ดูหนังออนไลน์
Politics

สะพัด! ออกพรก.ฉุกเฉิน ให้อำนาจนายกฯรวมศูนย์สั่งการ ฝ่าวิกฤติโควิด-19

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) พรุ่งนี้ (24มี.ค.) ที่ประชุมจะพิจารณาร่วมกันเพื่อ ออกประกาศใช้พระราชกำหนดฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) มาใช้ในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังขยายวงกว้างในขณะนี้ การออกพรก.ฉุกเฉินครั้งนี้ เพื่อเป็นการรวมศูนย์สั่งการ โดยนายกรัฐมนตรี เป็นผู้สั่งการเพื่อให้การดำเนินการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะมาตรการในการบังคับใช้

“ที่ต้องออกพรก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมการบริหารวิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้ เพื่อให้นายกฯมีอำนาจตรงในการสั่งการ ที่ผ่านมาการดำเนินการแก้ปัญหาหรือสั่งการนายกฯไม่ได้มีอำนาจเบ็ดเสร็จ จึงทำให้การดำเนินงานแก้ปัญหาไม่ได้ประสานกันเท่าที่ควร เมื่อมีการรวมศูนย์เกิดขึ้นแล้ว ต่อไปการสั่งการจะเป็นศูนย์รวมมากขึ้น”

นอกจากนี้ ภายใต้พรก.ฉุกเฉิน ก็จะมีการประกาศข้อห้าม และมาตรการต่างๆออกมา เพื่อหยุดหยั้งหรือลดการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยคาดว่าจะมี การออกประกาศห้ามเดินทางข้ามจังหวัด ส่วนจะห้ามออกจากบ้านในเวลากำหนดหรือไม่ยังไม่มีการหารือเรื่องนี้ รวมทั้งจะมีการออกมาตรการขั้นเด็ดขาดจับกุมผู้ขายหน้ากากอนามัยเกินราคา

สถานการณ์ปัจจุบันนายกรัฐมนตรี ยังมีความเป็นห่วงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกจ้าง เตรียมหารือมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบโควิด-19 ระยะที่ 2 ในที่ประชุม ครม. วันนี้ (24 มี.ค.) “นายกฯพร้อมที่จะใช้ยาแรงหากมีความจำเป็น แต่ก่อนตัดสินใจจะสอบถามข้อมูลรอบด้านจากทุกฝ่ายก่อน”

วานนี้(23มี.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)  เพื่อหารือมาตรการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ หลังปิดสถานบริการและห้างสรรพสินค้า ซึ่งนายกฯกล่าวว่า มาตรการต่างๆ ขอให้ฟังครม.วันนี้ ซึ่งจะนำเข้าครม.

ในที่ประชุมวานนี้(23มี.ค.) นายกฯได้พูดว่า“จะให้ยกระดับขนาดไหนทำได้หมด ก่อนย้อนถามผู้เข้าร่วมประชุมว่า พวกคุณจะอยู่กันได้ใช่ไหม” ดังนั้นการประชุมครม.วันนี้จะมีการตัดสินใจยกระดับการประกาศเกิดขึ้นแน่นนอ

ส่วนมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดสถานบริการและห้างสรรพสินค้า โดยเฉพาะสถานที่ที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเบื้องต้นกระทรวงการคลังจะเสนอจ่ายเงินชดเชย ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะกลุ่มพนักงานและลูกจ้าง เดือนละ 2,000 บาท เป็นเวลา 2 เดือน คนกลุ่มนี้คาดว่าจะมีอยู่ประมาณ 5 ล้านคน

ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight