ทิ้งเก้าอี้สภาลุยเสาชิงช้า! “ชัยวัฒน์” ลาออก สส. เตรียมสู้ศึกผู้ว่าฯ กทม. 69 เปิดทาง “เพชร กรุณพล” ขึ้น สส. แทน
วันนี้ (6 พ.ค.) ที่อาคารรัฐสภา นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เข้ายื่นเอกสารลาออกตามขั้นตอน โดยเจ้าตัวยอมรับว่ามีความรู้สึกสองด้าน ทั้งเสียดายในบทบาทผู้แทนราษฎร แต่ก็ตื่นเต้นที่กำลังจะได้เปิด “ประตูบานใหม่” เพื่อเข้าไปสร้างโอกาสและการเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตคนกรุงเทพฯ อย่างเต็มตัว

นายชัยวัฒน์เปิดเผยว่า กระบวนการสรรหาแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคมีความละเอียดและยาวนาน ซึ่งการที่พรรคตัดสินใจส่งตนเองลงสนามและต้องสละเก้าอี้ สส. นั้น สะท้อนให้เห็นว่าพรรคประชาชนให้ความสำคัญกับสนามกรุงเทพฯ เป็นอย่างมาก โดยตนยังคงรู้สึกถึงภาระหน้าที่ในฐานะตัวแทนของคนกรุงที่ได้รับมอบฉันทามติมาเพียงแต่เปลี่ยนบทบาทการทำงานเท่านั้น
สำหรับการเลื่อนลำดับ สส.บัญชีรายชื่อ ของนายกรุณพล เทียนสุวรรณ ขึ้นมาแทนนั้น นายชัยวัฒน์ยืนยันว่าไม่มีความน่ากังวล เพราะทั้งคู่ทำงานร่วมกันมาโดยตลอด มั่นใจว่าการทำงานในสภาจะดำเนินต่อไปได้อย่างไร้รอยต่อ เนื่องจากพรรคเน้นการทำงานเป็นทีมและความสามัคคีเป็นหลัก
ประเด็นที่น่าสนใจคือนายชัยวัฒน์ยอมรับตรงๆ ว่า หากไม่มีปัญหาข้อกฎหมายและความซับซ้อนจากคดี 44 สส. ผู้ที่มายืนอยู่ตรงนี้อาจเป็นนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตผู้สมัครเดิม แต่เนื่องจากความไม่แน่นอนของผลคดี พรรคจึงเห็นว่าการส่งนายวิโรจน์ลงสนามอาจสร้างความเสี่ยงในอนาคต ตนจึงเสนอตัวเข้ามาเป็นทางเลือกที่มั่นคงกว่าภายใต้การประเมินอย่างรอบด้าน
เมื่อพูดถึงคู่แข่งอย่าง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. คนปัจจุบัน นายชัยวัฒน์ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทราบดีว่าคนกรุงเทพฯ มีความพึงพอใจในตัวนายชัชชาติสูง แต่พรรคประชาชนคาดหวังชัยชนะเพื่อนำเสนอทางเลือกแห่งการเปลี่ยนแปลงและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยต้องการพิสูจน์ว่า กทม. สามารถเป็นเมืองที่ยอดเยี่ยมได้มากกว่าที่เป็นอยู่
ในมิติของฐานเสียง นายชัยวัฒน์เชื่อว่าความไว้วางใจที่คนกรุงเทพฯ เคยมอบให้พรรคประชาชนผ่าน สส. ทั้ง 33 เขต จะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกผู้ว่าฯ และ ส.ก. พรรคตระหนักดีถึงภารกิจใหญ่หลวงนี้และตั้งใจจะไม่ทำให้คนกรุงเทพฯ ผิดหวัง หากได้รับโอกาสเข้าไปบริหารจัดการเมืองหลวง
ด้านนายกรุณพล เทียนสุวรรณ เสริมว่า การคัดเลือกแคนดิเดตของพรรคคำนึงถึงทั้งนโยบายและการทำงานร่วมกับองคาพยพเดิม ทั้ง ส.ก. และ สส. ในพื้นที่รอยต่อปริมณฑล การเลือกนายชัยวัฒน์นอกจากเรื่องความรู้ความสามารถแล้ว ยังเป็นการปิดความเสี่ยงเรื่องคดีความที่อาจทำให้เกิดปัญหาเสียโอกาสในการดูแล กทม. หากต้องเผชิญคำพิพากษาในอนาคต

นายกรุณพลยังระบุถึงจุดแข็งของพรรคว่า แม้ผู้ว่าฯ คนปัจจุบันจะทำงานได้ดี แต่การทำงานเพียงลำพังไม่สามารถผลักดันวาระใหญ่หรือแก้ปัญหา “เส้นเลือดใหญ่” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พรรคประชาชนจึงคาดหวังที่จะได้ทั้งตำแหน่งผู้ว่าฯ และ ส.ก. ไม่ต่ำกว่า 30 คน เพื่อให้การบริหารงานและการใช้งบประมาณสอดประสานกันโดยไม่มีข้อขัดแย้งเหมือนที่เคยเกิดขึ้น
สุดท้าย พรรคประชาชนมุ่งหวังจะใช้สนาม กทม. เป็นตัวอย่างการบริหารท้องถิ่นที่สมบูรณ์แบบ โดยอาศัยความร่วมมือจาก สส. ทั้ง 120 คนของพรรคในการแก้ไขกฎหมายระดับพระราชบัญญัติที่เป็นอุปสรรคต่อท้องถิ่น เพื่อยกระดับการปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ และแสดงให้เห็นว่าหากพรรคประชาชนพัฒนา กทม. ได้ ประเทศไทยก็ย่อมพัฒนาได้เช่นกัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เปิดโผ 5 บิ๊กเนมท้าชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ปี 2569
- เปิดประวัติ ดร.โจ จากมือทำงานแบงก์ชาติ สู่ตัวเต็งผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน
- เจาะสถิติการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. สมัยล่าสุด
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook : https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X : https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram : https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg