Politics

‘บิ๊กเล็ก’ ลั่นสถานการณ์ชายแดน ‘ขอเวลาอีกไม่นาน’ ย้ำชัด! เราใช้วิธีสันติ

“บิ๊กเล็ก” ลั่นสถานการณ์ชายแดน “ขอเวลาอีกไม่นาน” ย้ำชัด! เราใช้วิธีสันติ ไม่ได้ใช้กำลังเข้าประหัตประหารกัน ชี้จะหยุดยิงเมื่อกัมพูชาสิ้นสุดการเป็นปรปักษ์

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวก่อนการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ถึงสถานการณ์ล่าสุดชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า มีความคืบหน้าไปตามลำดับ

สถานการณ์ชายแดน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อกังวลอะไรหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ไม่มี ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของกองทัพที่ได้ดำเนินการ

เมื่อถามถึงกรณีขีปนาวุธที่เนิน 500 ซึ่งเป็นของใหม่ หน่วยข่าวกรองทราบหรือไม่ว่าได้มาช่วงไหน เพราะมีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีผู้สนับสนุนซื้อมาในตลาดใต้ดิน พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ตอนนี้ข่าวยังไม่ยืนยัน กำลังตรวจสอบอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางการจีนได้มีการประสานขอคืนอาวุธเหล่านี้ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ไม่ได้รับทราบตรงนี้เลยที่จะมาติดต่อขอคืน ซึ่งอาวุธเหล่านี้ยังคงอยู่ในความดูแลของกองทัพ ซึ่งตามกฎบัตรแล้วอันไหนที่ยึดได้ก็เป็นของเรา

เมื่อถามย้ำว่า อาวุธเหล่านี้เราสามารถเอาไปใช้ได้เลย หรือจะต้องรอตรวจสอบก่อน พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เราสามารถใช้ได้หรือทำลายก็ได้ แต่ต้องมีการตรวจสอบก่อน

สถานการณ์ชายแดน
พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีหลายประเทศเป็นห่วงเรื่องการสกัดกั้นน้ำมัน โดยเฉพาะสหรัฐ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เราใช้วิธีสันติ ไม่ได้ใช้กำลังเข้าประหัตประหารกัน ไม่ได้ใช้อาวุธ เป็นการใช้สันติวิธีที่จะจำกัดฝ่ายกัมพูชาที่จะเข้ามาปฏิบัติการในฝ่ายเรา เพราะยืนยันแล้วว่าเราจะหยุดยิงเมื่อกัมพูชาสิ้นสุดการเป็นปรปักษ์อย่างชัดเจนและเปิดเผย เพราะฉะนั้นอะไรก็ตามที่เป็นแนวทางสันติที่ใช้ได้ที่จะทำให้สิ้นสุดการเป็นปรปักษ์ นั่นเป็นหนทางที่ดีที่สุด

ผู้สื่อข่าสถามว่า ได้รับรายงานเรื่องรถน้ำมันที่จอดเป็นร้อยคันที่ช่องเม็กหรือยัง พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ตรงนั้นเป็นเรื่องของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการ ซึ่งตอนนี้ทางกองทัพภาคที่ 2 ได้ควบคุมเพราะเราทราบว่ามีการขนส่งน้ำมันไปทางช่องเม็กและผ่านไปให้ที่กัมพูชา ซึ่งเป็นมาตรการอย่างสันติวิธีที่จะจำกัดฝ่ายปฏิบัติของกัมพูชาที่กระทำต่อฝ่ายเรา

เมื่อถามว่า คิดว่าจะยืดเยื้ออีกแค่ไหน พล.อ.ณัฐพล กล่าว ขอเวลาอีกไม่นานครับ!!

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo
Siree Osiri OHO BANGKOK