Politics

‘อนุทิน’ ชี้ เปิดด่านจะเป็นขั้นสุดท้าย กัมพูชาต้องทำตามปฏิญญา 4 ข้อ ฟื้นฟูความสัมพันธ์ก่อน

“อนุทิน” ชี้ เปิดด่านจะพิจารณาเป็นขั้นสุดท้าย กัมพูชาต้องทำตามปฏิญญา 4 ข้อ ฟื้นฟูความสัมพันธ์ก่อน

วันที่ 27 ต.ค. 2568 ประเทศมาเลเซีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ไทยยังไม่มีนโยบายเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ยืนยันว่ายังไม่ถึงจุดนั้น ซึ่งตามถ้อยแถลงปฏิญญา ที่ลงนามกันไว้ เป็นการกำหนดว่าแต่ละประเทศ จะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง

เปิดด่าน

ที่ผ่านมาประเทศไทยไม่ได้เป็นฝ่ายที่ละเมิด ดังนั้น การดำเนินการทั้งหลายจะต้องเริ่มจากทางฝ่ายกัมพูชาก่อน เช่น การถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดน ซึ่งเมื่อคืนวันที่ 26 ต.ค. ก็ทำแล้ว และเมื่อเขาทำเราก็ทำ เพราะเราก็มีอาวุธหนักเช่นเดียวกัน แม่ในการลงนามไม่ได้ไม่ได้บอกว่าเราต้องถอนอาวุธ แต่เมื่อเขาแสดงท่าทีที่มีเจตจำนงที่จะถอนอาวุธหนักออกไปอย่างมีนัยสำคัญ เราก็แสดงท่าทีให้เขาเห็นว่าเราก็พร้อมที่จะถอน เพื่อทำให้เกิดช่องในการเจรจา และทำให้เกิดความเข้าใจกันยิ่งขึ้น

ขั้นตอนขณะนี้จะมีการหารือทวิภาคีระหว่างกองทัพของทั้ง 2 ประเทศ เมื่อเขาถอนออกไป โดยมีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน AOT มาตรวจสอบยืนยันว่าคู่กรณีได้ปฏิบัติตามข้อตกลงแล้ว

จากนั้นจะไปเรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ทั้งนี้ ฝ่ายไทยจะเป็นผู้เก็บกู้ทุ่นระเบิด และมีคณะ AOT มาคอยดู ซึ่งเราก็มีความคาดหวังว่าฝ่ายกัมพูชาจะไม่ขัดขวาง เพราะเป็นหนึ่งในข้อตกลง

หลังจากนั้น จะมาพูดคุยเรื่องสแกมเมอร์ หาวิธีการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ยืนยันว่า ฝ่ายไทยดำเนินการเต็มที่ ทั้งการตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ต การสืบหาธุรกรรม เส้นทางการเงิน ดำเนินคดีกับคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเราก็รอฝั่งกัมพูชาที่จะให้ข้อมูลมาเพิ่มมากขึ้น เพื่อมาสนธิกำลังกัน และปราบปราม

นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องสุดท้ายคือ การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน ขณะนี้เราเน้นไปที่บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้ว ส่วนของกัมพูชาที่ล้ำมาฝั่งไทยก็มี และส่วนของฝั่งไทย ที่ล้ำไปฝั่งกัมพูชาก็มีเช่นกัน และถ้าตกลงได้แล้ว มีของเราล้ำเข้าไปเราก็ต้องกลับมา และรัฐบาลไทยต้องจัดหาที่อยู่ให้กับคนที่ล้ำเข้าไปฝั่งกัมพูชา เช่นเดียวกันกับฝั่งกัมพูชาที่ล้ำเข้ามาในฝั่งไทย

หากทำเช่นนี้ได้ ความเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศไทยจะลดน้อยลง และถึงจะมาเริ่มฟื้นฟูเรื่องความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งขณะนี้เราเหลือแค่เลขานุการโท เราได้เรียกทูตกลับมาแล้ว

เปิดด่าน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล

นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าทุกอย่างจบสินขั้นตอน ความเป็นภัยกับประเศไทยไม่มีแล้ว เราก็จะมาฟื้นฟูความสัมพันธ์ให้กลับไปในจุดที่มันควรแก่เหตุ แต่ยืนยันว่าจะไม่ทำให้เกียรติภูมิของประเทศเสียหายไปอย่างแน่นอน

ส่วนเรื่องของการเปิดด่านจะเป็นเรื่องสุดท้าย เมื่อสถานการณ์ที่เป็นอันตรายหมดไปแล้ว ฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตของทั้งสองประเทศ และกลับมาเปิดด่าน ซึ่งจะเป็นจุดสุดท้ายของกระบวนการ เพื่อความสงบสุขบริเวณชายแดน ยืนยันว่าด่านยังไม่เปิด เดี๋ยวก็มีคนไปพูดว่าเดี๋ยวก็เปิดด่านอีกแล้ว ไทยมีการยอมนั่นยอมนี่ ซึ่งกัมพูชาจะต้องดำเนินการตามเงื่อนไขอย่างเป็นรูปธรรมก่อน ถึงจะมีการพิจารณา

นายอนุทิน ยืนยันว่า กระแสข่าวเปิดด่านวันที่ 1 พ.ย. ไม่มีแน่นอน แต่จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่ที่ความจริงใจในการเข้ามาเร่งแก้ไข หากกัมพูชาทำได้เร็ว ไทยก็ประเมินโดยเร็วและตอบสนองในแต่ละเรื่อง ในกรณีนี้ประเทศไทยอยู่ในสถานะเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขได้ เพราะเราเป็นฝ่ายที่ถูกรุกรานเข้ามา ดังนั้น เมื่อกำหนดเงื่อนไขแล้ว และเขาทำตามแล้ว ก็ทำให้ความขัดแย้งในทุกๆ มิติลดลงไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo