarantine ตามข้อกำไหนดที่ 12 (2กลุ่มที่มีเหตุยกเว้น), (3บุคคลในคณะทูต), (11 special arrangement) ไปก่อน และมีการทบทวนมาตรการควบคุมให้มีความรัดกุมรอบคอบ จึงให้มีการดำเนินการต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม