ทบ. โต้กัมพูชาบิดเบือน ยืนยันกระสุนคลัสเตอร์ใช้เฉพาะเป้าหมายทหาร ไม่ใช่ทุ่นระเบิดสังหารพลเรือน ชี้นานาชาติจับตากัมพูชายังคงใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลละเมิดอนุสัญญาออตตาวา
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก (ทบ.) ชี้แจงกรณีกระทรวงสารสนเทศกัมพูชา ได้เผยแพร่ภาพวัตถุระเบิด และถ้อยแถลงของ นายลี ทุจ รองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา CMAA โดยกล่าวอ้างว่า ไทยมีการใช้กระสุนปืนใหญ่แบบกระสุนคลัสเตอร์ M-46 ในหลายประเด็นดังนี้

กัมพูชาอ้างว่า ระเบิดคลัสเตอร์ M-46 ที่กองทัพไทยใช้ และมันไม่ใช่แค่เพียงอาวุธ แต่มันคือกับดักสำหรับพลเรือน ซึ่งระเบิดเหล่านี้ระเบิดง่ายมาก
กองทัพบกยืนยันว่า ที่กัมพูชาอ้างว่าระเบิดคลัสเตอร์ M-46 แท้จริงแล้วเป็นกระสุนปืนใหญ่แบบทวิประสงค์ที่ใช้ต่อเป้าหมายทางทหาร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำลายเท่านั้น โดยเมื่อกระสุนหลักกระทบเป้าหมาย กระสุนย่อยที่บรรจุอยู่ภายในจะทำการระเบิดต่อเนื่องในทันที ซึ่งกระสุนดังกล่าว ไม่ใช่ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (anti-personnel landmines) และมิได้มีลักษณะเป็นอาวุธดักทำร้ายพลเรือนแต่อย่างใด
จากการที่กัมพูชากล่าวว่า ระเบิดเหล่านี้กระจัดกระจายอยู่ทั่วแผ่นดิน ทั้งพื้นที่ทางการเกษตร ป่าไม้ และหมู่บ้านและมันจะยังคงอยู่ แม้สงครามสิ้นสุดลง โดยไม่สามารถมองเห็น สำหรับเด็กชาวกัมพูชา มันคือฆาตกรที่ปลอมตัวเป็นของเล่นหรือขยะธรรมดา
โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า กระสุนปืนใหญ่ดังกล่าว เมื่อกระสุนหลักกระทบเป้าหมายแล้ว กระสุนย่อยที่บรรจุอยู่ภายในจะระเบิดต่อเนื่องในทันที ไม่มีผลตกค้างในระยะยาวต่อพลเรือน การกล่าวอ้างในลักษณะดังกล่าวเป็นการกล่าวบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยมีเจตนามุ่งกล่าวหาและลดทอนความน่าเชื่อถือของฝ่ายไทย
จากกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างว่า นี่ไม่ใช่การป้องกัน นี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ มันคือภัยคุกคามต่อแผ่นดินและชีวิตของประชาชนชาวกัมพูชา ซึ่งกัมพูชา รู้จักอาวุธเหล่านี้ดี เพราะเคยได้รับความเสียหายจากมันมาก่อน พลเรือนผู้บริสุทธิ์จะได้รับผลกระทบต่อไปอีกหลายปี การใช้กระสุนคลัสเตอร์ ไม่ใช่แค่การโจมตีในวันนี้ แต่มันคือการโจมตีอนาคตของ กัมพูชา ดังนั้นโลกต้องตระหนักถึงเรื่องนี้และไม่ควรนิ่งเฉย

โฆษกกองทัพบกยืนยันว่า การปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายไทยเป็นไปตามหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยยึดหลัก ความจำเป็นทางทหาร และ ความได้สัดส่วน ใช้อาวุธเพื่อโจมตีเฉพาะเป้าหมายทางทหารเท่านั้น
ที่สำคัญ อนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้กระสุนคลัสเตอร์ (Convention on Cluster Munitions – CCM) ซึ่งห้ามภาคีใช้งาน ผลิต หรือสะสมอาวุธชนิดนี้นั้น ไม่มีผลผูกพันเพราะทั้งประเทศไทยและกัมพูชา มิได้เป็นภาคีของอนุสัญญาฉบับดังกล่าว
กองทัพบกขอเรียกร้องให้ประชาคมโลกและองค์กรระหว่างประเทศพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และตระหนักถึงพฤติกรรมการใช้อาวุธและการปฏิบัติทางทหารของฝ่ายกัมพูชา ที่ยังคงมีการใช้ใช้อาวุธยิงสนับสนุน เช่น ระบบ BM-21 อาวุธปืน ทุ่นระเบิด PMN-2 รวมถึงการดัดแปลงลูกกระสุนและระเบิดแสวงเครื่องจำนวนมาก ยิงเข้ามาในดินแดนประเทศไทยอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนฝ่ายไทยมาโดยตลอด
ทั้งนี้ กองทัพบกยังคงยึดมั่นในการใช้กำลังอย่างรับผิดชอบ ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ และพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยความโปร่งใส เพื่อปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศอย่างถึงที่สุด
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- กองทัพบก ฟาดกัมพูชาบิดเบือนข้อเท็จจริง กล่าวหาไทยทำอาชญากรรมสิ่งแวดล้อม
- ทบ. ยันกัมพูชารุกล้ำเขตไทย จ.สระแก้ว ส่วนที่ไม่ใช่พื้นที่อ้างสิทธิ ไทยต้องดำเนินการ
- กองทัพภาค 1 ประกาศยึด ‘คลองแผง-หนองหญ้าแก้ว’ สำเร็จ
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X: https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg