Politics

‘อนุทิน’ ร่ายยาวโต้ ‘ชลน่าน’ ลั่นครม.คัดมาเองกับมือ ทุกนโยบายทำได้ ทำเป็น!!

“อนุทิน” ร่ายยาวโต้ “ชลน่าน” ลั่นครม.คัดมาเองกับมือ ทุกนโยบายทำได้ ทำเป็น ถูกสอนมาให้เป็นคนใจกว้าง ก่อนปิดท้ายคำพูดนายเก่าบอกผมและครม.คือ “ผู้ชนะที่เห็นทางออกในทุกปัญหา”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลุกขึ้นคำอภิปรายของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.พรรคเพื่อไทย โดยระบุว่า ในฐานะที่ผมให้เกียรติเสมอมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและได้ดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ผมเคยร่วมรัฐบาลอยู่ด้วย ในคำถามแรกที่มีอยู่ว่าในรัฐบาลของผมจะทำได้หรือไม่ ทำเป็นหรือไม่ และทำดีหรือไม่ ผมขอยืนยันว่า “ทำได้ครับ” สิ่งที่ถูกเขียนอยู่ในคำแถลงนโยบายนั้น เป็นสิ่งที่ได้ผ่านการกลั่นกรองมาแล้วว่าพวกเราทุกคนต้องทำได้ เพราะวิธีการทำงานของผมนั้น จะใช้คำว่าทำได้เร็วและทำเลย ดังนั้นขอชี้แจงให้ สส.และประชาชนได้มั่นใจ

อนุทิน

ส่วนคำว่าทำเป็นหรือไม่นั้น นายอนุทิน ยืนยันว่า ทำเป็นเพราะในคณะรัฐมนตรีที่ผมคัดสรรมาล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในวิชาชีพทุกด้านที่มีอยู่ แม้กระทั่งผู้ที่ไม่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาก่อน ผมได้ทำการตรวจสอบประวัติการทำงาน ประวัติการศึกษา พฤติกรรม ซึ่งสามารถยืนยันได้ว่าทุกคนมีคุณสมบัติครบถ้วนในการจะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีบริหารราชการแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศไทยที่รักของเรา และประชาชนผู้ที่ผมคำนึงถึงอยู่ตลอดเวลาว่าเป็นผู้ที่มีพระคุณต่อตนเองและรัฐบาลนี้

ส่วนจะทำดีหรือไม่ ขอยืนยันว่า คนเรา ถ้ามาถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้วกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ใช้เวลาเป็น 10 ปีก็ต้องถือโอกาสนี้ทำดีที่สุดให้เป็นเกียรติประวัติของประเทศและประชาชนที่บุคคลซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ ดังนั้นใน 4 ประเด็นที่บอกไว้รวมถึงปีเด็นที่บอกว่าจะเสียโอกาส ถือเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่รัฐบาลจะได้แสดงผลงาน เพราะรัฐบาลนี้ ผมได้ทำความเข้าใจกับรัฐมนตรีทุกคนแล้วว่า ไม่มีคำว่าคนละพรรค นี่คือพรรครัฐบาล ไม่มีขัดแข้งขัดขา ไม่มีความกังวลใด ๆ ที่จะเห็นว่าพรรคนั้นทำอะไรแล้วจะได้ความนิยมชมชอบจากพี่น้องประชาชนมากกว่า

ผมอาจจะโชคดีที่ถูกสอนมาให้เป็นคนใจกว้าง อะไรที่เป็นวงศ์วานว่านเครือ เป็นเครือข่ายการทำงานที่เกี่ยวข้องด้วยแล้วใครทำแล้วประสบความสำเร็จและเป็นประโยชน์ ผมมักจะอนุโมทนาสาธุและชื่นชมและสนับสนุนให้ทุกคนที่ทำงานร่วมกันกับผมได้ประสบความสำเร็จสูงสุด แม้จะมีหลายคนพูดว่ารัฐบาลนี้ขาดคนมีฝีมือ ก็ต้องยืนยันว่าผมให้ความเชื่อมั่นว่าทุกคนที่อยู่ในรัฐบาลนี้ผมคัดเลือกเอง และสิ่งที่สำคัญที่สุด นอกจากเรื่องของคุณงามความดีที่แต่ละคนได้มีความไว้เนื้อเชื่อใจจากประชาชนและผลงานความรู้ประสบการณ์รัฐบาลสี่เดือนของตัวนี้เต็มไปด้วยบุคคลที่มีฝีมือ มีความรู้ความสามารถ และประสบความสำเร็จในในชีวิต” นายอนุทิน กล่าว

อนุทิน

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ส่วนความกังวลเรื่องความโปร่งใส ขอให้นายชลน่าน สบายใจ ผมรับฟังทุกคำและจดในความกังวลและยินดีที่จะมาชี้แจง ความโปร่งใสนั้นเกิดจากการที่จะต้องให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการถูกต้องตามกฏหมายถูกต้องตามระเบียบ และที่สำคัญต้องใจกล้าให้ทุกคนมาตรวจสอบได้ขอยืนยันว่ารัฐบาลของผมจะต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

ส่วนข้อกังวลสุดท้ายดูแล้วขาดอนาคตประชาธิปไตย ประชาธิปไตยคือการเคารพเสียงส่วนใหญ่ไม่เอาแต่ใจ เอามาเป็นข้อตัดสินมีความเป็นตัวของตัวเอง ผมกลับมองเห็นต่างกับทางนายชลน่าน ผมมองว่าจากนี้ไปรัฐบาลนี้จะวางรากฐานวางแนวทางแบบอย่างที่ดีในการเป็นรัฐบาลที่จะทำให้อนาคตของประชาธิปไตยมีความสดใส อย่างน้อยนายกรัฐมนตรีคนนี้จะไม่มีใครมาบงการได้ และตัดสินใจเอง คิดเอง หารือกับคณะรัฐมนตรีทั้งหมด ในการตัดสินใจทำประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศชาติและประชาชน

อย่างไรก็ตาม การกล่าวหาว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ ก็พูดไม่ผิด เวลา 4 เดือนก่อนยุบสภา วันนี้ขอนับวันที่ 1 ตุลาคม เป็นวันแรก จากนั้นนับไป 4 เดือนก็คือวันที่ 31 มกราคม ยุบสภาแน่นอน ถือเป็นพันธะระหว่างพรรคที่ลงนามใน MOA กับทางพรรคประชาชน ความมุ่งหมายของเราเป็นอย่างไร ผมเห็นพ้องกับทางภาคประชาชน เมื่อถึงเวลาอันสมควรต้องคืนอำนาจให้กับประชาชน แต่มีติ่งท้ายเล็กน้อยว่าสิ่งที่จะกระทำและทำให้สำเร็จคือการเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจที่ต้องเข้ามาแก้ไขความเสียหายของประเทศที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่แล้วมา ผมยอมรับในสภาพนี้และคณะรัฐมนตรีของตนอีก 35 คน จะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเรียกความเสียหาย ความสูญเสีย ในเรื่องเกียรติภูมิของประเทศ เศรษฐกิจ ขวัญกำลังใจ และความปลอดภัยของประชาชนกลับมาสู่ประเทศไทย และคนไทย ให้ได้ ในระยะเวลาที่ตนทำงานอยู่ 4 เดือน มั่นใจว่าทำได้เพราะได้เตรียมการเรื่องนี้มาพอสมควรแล้ว

“ขออย่าเปรียบเทียบ บางทีเมื่อเราทำไม่ได้ แล้วไปเปรียบกับคนอื่นว่าจะทำไม่ได้เหมือนกัน มันก็ไม่ถูกนัก” นายกรัฐมนตรี กล่าว

อนุทิน

ขณะที่การพูดถึงเรื่องผลประโยชน์ส่วนใหญ่ในนโยบายของรัฐบาลนี้ไม่ตรงความต้องการของประชาชน ผมมองต่าง เพราะรัฐบาลนี้ยกเลิกกาสิโน ยกเลิกเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ไม่เอาเงินดิจิทัล 10,000 บาทไปให้ประชาชนเฉย ๆ แต่เราใช้วิธีการแบบมีส่วนร่วม ไม่มอมเมาประชาชนด้วยการพนัน ไม่ขยายตัวทางเศรษฐกิจด้วยธุรกิจการพนัน ผมมั่นใจว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นตรงกับรัฐบาลชุดนี้ นี่คือเหตุผลที่ที่พรรคของผม ถูกเชิญออกจากรัฐบาล เมื่อเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา เพราะพรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วยกับแนวทางของรัฐบาลในขณะนั้น

นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังชื่นชมกับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ถือเป็นนโยบายที่มีคุณประโยชน์กับคนไทยมหาศาลตราบจนถึงปัจจุบัน แต่โครงการ 30 บาทรักษาทุกที่เป็นผลงานของผมทำมาตั้งแต่สมัยอยู่กระทรวงสาธารณสุข 4 ปี ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในการทำงานของรัฐมนตรีหลาย 10 คนที่ผ่านมา เรื่องเหล่านี้ได้ใช้เวลาทั้ง 4 ปี ประสานงานกับหลายหน่วยงาน รวมถึงให้มีโครงการฟอกไตฟรี ซึ่งผมจะนำกลับมาอีกครั้ง ซึ่งนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะต้องทำให้เห็นภายใน 2 เดือนหรือสั้นกว่านั้น ไม่เช่นนั้นผมจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเอง

“ผมเคยอยู่ในรัฐบาลเดียวกับนายชลน่าน พยายามทำงานสนองนโยบายยกเว้นเรื่องที่ต้องไปแตะกับความมั่นคงของประเทศ รวมถึงความเสียหายของประเทศ และคุณภาพของประชาชน ผมจึงต้องตัดสินใจที่จะไม่ร่วมนโยบายนี้ และถือว่าเป็นเกียรติที่ถูกเชิญออกมา นโยบายและการกระทำของรัฐบาลชุดนี้ และรัฐมนตรีทุกคนที่ทำงานอย่างหนักจะผลักดันทุกนโยบายให้เป็นทางออกของประเทศ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายอนุทิน ยังย้อนคำพูดเมื่อ 20 กว่าปีก่อนว่า ได้อยู่ในคณะรัฐบาลซึ่งมีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งในขณะนั้น ซึ่งหลายคนยอมรับ ทำความเจริญมากมายให้กับประเทศ ซึ่งการประชุมคณะรัฐมนตรีมีแต่การพูดถึงปัญหาให้คณะรัฐมนตรีฟังซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำ ขณะนั้นผมดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายทักษิณ มักไม่พอใจที่คณะรัฐมนตรีมักนำเอาปัญหามาเป็นข้อแก้ตัว ผมจึงไม่นำมาเป็นข้อแก้ตัวในการทำงาน เมื่อเป็นเช่นนั้น นายทักษิณ จะพูดว่า “loser see problem in every solution” ซึ่งแปลว่าผู้แพ้จะเห็นปัญหาในทุกทางออก และ “winner see solution in every problem” ซึ่งแปลว่าผู้ชนะจะเห็นทางออกในทุกปัญหา ผมและคณะรัฐมนตรีทั้ง 36 คนเป็นอย่างหลัง ถือเป็นเจตนารมย์อันแน่วแน่ ของรัฐบาลชุดนี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo
Siree Osiri OHO BANGKOK