General

4 มี.ค. เจรจา ‘3 จังหวัดใต้’ รอบ 2 โพลล์ชี้คนพื้นที่ก้ำกึ่งเห็นความสงบใน 5 ปี

กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ในยกที่ 2 กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือน มีนาคมนี้ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย หลังไทยเปิดตัวกลุ่มบีอาร์เอ็นร่วมโต๊ะเจรจารอบใหม่ ทว่าโพลล์ของเครือข่ายวิชาการกลับสะท้อนว่าประชาชน 37.9% หมดหวังจะเห็นสันติภาพเกิดขึ้นภายใน 5 ปีนี้

thasa12

การพลิกกลับไปเปิดฉากเจรจาโดยตรงกับกลุ่มแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติ หรือบีอาร์เอ็น ของไทยถูก พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ อธิบายไว้ว่าเพราะเป็น “กลุ่มที่มีอิทธิพลมากที่สุดในขบวนการผู้เห็นต่าง”

พล.อ.วัลลภเปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า คณะบีอาร์เอ็นที่พบปะกันเมื่อ 20 มกราคมที่ผ่านมา แนะนำตัวว่า “เป็นผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย และผู้อำนวยความสะดวก (มาเลเซีย) ก็ให้การรับรอง ทำให้ผมมีความเชื่อมั่นในคู่พูดคุย”

นอกจากนี้ ระหว่างที่หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ ฝ่ายไทยเดินสายไปพบปะผู้นำศาสนา ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 11-13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็พบว่าส่วนใหญ่ไม่มีผู้ใดกังขาต่อสถานะของคู่พูดคุยว่าเป็นตัวจริง จึงรู้สึกได้ว่ากลุ่มบีอาร์เอ็นพยายามสื่อสารให้สาธารณชนเห็นว่าพร้อมแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งด้วยสันติวิธี

ตลอดเดือนมกราคม และหลังเปิดตัวกลุ่มบีอาร์เอ็นในฐานะคู่สนทนาหลัก พล.อ.วัลลภซึ่งเป็นอดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ชี้ว่ายังไม่พบการก่อเหตุรุนแรงขนาดใหญ่ ส่วนเหตุร้ายรายวันก็ลดลง จึงถือเป็นสัญญาณที่ดีในการเริ่มต้นกระบวนการพูดคุยฯ รอบใหม่ พร้อมแสดงความคาดหวังให้ทุกฝ่ายหันไปให้ความสำคัญในประเด็นสารัตถะเพื่อแสวงหาทางออกจากความขัดแย้ง โดยก้าวพ้นระยะของการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องตัวจริง-ตัวปลอม

ไทยต้องการแสดงความจริงใจ

กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขอย่างเปิดเผยดำเนินการมาครบ 7 ปีเต็มเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เปิดเจรจากับกลุ่มบีอาร์เอ็นเมื่อปี 2556 ก่อนหยุดชะงักลงชั่วขณะ แล้วกลับมาฟื้นกระบวนการพูดคุยรอบใหม่ในยุครัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อ 27 สิงหาคม 2558 ซึ่งมีการเปิดตัวฝ่ายผู้เห็นต่างที่เรียกตัวเองว่า “มารา ปาตานี” แต่แล้วกระบวนการก็ต้องชะงักงันอีกหนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์  2562 ก่อนที่รัฐไทยจะเปลี่ยนมาเปิดเกมพูดคุยโดยตรงกับกลุ่มบีอาร์เอ็นอีกครั้งเมื่อ 20 มกราคม 2563

แม้การเมืองภาพใหญ่ของมาเลเซียมีการเปลี่ยนแปลง หลัง  ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ ที่มี พล.ต.อ.ตัน สรี อับดุล ราฮิม บินโมฮัมหมัด นูร์ เป็นหัวหน้าคณะผู้อำนวยความสะดวก ยังเดินหน้าตามกำหนดเดิม เนื่องจากมีการนัดหมายกันไว้ล่วงหน้าแล้ว

110717034 b66243e7 a46e 4c72 87a3 27ebf05a84d6
พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าคณะไทย (ซ้าย) จับมือกับ ตัน สรี อับดุล ราฮิม บิน โมฮัมหมัด นูร์ (กลาง) ผู้อำนวยความสะดวกจากมาเลเซีย และ นายอนัส อับดุลเราะห์มาน เป็นหัวหน้าคณะบีอาร์เอ็น (ขวา)

พล.อ.วัลลภระบุว่า คณะพูดคุยไม่ได้มองว่าการเรียกกลุ่มบีอาร์เอ็น เป็นการรับรองสถานะให้องค์กรดังกล่าว แต่ถือเป็นการให้เกียรติคู่พูดคุย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น เปิดพื้นที่รับฟังปัญหาคับข้องใจ และแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งโดยสันติวิธีแทนการใช้ความรุนแรง

ส่วนการเชิญบุคคลที่ 3 มาร่วมโต๊ะพูดคุยในฐานะผู้สังเกตการณ์ นอกจากมาเลเซียที่อยู่ในฐานะผู้อำนวยความสะดวก พล.อ.วัลลภให้เหตุผลว่าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กลุ่มบีอาร์เอ็น และแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ โดยคนเหล่านั้นจะมาในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ในนามองค์กร หรือประเทศ พร้อมระบุว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาภายในประเทศ

“การมีผู้เชี่ยวชาญไม่ใช่อุปสรรค แต่จะช่วยประคับประคองให้กระบวนการพูดคุยฯ คืบหน้ามากขึ้น” พล.อ.วัลลภกล่าวกับบีบีซีไทย

เห็น-ไม่เห็น สันติภาพใน 5 ปี

ด้านเครือข่าย PEACE SURVEY เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีต่อกระบวนการสันติภาพ หรือ PEACE SURVEY ครั้งที่ 5 พบว่า ประชาชนเกินกว่าครึ่งสนับสนุนให้ใช้การเจรจาพูดคุยเพื่อแก้ปัญหา โดยมี 38.7% ที่มีความหวังและมีความหวังมากว่าจะเกิดข้อตกลงสันติภาพภายใน 5 ปีนี้ แต่ก็มีประชาชนในสัดส่วนใกล้เคียงกันที่ 37.9% ค่อนข้างไม่มีความหวังและไม่มีความหวังเอาเสียเลยว่าจะได้เห็นข้อตกลงดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม คนในพื้นที่ปลายด้ามขวานได้แสดงความกังวลใจหลายประการ โดย 59.4% คิดว่ากระบวนการพูดคุยสันติสุขไม่สามารถยุติความรุนแรงได้ 57.1% กังวลว่าจะทำให้สถานการณ์รุนแรงกว่าเดิม ส่วน 53.8% กังวลว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะไม่ทำตามข้อตกลง

ประยุทธ์1116314

คะแนนนิยมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ต่ำสุดในรอบ 4 ปี

การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกบรรจุเป็นนโยบายหลักของทุกรัฐบาล รวมถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่ในคราวเป็นรัฐบาลอำนาจนิยมเต็มรูป ก่อนกลายสภาพเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดยพบว่าเหตุการณ์ความรุนแรงมีสถิติลดลง จาก 1,719 ครั้งในปี 2556 เหลือ 411 ครั้งในปี 2562

แต่ประชาชนส่วนใหญ่ถึง 72.8% กลับรู้สึกว่าสถานการณ์ “เหมือนเดิม” หรือ “แย่ลง” ในรอบปีที่ผ่านมา และทำให้คะแนนความนิยมของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ลดลงด้วยเช่นกัน

ผลสำรวจครั้งล่าสุดระบุว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ได้คะแนนนิยมเพียง 4.21 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ซึ่งถือว่าตกต่ำที่สุดในการสำรวจทั้ง 5 ครั้ง และมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นในการสำรวจครั้งที่ 3 เมื่อปี 2560) ที่ทำคะแนนได้ “เกินครึ่ง” หรือได้ 5.31 คะแนน

download 1

ไม่พบการละเมิดสิทธิ แต่กังวล “ซ้อม-ทรมาน”

แม้ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในชุมชน แต่ก็มีบางส่วนที่เห็นว่ามีการละเมิดบ้าง ซึ่งกรณีอันลือลั่นในรอบปีหนีไม่พ้น การเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ที่หมดสติระหว่างถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวที่หน่วยซักถามภายในค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี ก่อนเสียชีวิตในอีก 35 วันต่อมาหลังถูกหามตัวส่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลา จนเกิดข้อสงสัยในหมู่ญาติและประชาชนว่าเขาถูกซ้อมทรมานหรือไม่

สำหรับ 5 รูปแบบที่ประชาชนเห็นว่าเข้าข่ายการละเมิดสิทธิมนุษยชน ปรากฏว่ามี 4 ประเด็นที่เป็นผลจากนโยบายและมาตรการของภาครัฐ

  • ชาวบ้านถูกซ้อมทรมานระหว่างการควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่รัฐ 53.4%
  • ชาวบ้านเสียชีวิตจากการวางระเบิดของขบวนการ 37.2%
  • ชาวบ้านถูกสุ่มตรวจค้นและถ่ายรูปที่ด่านตรวจโดยไม่ได้แจ้งเหตุผล 32.3%
  • เจ้าหน้าที่ปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้าน 29.7%
  • การเรียกเก็บข้อมูลหรือภาพถ่ายเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล เช่น การจดทะเบียนซิมการ์ดและถ่ายรูปใบหน้าของเจ้าของโทรศัพท์ การจัดเก็บดีเอ็นเอ 20.4%
    หนุนผู้หญิงมีบทบาทสร้างสันติภาพ

GettyImages 1076498542

ผู้หญิงควรมีบทบาทร่วมสร้างสันติภาพ 

ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นว่า ประชาชนกว่า 50% มองว่าผู้หญิงควรมีบทบาทในกระบวนการสร้างสันติภาพ

  • 77.3% เห็นว่าผู้หญิงเข้าไปร่วมส่งเสริมอาชีพรายได้และพัฒนาสังคม
  • 72.5% สนับสนุนให้ผู้หญิงดำเนินงานด้านการคุ้มครองสิทธิและความรุนแรงในเด็กเยาวชนและผู้หญิง
  • 65.3% ให้ร่วมเยียวยาฟื้นฟูและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง

ส่วนบทบาทที่ประชาชนเห็นว่าผู้หญิงไม่ควรมีส่วนร่วมมากที่สุดคือ การเคลื่อนไหวในการคุ้มครองสิทธิและการถูกซ้อมทรมาน 37.7% และการเป็นตัวแทนร่วมในการเจรจาสันติภาพ 35.1%

ที่มา : BBC Thai

Avatar photo