ไทยสร้างไทย ชี้ “คนไทยไม่ทนต่างชาติสีเทา” เรียกร้องรัฐบาลร่วมมือ สหรัฐ อายัดทรัพย์–ดำเนินคดีอาญา ขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ ปี 2567 คนไทยตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และหลอกออนไลน์ กว่า 575,500 ราย
นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วย นายภัชริ นิจสิริภัช ประธานคณะทำงานติดตามความเสียหายจากการถูกหลอกลวงออนไลน์ แถลงข่าว เรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งดำเนินการร่วมกับทางการ สหรัฐ เพื่ออาญัติและยึดทรัพย์สิน พร้อมดำเนินคดีอาญา กับบุคคลและ กลุ่มทุนต่างชาติ ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ถูกระบุชื่อในร่างกฎหมายสหรัฐ “พระราชบัญญัติทลายกลุ่มสแกมหลอกลวงข้ามชาติ” (Dismantle Foreign Scam Syndicates Act) มีรายชื่อรวมทั้งสิ้น 43 รายชื่อ ที่ถูกจับตา คว่ำบาตร และอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนในหลายประเทศ รวมถึง ไทย และ กัมพูชา

นายปริเยศ กล่าวว่า หน่วยงานของสหรัฐ เปิดเผยรายชื่อบุคคลและนิติบุคคลที่เชื่อมโยงกับเครือข่าย สแกมเมอร์ และ ฟอกเงินข้ามชาติ โดยมี บางรายพำนักอยู่ในประเทศไทย นานนับสิบปี และยังมีทรัพย์สินจำนวนมหาศาลอยู่ในประเทศไทย แม้จะถูกติดตามอย่างใกล้ชิดจากทางการสหรัฐ แต่กลับสามารถอาศัยอยู่ในไทยและเดินทางเข้าออกประเทศได้อย่างเสรี ก่อนจะย้ายฐานไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชาซึ่งสะท้อนถึงความ บกพร่อง ในกระบวน การบังคับใช้กฎหมาย ของไทย
พรรคไทยสร้างไทย ตั้งคำถามต่อรัฐบาลว่า หน่วยงานความมั่นคงไทย และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย “รู้เรื่องเหล่านี้ดีอยู่แล้ว” แต่เหตุใด บุคคลในรายชื่อที่สหรัฐนำมาเปิดเผย จึงสามารถอยู่อาศัยในไทยได้อย่างสบาย ทั้งที่ถูกหน่วยงานความมั่นคงระดับโลกของสหรัฐขึ้น บัญชีดำ
พรรคไทยสร้างไทย ตั้งข้อสังเกตว่า “ผู้มีอำนาจบางส่วนให้ ความคุ้มครอง หรือ แทรกแซง” ทำให้คดีและการติดตามทรัพย์สินของบุคคล และ เครือข่ายดังกล่าวไม่คืบหน้าเท่าที่ควร

สแกมเมอร์ข้ามชาติ เรียกร้องตรวจสอบ
จากการตรวจสอบข้อมูลยังพบอีกว่า บุคคลบางรายในรายชื่อมีทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลในประเทศไทย ทั้งคอนโดใจกลางกรุงเทพฯ ใช้ชื่อบุคคลใกล้ชิดเป็นเจ้าของ จึงขอเรียกร้องให้ทางการไทยไปตรวจสอบรายชื่อ รวมถึง รีสอร์ตหรู ในจังหวัดภูเก็ต เรือยอชต์ ส่วนตัว หลายลำ และ รถซูเปอร์คาร์ ราคาคันละเป็นร้อยล้านบาทหลายคันเป็นทรัพย์สินที่ต้องสงสัย ว่าอาจได้มาจากการฟอกเงินของเครือข่าย สแกมเมอร์ข้ามชาติ และการค้ามนุษย์
นายภัชริ กล่าวว่ามีข้อมูลจาก ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ระบุว่า ในปี 2567 มีคนไทยตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และ ขบวนการหลอกลวงออนไลน์มากกว่า 575,500 ราย สร้างความเสียหายรวมกว่า 65,715 ล้านบาท หรือเฉลี่ยวันละกว่า 80 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ยังมี ศูนย์ปฏิบัติการสแกมเมอร์ มากถึง 53 แห่ง ใน 6 เมืองของกัมพูชาและอีกกว่า 40 แห่ง ที่ยังเข้าไม่ถึงการบังคับใช้กฎหมายโดยมีคนไทยมากกว่า 3,000 คน ถูกหลอกลวงและบังคับใช้แรงงานในพื้นที่เหล่านี้

นายภัชริ กล่าวเพิ่มเติมว่าร่างกฎหมาย ของสหรัฐ มีเป้าหมายเพื่อจัดตั้ง คณะทำงานเฉพาะกิจระหว่างหน่วยงานของสหรัฐ อังกฤษ และ ประเทศพันธมิตรในเอเชียเพื่อรื้อถอน และ ปิดล้อมขบวนการ อาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งในด้าน การฟอกเงิน การหลอกลวงออนไลน์ และ การค้ามนุษย์ซึ่งไทยควร “เข้าร่วมอย่างเต็มรูปแบบ” เพื่อแสดงความจริงใจในการปราบปรามขบวนการดังกล่าว และยุติข้อครหาว่ามีเจ้าหน้าที่หรือผู้มีอิทธิพลบางกลุ่มให้การคุ้มครอง
นายภัชริ กล่าวว่าพรรคไทยสร้างไทยจะจัดทำ หนังสืออย่างเป็นทางการ ส่งถึงรัฐบาลสหรัฐ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สิน และเร่งดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยทั้งหมดที่ทางการสหรัฐกำลังจับตาว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติเหล่านี้พร้อมทั้งเสนอให้จัดตั้ง คณะกรรมการร่วมไทย–สหรัฐ เพื่อตรวจสอบ ทรัพย์สินและเส้นทางการเงิน ของเครือข่ายเหล่านี้ต่อไป
“บุคคลเหล่านี้ถือเป็น อาชญากรระดับโลก (Global Criminal Syndicate)ที่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยมหาศาลรัฐบาลจึงควรดำเนินการอย่างเร่งด่วนทั้งในด้านกฎหมาย และ การยึดทรัพย์เพื่อคืนความยุติธรรมให้แก่ประชาชนและเหยื่อผู้บริสุทธิ์”นายภัชริ กล่าว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เกาหลีใต้ส่งทีมบุกกัมพูชา! เข้าร่วมชันสูตรพลิกศพนักศึกษาที่ถูกพบเสียชีวิต
- ส่องประวัติหญิงเก่ง ‘คิม จินา’ผู้นำหน่วยเฉพาะกิจเกาหลีใต้ ไปช่วยพลเรือนในกัมพูชา
- เกาหลีใต้เอาจริง! ‘โคเรียนแอร์’ ยกเว้นค่าธรรมเนียม ยกเลิกเที่ยวบินไปกัมพูชา ถึงสิ้นปี
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X: https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg