Politics

นายกฯ อนุทิน ย้ำ ‘หลักนิติธรรม’ เสาเข็มของสังคม-ต้นทุนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย

นายกฯ อนุทิน ย้ำหลักนิติธรรม คือเสาเข็มของสังคมและต้นทุนความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศ ประกาศเตรียมความพร้อมสู่การเป็นสมาชิก OECD ปลดล็อกคอร์รัปชัน 

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานและกล่าวปาฐกถาพิเศษในเวที The Rule of Law Forum ครั้งที่ 3 ที่จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ  การฟื้นฟูโครงสร้างเชิงระบบและหลักนิติธรรม เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ร่วมกับ The World Justice Project (WJP) และสำนักข่าว The Standard

นายกฯ อนุทิน

งานนี้มีเครือข่ายผู้บริหารหน่วยงานด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนาจากทางภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ ภาคเอกชน ภาควิชาการ สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และประชาชนที่สนใจ เข้าร่วมงานประมาณ 200 คน

นายอนุทินได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ หลักนิติธรรม: วาระแห่งชาติเพื่อความสามารถในการแข่งขันของไทย โดยย้ำว่า หลักนิติธรรม เป็นคำที่ถูกอ้างถึงบ่อยแต่กลับมีผู้นำไปใช้ผิดเช่นกัน พร้อมยืนยันว่าได้ยึดถือในหลักนิติธรรมและนำหลักธรรมไปใช้ประกอบในการใช้ชีวิตตั้งแต่สมัยประกอบธุรกิจ จนกระทั่งมาสู่การเป็นนักการเมืองและนายกรัฐมนตรีในที่สุด

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เปรียบ ความยุติธรรม เสมือน เสาเข็ม ของทุกสังคมที่จำเป็นต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์ และความยุติธรรมต้องเป็นของทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่ถูกจำกัดไว้เฉพาะกลุ่มคนบางกลุ่ม (Justice for all, not justice for some) รวมทั้งไม่มีประเทศใดในโลกจะแข่งขันได้อย่างยั่งยืน หากขาดหลักนิติธรรมที่มั่นคง และการสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแรงต้องอาศัยกฎหมายที่มั่นคง แน่นอน คาดเดาได้ และต้องมีความไว้วางใจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและประชาชน

558293745 123

หลักนิติธรรมคือ ต้นทุนของความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ หลักนิติธรรมไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่คือ วัฒนธรรมแห่งความเป็นธรรม ที่ต้องปลูกฝังให้หยั่งรากในทุกระดับของสังคม เพื่อให้มีทั้งกฎหมายที่เป็นธรรมและมีระบบที่ทุกคนเชื่อมั่น และยืนหยัดบนความถูกต้อง

ทั้งนี้ ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม มีความเหลื่อมล้ำ ขาดเสถียรภาพของระบบการเมือง และปัญหากลไกการปกครอง ซึ่งมีรากเหง้ามาจากความอ่อนแอของโครงสร้างทางกฎหมายและวัฒนธรรมที่ไม่เอื้อต่อความเป็นธรรม หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐจึงต้องยึดหลักนิติธรรมอย่างเข้มแข็ง มีความกล้าหาญบังคับใช้กฎหมายเพื่อความถูกต้อง เที่ยงธรรม และไม่ยอมให้กระบวนการยุติธรรมถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง กลั่นแกล้ง กดดัน และข่มขู่

ขณะที่รัฐบาลได้บรรจุในคำแถลงนโยบายให้ถือว่าการใช้กฎหมายเพื่อประโยชน์ทางการเมืองหรือการละเว้นการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าพนักงานรัฐ ในการดำเนินการป้องกันปราบปรามยาเสพติด บ่อนการพนัน การพนันออนไลน์ อาชญากรรมข้ามชาติ ภัยไซเบอร์ การสร้างข่าวปลอมการหลอกลวงประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ ถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรงและต้องดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาด เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุนต่างประเทศ

560547402 12

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลมีแผนดำเนินการเพื่อนำไปสู่เส้นทางของการเป็นสมาชิก OECD ที่ต้องมีมาตรฐาน มีธรรมาภิบาล มีหลักนิติธรรม ผ่านการดำเนินการใน 3 วาระสำคัญได้แก่

1. การวาง Roadmap ด้านหลักนิติธรรมเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นสมาชิก OECD ปักหมุดแผนการยกระดับมาตรฐานด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

2. การปลดล็อกคอร์รัปชันและปฏิรูปกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ และที่สำคัญป้องกัน ช่องโหว่ทางกฎหมายหรือกลไกที่ไม่โปร่งใส เพื่อไม่ให้เกิด “ธุรกิจสีเทา” และให้ธุรกิจสุจริตสามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม และได้รับการสนับสนุนอย่างแท้จริง

3. การสร้างความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชน ด้วยการยกระดับ Open Government ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ อย่างโปร่งใสและเข้าถึงได้จริง เพื่อให้ประชาชน ติดตาม ตรวจสอบ และ สะท้อนความคิดเห็นต่อการทำงานของรัฐได้อย่างเป็นระบบ และรัฐจะต้องมีองค์กรที่รับฟังความคิดเห็นเหล่านี้ได้

ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญคือ การสร้างระบบนิเวศของความโปร่งใส ทุกการตัดสินใจจะต้องถูกตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนการใช้งบประมาณ และการดำเนินนโยบาย จะต้องเปิดเผยและเปิดโอกาสให้สังคมเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

การฟื้นฟูหลักนิติธรรมไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากเริ่มต้นในวันนี้ จะเป็น จุดเปลี่ยนผ่านของประเทศ ที่วางรากฐานให้รัฐบาลชุดต่อไปสานต่อได้อย่างยั่งยืน สามารถไปยืนได้บนเวทีโลก 

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo