Politics

เตือนผู้โดยสารรถไฟ 2 เที่ยว ร่วมขบวนเดียวกับผู้ป่วยโควิด-19

เตือนผู้โดยสารรถไฟ 2 เที่ยว ร่วมขบวนเดียวกับชายนราธิวาสติดโควิด-19 ให้เข้าตรวจคัดกรอง ด้านขบวนรถได้ทำความสะอาดและหยุดให้บริการแล้ว

S 10772500

จากกรณีที่สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาสพบชายไทยวัย 57 ปี เป็นผู้ป่วยโควิด-19 รายที่ 22 ของจังหวัดนราธิวาส ได้เดินทางด้วยรถไฟนั้น

การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้ทำการสอบทานข้อมูลกับสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส ได้ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบสวนการเดินทางที่ถูกต้องของผู้ป่วยได้ดังนี้

ผู้ป่วยเป็นเพศชาย อายุ 57 ปี มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดนราธิวาส โดยผู้ป่วยเดินทางโดยขบวนรถเร็วที่ 171 กรุงเทพ สุไหงโก-ลก เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2563  จากสถานีกรุงเทพ ปลายทางสถานียะลา เป็นรถนอนชั้นที่ 2 นอนปรับอากาศ คันที่ 16 ถึงสถานียะลา เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2563 แล้วเดินทางต่อโดยขบวนรถโดยสารท้องถิ่นที่ 451 นครศรีธรรมราช – สุไหงโกลก วันเดียวกัน จากสถานียะลา – ตันหยงมัส

การรถไฟฯ จึงส่งรายชื่อผู้โดยสารที่ร่วมเดินทางในขบวนรถเร็วที่ 171 กรุงเทพ – สุไหงโกลก ในวันดังกล่าวให้สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

เนื่องจากการโดยสารของผู้ป่วยกับขบวนรถโดยสารท้องถิ่นที่ 451 นครศรีธรรมราช – สุไหงโกลก เป็นขบวนรถที่ไม่มีการสำรองที่ จึงไม่มีรายชื่อผู้โดยสารให้กับสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาสเพื่อตรวจสอบ

569db3da 9b1f 4d08 853e 1782e2140116

สำหรับการทำความสะอาดตู้โดยสารดังกล่าวการรถไฟฯ ได้สั่งให้ทำความสะอาดและฆ่าเชื่อโรคตามขั้นตอนแล้ว ทั้งนี้ขบวนรถโดยสารในเส้นทางใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การรถไฟฯ ได้งดการให้บริการตั้งแต่วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2563 ทั้งขบวนรถเร็วที่ 171 และขบวนรถโดยสารท้องถิ่นที่ 451

การรถไฟฯ จึงขอให้ประชาชนที่เดินทางร่วมในขบวนรถเร็วที่ 171 กรุงเทพ – สุไหงโก-ลก ในวันที่ 21 มีนาคม 2563 และขบวนรถท้องถิ่นที่ 451 ระหว่างสถานียะลา – ตันหยงมัส ในวันที่ 22 มีนาคม 2563 เข้ารับการตรวจสอบตามขั้นตอนที่สาธารณสุขจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียง

สำหรับมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น การรถไฟฯ ได้มีการคัดกรองการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนใช้บริการที่สถานีรถไฟทุกครั้ง หากพบอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ขอให้ผู้โดยสารหลีกเลี่ยงการเดินทาง หากจําเป็นต้องเดินทางขอให้มีใบรับรองแพทย์แสดง และกรอกแบบประเมินและรับรองตนเองเพื่อคัดกรองและยืนยันตนก่อนการเดินทาง และมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) กับขบวนรถ เพื่อให้มีระยะห่างที่ปลอดภัยต่อการแพร่กระจายเชื้อในขบวนรถไฟ

นอกจากนี้ ได้ข้อความร่วมมือในกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ เช่น ผู้ใช้บริการที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป กลุ่มคนที่มีโรคประจําตัว และกลุ่มเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปีลงมา ควรงดการเดินทาง เว้นแต่บุคคลกลุ่มดังกล่าวมีความจําเป็นตามข้อกําหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการใน สถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563