Politics

พรก.ฉุกเฉิน ยกเลิกแน่! ‘สุภรณ์’ บอก ณัฐวุฒิ เข้าใจการบริหารหน่อย


พรก.ฉุกเฉิน ต้องรอเวลาเหมาะสมถึงจะยกเลิกได้  “สุภรณ์” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี  บอก “ณัฐวุฒิ” น่าจะเข้าใจกระบวนการบริหารมากกว่านี้ หลังอีกฝ่ายโพสต์เฟซบุ๊ก บอก การยกเลิกเคอร์ฟิว ไม่ใช่ข่าวดี และที่ร้ายกว่า คือ ยังคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เอาไว้ 

พรก.ฉุกเฉิน

จากกรณีที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่่ม แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ นปช.โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพจ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ  ระบุว่า การ ยกเลิกเคอร์ฟิว ไม่ใช่ข่าวดี และที่ร้ายกว่าคือ การที่รัฐบาลยังคง พรก.ฉุกเฉิน เอาไว้นั้น

นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า อยากให้ นายณัฐวุฒิ เข้าใจกระบวนการทำงานของรัฐบาล และ ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ซึ่งอีกฝ่ายก็เคยเป็นรัฐมนตรีมาก่อน น่าจะมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการบริหารมากกว่านี้

เมื่อมี พรก.ฉุกเฉิน จึงมีการประกาศเคอร์ฟิวตามมา หากไม่มีก็ประกาศไม่ได้ การที่มาบอกว่า เมื่อไม่มีเคอร์ฟิว จะคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ทำไมนั้น เป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก

“นายณัฐวุฒิ มีแต่ชุดความคิดเก่าๆที่เรียกว่า Old Normal คิดทุกเรื่องเป็นการเมืองไปหมด รัฐบาลบริหารประเทศมานาน ที่ผ่านมารัฐบาลก็ไม่ได้ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ไม่เห็นจะมีอะไร ดังนั้นการจะกล่าวหาว่ารัฐบาลคง พรก.ฉุกเฉินเอาไว้เพื่อรวบอำนาจทางการเมือง จึงเป็นวิธีคิดแบบเก่าๆและสร้างวาทกรรมขึ้นมาว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คือนิว นอร์มอล”

ทั้งนี้  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) หรือ ทีวีพูล เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19

ในครั้งนั้น รัฐบาล และศบค. ให้เหตุผลถึงการต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า  ที่ประชุมศบค. มีความเห็นสอดคล้องกันว่า การบังคับใช้อำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ. 2548 ยังมีความจำเป็น เนื่องจากจะช่วยสร้างระบบการบริหารจัดการ ในเชิงบูรณาการที่ดี ให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อชะลอ ควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19

ยังช่วยสนับสนุนให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ มีความเป็นเอกภาพ รวดเร็ว มีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง รวมทั้งสร้างมาตรฐานกลางด้านสาธารณสุขและช่วยเยียวยาประชาชนได้อย่างครอบคลุมภาพรวมของประเทศอีกด้วย

นอกจากนี้ไทยยังอยู่ในช่วงการพิจารณาผ่อนคลายมาตรการบังคับใช้กฎหมายสำหรับในระยะที่ 3 และระยะที่ 4 ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรคในระดับสูง จึงจำเป็นต้องมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบและอยู่ในระยะเวลาที่เหมาะสม

จากนั้น เมื่อวานนี้ (12 มิ.ย.) ศบค.มีมติยกเลิกประกาศห้ามออกจากเคหะสถาน หรือ เคอร์ฟิว โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 มิถุนายนนี้ แต่ยังคงควบคุมการเดินทางเข้าประเทศ ทั้งทางบก น้ำ อากาศ พร้อมให้ผ่อนคลายล็อกดาวน์ ระยะที่ 4 ในกิจกรรมด้านเศรษฐกิจ และการดำเนินชีวิต กิจกรรมด้านออกกําลังกาย การดูแลสุขภาพหรือสันทนการ โดยเน้นย้ำให้ทุกกิจการ กิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลายปฏิบัติตามมาตรการควบคุมอย่างคร่งครัด

natt

ในเวลาต่อมา นายณัฐวุฒิ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

การประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวไม่ใช่ข่าวดี เพราะมีข่าวร้ายที่ใหญ่กว่า คือยังไม่ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งที่ผลเพียงอย่างเดียวของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินขณะนี้ คือ ทำให้มีอำนาจประกาศเคอร์ฟิวได้ เมื่อไม่มีเคอร์ฟิว จะคงพ.ร.ก.ฉุกเฉิน  ไว้เพื่ออะไร

ข้ออ้างเรื่องรวบอำนาจใช้กฎหมาย 40 ฉบับ เพื่อความคล่องตัวฟังไม่ขึ้น สถานการณ์ตอนนี้ ถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี ภายใต้กฎหมายปกติ รัฐบาลก็ทำงานได้ การเรียกร้องยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ใช่เรื่องคนจะทำผิดกลัวกฎหมาย แต่เป็นการเรียกร้องความชอบธรรม ในการใช้อำนาจ และบังคับใช้กฎหมาย ของรัฐบาล

อย่าได้คิดใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นส่วนหนึ่งของนิว นอร์มอล ในสังคมไทย #ยกเลิกพรกฉุกเฉิน”

ก่อนหน้านี้ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ได้ออกมาแถลงถึงเรื่องที่ หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศบค. ได้จัดให้มีการประชุมพิจารณาพ.ร.ก.ฉุกเฉิน อยู่ตลอดเวลา  เพื่อพิจารณาถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19)

อ่านข่าวเพิ่มเติม