Politics

เปิดคำวินิฉัยฉบับเต็ม มติ 6 ต่อ 3 สั่ง ‘อุ๊งอิ๊ง’ พ้นเก้าอี้นายกรัฐมนตรีปมคลิปเสียง

เปิดคำวินิฉัยฉบับเต็ม มติ 6 ต่อ 3 สั่ง “อุ๊งอิ๊ง” พ้นเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ปมคลิปเสียงสนทนา “ฮุนเซน”

ศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมปรึกษาคดี ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (๔) และ (๕) หรือไม่ (เรื่องพิจารณาที่ ๑๘/๒๕๖๘)

คำวินิฉัยฉบับเต็ม

สมาชิกวุฒิสภา รวม๓๖ คน เข้าชื่อเสนอคำร้องต่อประธานวุฒิสภา (ผู้ร้อง) ว่า ปรากฏคลิปเสียงการสนทนาระหว่างนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้อง) กับสมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา เผยแพร่ทางสื่อมวลชนเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน๒๕๖๘ ซึ่งผู้ถูกร้องแถลงข่าวยอมรับว่าเป็นเสียงการสนทนาของตนกับสมเด็จ ฮุน เชน จริง

แม้ผู้ถูกร้องจะแถลงข่าวในเวลาต่อมาว่าเป็นการพูดคุยทางโทรศัพท์แบบส่วนตัวโดยมีเจตนาที่จะเจรจาต่อรองอย่างนุ่มนวลเพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบสุขและอธิปไตยของไทย ก็ตาม แต่ผู้เข้าชื่อเสนอคำร้องเห็นว่า ผู้ถูกร้องแสดงออกถึงความนิ่งเฉยและไม่ปฏิบัติหน้าที่โต้ตอบหรือกำหนดมาตรการรวมถึงการเจรจาระหว่างประเทศด้วยตนเองให้เป็นที่ประจักษ์ตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่บุคคลผู้อยู่ในสภาวะ วิสัย และพฤติการณ์แห่งความเป็นนายกรัฐมนตรีพึงกระทำ

เพราะเหตุแห่งความสัมพันธ์ส่วนตัวในลักษณะเป็นฝั่งเดียวกันกับกัมพูชา พร้อมที่จะทำตามหรือจัดการตามที่ฝ่ายกัมพูชาต้องการมาโดยตลอด ส่วนแม่ทัพภาคที่ ๒ ผู้ถูกร้องเห็นว่าเป็นฝ่ายตรงกันข้าม ผู้ถูกร้องไม่มีความชื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

ขอให้ตาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ วรรคสามประกอบมาตรา๘๒ ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา๑๗๐ วรรคหนึ่ง (๔) ประกอบมาตรา๑๖๐ (๔) และ (๕) และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

คำวินิฉัยฉบับเต็ม

ผลการพิจารณา

ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาหารือร่วมกันแล้ว มีมติโดยเสียงข้างมาก (๖ ต่อ๓) เสียงข้างมาก คือ นายปัญญา อุดชาชน นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม นายวิรุงห์ แสงเทียน นายจิรนิติ หะวานนท์ นายบรรจงศักดิ์วงศ์ปราชญ์ และนายอุดม รัฐอมฤต วินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา๑๗๐ วรรคหนึ่ง (๔)

โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เสียง คือ นายปัญญา อุดชาชน นายวิรุฬห์ แสงเทีย นายจิรนิติ หะวานนท์ และนายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ เห็นว่า ผู้ถูกร้องขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา๑๖๐ () และ (๕) และตุลาการศาลรัฐธรรมนุญ ๒ เสียง คือ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม และนายอุดม รัฐอมฤต เห็นว่า ผู้ถูกร้องขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา๑๖๐๕) ทั้งนี้ นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา๑๗๐ประกอบมาตรา ๘๒ วรรคสอง คือ วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๘

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย จำนวน ๓ คน คือ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ นายนภดล เทพพิทักษ์และนายสุเมธ รอยกุลเจริญ เห็นว่า เป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างไม่ร้ายแรง ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา๑๗๐ วรรคหนึ่ง (๔) ประกอบมาตรา ๖๑ () และ (๕)

เมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา๑๗๐ วรรคหนึ่ง (๔) ประกอบมาตรา๑๖๐ () แล้ว รัฐมนตรีทั้งคณะต้องพันจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา๑๖๗ วรรคหนึ่ง (๑) โดยให้นำมาตรา๑๖๘ วรรคหนึ่ง (๑) มาใช้บังคับกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งต่อไป

ศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้คู่กรณีคัดถ่ายสำเนาคำวินิจฉัยได้เมื่อพ้นกำหนด ๑๕ วัน

คำวินิฉัยฉบับเต็ม คำวินิฉัยฉบับเต็ม คำวินิฉัยฉบับเต็ม คำวินิฉัยฉบับเต็ม คำวินิฉัยฉบับเต็ม คำวินิฉัยฉบับเต็ม คำวินิฉัยฉบับเต็ม คำวินิฉัยฉบับเต็ม

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo
Siree Osiri OHO BANGKOK