Politics

‘นายกรัฐมนตรี’ ยืนยันคุย ‘ทรัมป์’ แล้ว ไม่มีระงับเจรจาภาษี ไทยขอลดอีก 2%

“นายกรัฐมนตรี” ยืนยันคุย “ทรัมป์” แล้ว ไม่มีระงับเจรจาภาษีการค้า แจงจะเร่งเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้เร็วที่สุด พร้อมขอลดภาษีสหรัฐอีก 2%

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยผ่านทางโทรศัพท์กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียว่า ได้มีการประเมินคำพูดหรือไม่?

noo 191168001

นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ต้องประเมิน เพราะประธานาธิบดีสหรัฐเป็นคนพูดตรงไปตรงมา จากการพูดคุยนั้นก็มีการพูดแบบเปิดเผย ไม่มีอะไรแอบแฝง และไม่ได้มีการต่อรองใด ๆ ทั้งสิ้น เพียงแค่แจ้งว่าสหรัฐต้องการเห็นอะไร อย่างที่ได้พูดกับผม มีความกังวลเรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เนื่องจากถ้ากัมพูชาละเมิดปฏิญญาเพื่อนำไปสู่สันติภาพ ไทยก็จะระงับการดำเนินการตามปฏิญญา ซึ่งคำว่า “ระงับ” ไม่ใช่การ “ยกเลิก” การเก็บกู้ในการตัดสินใจของไทย และการที่กัมพูชาระบุว่า พร้อมที่จะให้ไทยเข้าไป แต่ตอนนี้ไทยเข้าไปเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามหลักมนุษยธรรม

“เรื่องนี้ตรงกับสิ่งที่ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการ ดังนั้นถือว่าตรงนี้ก็เคลียร์แล้ว และทางสหรัฐก็แฮปปี้ ซึ่งสหรัฐจะไปพูดคุยกับฝ่ายกัมพูชาว่า อย่าให้มีการขัดขวาง และให้เร่งกู้ทุ่นระเบิดให้เร็วที่สุด เป็นไปตามที่ผมได้เขียนรายงานต่อผู้นำสหรัฐว่า หากเก็บกู้เร็วเท่าไหร่ ผมก็จะให้ทางสหรัฐลดภาษีนำเข้าให้ประเทศไทย 2% ซึ่งจะมองว่าเป็นหยอกหรือไม่ ผมไม่รู้ แต่การที่คนระดับนี้มาพูดคุยด้วย เราก็ต้องเร่งทำในส่วนของเรา” นายกรัฐมนตรี กล่าว

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีได้บอกกับประธานาธิบดีสหรัฐหรือไม่ว่า การเจรจาภาษีแยกกับเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผมก็ได้พูดและได้ถามประธานาธิบดีทรัมป์ และนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เรื่องนี้เป็นเรื่องของสองหน่วยงาน เพราะกระทรวงพาณิชย์สหรัฐออกหนังสือให้ระงับการเจรจาภาษีก่อน และหนังสือนี้ก็เกิดขึ้นก่อนที่จะคุยกับประธานาธิบดีทรัมป์

“ขออย่าซีเรียสกับรายละเอียด เรื่องแบบนี้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา คำพูดนายกฯ ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ ซึ่งการปรับเปลี่ยนนั้นต้องเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศของเรา เรื่องนี้ต่างหากที่สำคัญ เราต้องทำให้ตรงกับสถานการณ์ให้มากที่สุด ไม่ใช่บอกว่าไปในพื้นที่อันตราย แต่มีทุ่นระเบิด แต่ฝ่ายไทยก็ต้องไปอยู่ดี แบบนี้ไม่ได้ เราก็ต้องทำให้ตรงกับสถานการณ์ให้มากที่สุด” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นับตั้งแต่ยุติปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ กัมพูชาได้มาติดต่อขอโทษกับเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า รัฐบาลได้แจ้งความประสงค์ไปแล้ว ตอนนี้ได้แสดงความเสียใจมาแล้ว เหลือแต่การขอโทษ

นายกรัฐมนตรี

ส่วนประเทศไทยยังมีความหวังในการเจรจาภาษีการค้าสหรัฐให้ลดลงจาก 19% หากการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเป็นไปตามเป้าใช่หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ความเป็นประเทศไทย ตรงไหนที่มีโอกาส เนื่องจากการให้ความร่วมมือตลอดเวลาที่ผ่านมา อย่างกรณีสหรัฐเกิดความเข้าใจผิดกับไทย คิดว่าไทยไม่ได้ปฏิบัติตามข้อตกลง เดี๋ยวจะกระทบภาษีนะ ในเมื่อมันไม่ใช่อย่างนั้น ถ้าไม่ทำก็ขึ้น แล้วถ้าให้ทำ จะลดหรือไม่ล่ะ ซึ่งเป็นสิทธิ์ของไทยในการเจรจาต่อรอง เขาต่อรองประโยชน์ของเขา เราก็ต่อรองประโยชน์ของเรา ต้องแสวงหาจุดร่วมให้ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากกัมพูชาไม่ปฏิบัติตาม สหรัฐจะทำอย่างไรนั้น นายอนุทิน ระบุว่า สหรัฐเป็นพยาน ไทยเป็นผู้ถูกละเมิดและได้แสดงท่าทีไปแล้วกว่า 11 ข้อ

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า แม้ว่าไทยแสดงท่าทีแล้ว แต่กลับจะระงับการเจรจาภาษี นายอนุทิน กล่าวว่า อาจจะเป็นความเข้าใจผิด เมื่อชี้แจงก็ไม่มีการระงับแล้ว ซึ่งเราต้องมีหน้าที่ชี้แจง เป็นเรื่องของการสื่อสาร คนนั้นพูดที คนนี้โพสต์ที จะทำให้เกิดความสับสนได้ ดังนั้น สิ่งที่เราได้ทำอยู่ ขอให้ยึดมั่นในประโยชน์ของประเทศไทยให้มากที่สุด ประโยชน์ของประชาชนไทยให้มากที่สุด การเจรจาการค้าทำอย่างไรก็ได้ให้ต้นทุนการดำรงชีวิตของประชาชนไทยน้อยที่สุด การเจรจาความขัดแย้งระหว่างประเทศ ต้องมั่นใจเรื่องความปลอดภัยของประชาชนต้องสูงสุด ซึ่งมีหลักของมันอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า สำหรับการเจรจาการค้าไทย-สหรัฐผู้แทนการค้าสามารถตัดสินใจเรื่องการระงับการเจรจาได้เลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่สุดท้ายก็ต้องมีการนำเสนอผู้บริหารของเขา ในส่วนของสหรัฐก็นำมาเสนอให้ไทย ซึ่งไม่น่ามีประเด็นอะไร เพราะไทยก็มีจุดยืนอยู่แล้วว่าเราจะยืนอยู่ตรงไหน

เมื่อถามว่า หากกัมพูชายังคงแสดงความเป็นปรปักษ์อยู่ ไทยยินยอมจะจับมือด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กองทัพบอกแล้วว่าเรื่องการสัมผัสมือเป็นมารยาท เหมือนที่ผมเจอฝ่ายค้านก็ยิ้มและยกมือไหว้ทุกคน เพราะเป็นเรื่องมารยาท แต่หลักการก็กลับมาดำเนินการตามปฏิญญาได้ ก็ต่อเมื่อความเป็นปรปักษ์ของกัมพูชาไม่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ รัฐบาลต้องเป็นไปตามนั้น จะเห็นเป็นอย่างอื่นก็ไม่ได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo
Siree Osiri OHO BANGKOK