Politics

นายกฯ ย้ำ เลื่อนไม่ได้เลิก ‘ดิจิทัลวอลเล็ตเฟส 3’ เจอหลายฝ่ายติง-ปัญหาเยอะ

นายกฯ ย้ำ เลื่อน “ดิจิทัลวอลเล็ตเฟส 3” เหตุหลายฝ่ายท้วงติง เจอปัญหาแทรกหลายเรื่อง ยัน ไม่ได้ยกเลิก แจงยิบ โอนงบ 1.57 แสนล้าน ไปใช้เรื่องน้ำ-ท่องเที่ยว-คมนาคม ระบุ จัดงบ 69 ครอบคลุม เหมาะกับสถานการณ์ ลั่นเป็นรัฐบาลที่ลงทุนมากสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมโชว์ผลงานเดินทางต่างประเทศ

วันนี้ (1 มิ.ย.) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “โอกาสไทย กับ นายกแพทองธาร” หัวข้อ “ปรับแผน เดินหน้า สร้างโอกาสไทย” ว่า ทำไมถึงต้องเลื่อนดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3

ดิจิทัลวอลเล็ตเฟส 3

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลจะทำดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และเพื่อให้ประชาชนเข้าใกล้กับเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น ซึ่งก่อนหน้านั้นยังไม่มีเรื่องของกำแพงภาษีสหรัฐ พอมีขึ้นมาก็ต้องปรับเปลี่ยนแผน

นอกจากนี้ ยังมัการท้วงติงอย่างชัดเจนจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นความเห็นที่รัฐบาลต้องรับฟัง รวมถึงรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชน จากฝ่ายค้าน และจากทุก ๆ คนด้วย

การนำความเห็นทุกคนมารวมกัน และหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประเทศนั่นคือ สิ่งที่รัฐบาลบริหารจัดการ ซึ่งก่อนหน้านั้นที่ทำเรื่องนี้มา เป็นงบที่วางตั้งแต่ปีที่แล้วเพื่อเข้างบในปีนี้ ซึ่งงบนี้จะหมดในเดือนกันยายนนี้ จะใช้งบนี้ไม่ได้แล้ว

รัฐบาลเลยคิดว่า งบก้อนนี้พอจะทำอะไรได้บ้าง ต้องถอยออกมา และมองภาพรวมว่า เมื่อมีปัจจัยอื่นเข้ามาแทรก ต้องมองเป็นภาพรวมของทั้งประเทศก่อนว่า อะไรที่จะทำให้เงินก้อนนี้ช่วยคนทั้งประเทศได้ดีที่สุด จึงเลื่อนเฟส 3 ออกไป

“ที่บอกว่า พูดมาเลย นายกฯ จะยกเลิก หรือไม่ยกเลิก พูดไม่ได้ค่ะ ถ้าเศรษฐกิจมันดีขึ้น เหตุการณ์มันดีขึ้น เราก็ยังอยากจะให้พี่น้องประชาชนได้รับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเหล่านี้อยู่เช่นกัน” 

ส่วนเงินก้อนนี้ 157,000 ล้านบาท จะเอาไปทำอะไร เรื่องแรก จะทำในเรื่องของน้ำ ภาพใหญ่ในเรื่องของน้ำเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกคนในประเทศ อย่างที่เจอกันมาคือ น้ำท่วม

ฝนตกมาบางทีก็ต้องดูว่า น้ำปล่อยไปทางไหน จังหวัดนี้โดน สักพักอีกจังหวัดหนึ่งก็โดน ต่อ ประเทศเพื่อนบ้าน ต้องคุยกันทุกระบบ ทุกรูปแบบ ทุกภาคส่วน ต้องแก้ไขอย่างบูรณาการเท่านั้น

ปัญหาเรื่องน้ำเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศไทยมานานแล้ว ซึ่งต้องใช้งบประมาณอย่างมากในการแก้ไข เงินส่วนหนึ่งในก้อนนี้ นำไปแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เพื่อให้เรื่องน้ำท่วม น้ำแล้งลดลง  ตนทราบว่า ฝนมาทุกปีห้ามไม่ได้ แต่ทำอย่างไรให้ความเสียหายและความเดือดร้อนของประชาชนลดลงทุก ๆ ปี นี่คือเป้าหมายของรัฐบาล

ดิจิทัลวอลเล็ตเฟส 3

อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญคือ น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค ถ้าวันนี้คนในเมืองดูคลิปนี้ อาจจะบอกไม่มีปัญหาเรื่องนี้ แต่มีอีกหลายพื้นที่ที่มีปัญหาในเรื่องนี้ ยังไม่มีน้ำดื่มสะอาดที่จะใช้บริโภค และน้ำยังเป็นต้นทางของการเกษตร

พื้นที่เกษตรคือ พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศที่ทำรายได้ให้เกษตรกรชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ให้ทุกคนสามารถมีผลผลิตส่งออกให้กับประเทศได้ หาเงินเข้าประเทศได้ ซึ่งรัฐบาลจะใช้เงินก้อนนี้ดูแลในเรื่องของน้ำ น้ำกิน น้ำใช้ น้ำท่วม น้ำแล้ง อุปโภค บริโภค

นอกจากนี้ ยังต้องมีน้ำเพื่ออุตสาหกรรมด้วย อีกหน่อยในอนาคตจะมีเรื่องเซมิคอนดักเตอร์อะไรต่าง ๆ ที่เข้ามาลงทุนอีกมากมาย

อีกเรื่องที่สำคัญคือ การคมนาคม เส้นทาง ถนนต่าง ๆ ที่จะอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ทำให้การติดต่อของพี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างง่ายขึ้น ทั้งในประเทศ และเชื่อมระหว่างต่างประเทศ สำหรับการเดินทาง และการขนส่ง ซึ่งสำคัญมาก ๆ

ถ้ารัฐบาลทำเรื่องนี้ การขนส่งจะสะดวกง่ายมากยิ่งขึ้น มองภาพเกษตรกรที่จะส่งของที่มีวันหมดอายุไปต่างประเทศ ไปยังจังหวัดอื่น ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่กระทบ และคิดว่าสามารถจัดการได้ในระยะสั้นนี้ ในเดือน กันยายน เราสามารถเบิกงบนี้ไปใช้แก้ปัญหาที่คั่งค้างอยู่ได้อย่างรวดเร็ว และชัดเจน

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ จะพูดไม่ได้เลยว่า เงินก้อนนี้จะไม่ให้เรื่องท่องเที่ยวไม่ได้ ต้องให้

ก่อนได้รับตำแหน่งนายกฯ ตนมีโอกาสได้ไปเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ตนแปลกใจมาก เพราะได้ยินมามากเกี่ยวกับห้องน้ำ แต่ครั้งที่ไปเซี่ยงไฮ้ล่าสุดมา ห้องน้ำทุกที่สะอาดมาก ตึกรามบ้านช่องสะอาดมาก โมเดิร์น เปลี่ยนไปหมดเลย ไม่มีสภาพที่น่ากลัว สกปรก เข้าไม่ได้ ไม่มีเลย เป็นเรื่องที่นักท่องเที่ยวอย่างตนรู้สึกว่า แล้วประเทศไทยยังมีที่ตรงนั้นอีกเยอะมากน้อยแค่ไหน เงินส่วนนี้จะไปช่วยในช่วงเรื่องนั้น

สถานที่ท่องเที่ยว เป็นที่นิยมที่ชาวต่างชาติมาเห็นบ่อย ๆ แล้วเขาจะได้ไปโฆษณาปากต่อปากให้ได้อีก ก็ต้องดูแลอย่างมากเช่นกัน ซึ่งเงินก้อนนี้สามารถเบิก และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้

S 39420339 0

นอกจากนี้ จะทำเรื่องกล้องซีซีทีวี ซึ่งสำคัญมาก จะให้ต่างชาติไว้ใจว่า ถ้ามาประเทศไทย ไม่ว่าจะอาชญากรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ต้องถูกดูแล ถูกมองเห็น ตำรวจเห็นอยู่เสมอ เป็นสิ่งที่รัฐบาลมองในภาพรวมว่า ก้อนนี้ถ้าไม่ได้รายบุคคลแล้ว ภาพรวมของประเทศจะได้อะไร แล้วต้องได้จริง ๆ ต้องเกิดขึ้นจริ งๆ

“บางคนถามต่อว่า เรื่องพื้นฐานพวกนี้ถ้าไม่มีเงินที่จะย้ายมาจากดิจิทัลวอลเล็ต ไม่ทำหรือ ทำค่ะ ยังทำอยู่เสมอ แต่เรื่องนี้ที่ได้มาเรารีบคิดเป็นแผนระยะสั้น ซึ่งดีเลย พอเราได้เงินก้อนนี้มาเรามีแผนระยะกลาง และยาวต่ออยู่แล้ว แต่ต้องใช้เวลา ที่จะได้เห็นเป็นรูปธรรม”

แต่ก้อนนี้ทำให้เห็นเป็นรูปธรรมในระยะสั้นนี้เลย อันนี้คือคำตอบ เราคิด เราเรียงลำดับความสำคัญว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เมื่อมีปัจจัยแทรกเข้ามาเราก็ต้องถอยว่า เรื่องไหนสำคัญต่อคนหมู่มากได้มากที่สุดก่อนเลย

“อย่างไรก็ตามองค์ประกอบเหล่านี้เป็นพื้นฐานของโครงสร้างทางสังคมทั้งสิ้น และเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศเรา และหัวข้อต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ก็ใช้ทรัพยากรมนุษย์ทั้งนั้น จะเกิดการจ้างงานทั้งระบบให้มากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นแผนต่อไปในระยะยาว นี่คือ ประโยชน์ที่จะได้จากการเลื่อนดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3”

นายกฯ กล่าวว่า เรื่องงบประมาณปี 2569 เราต้องปรับให้เข้ากับปีนี้ที่มีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยเรื่องภาษีสหรัฐ น้ำท่วม น้ำแล้งในอนาคต เราปรับให้เข้ากับสถานการณ์โลก สถานการณ์ประเทศ ภูมิภาคอากาศ ทุกสิ่งทุกอย่าง ปรับให้ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

แน่นอนว่า ถ้ามีปัจจัยแทรกก็ต้องพร้อมเสมอ และคิดว่า การทำในงบที่วางมาตั้งแต่แรกค่อนข้างที่จะครอบคลุมพอสมควร และเปลี่ยนในเรื่องที่เจอสถานการณ์เฉพาะหน้าให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น มีการเร่งการลงทุนภาครัฐ

สำนักงบประมาณออกมาพูดแล้ว ตั้งแต่ที่รัฐบาลชุดนี้มา มีการลงทุนของภาครัฐมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ มีการอัดเงินเข้าในระบบเศรษฐกิจ เกิดการจ้างงาน การสร้างรายได้ให้กับประชาชน

รัฐบาลขอความร่วมมือจากเอกชนเช่นกันว่า ให้ทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ เพราะสถานการณ์ของโลก เศรษฐกิจ ทุก ๆ อย่างยากทุกประเทศ ไม่ใช่แค่ประเทศไทย เพราะฉะนั้น ต้องร่วมมือกันจริง ๆ

อย่างการที่ตนไปต่างประเทศ ได้พบกับผู้นำประเทศต่าง ๆ ก็ได้แลกเปลี่ยนความเห็นว่า ประเทศเจออะไรบ้าง เจอปัญหาขนส่งปัญหา พืชผลการเกษตร ปัญหาเศรษฐกิจทั้งหลายที่เจอทำให้ทุกประเทศพร้อมที่จะร่วมมือกันไป เพื่อก้าวข้ามผ่านวิกฤติเศรษฐกิจที่ทั้งโลกที่กำลังเจอทุกวันนี้

S 39420339 0

นายกฯ บอกด้วยว่า เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นเดือนแห่งการเดินทางของตน ประเทศแรกที่ไปคือ เวียดนาม เป็นการเยือนอย่างเป็นทางการ เป็นการประชุม Joint Cabinet Retreat (การประชุมร่วมรัฐบาล) รองนายกฯ และรัฐมนตรีของทั้งสองฝั่งมาคุย

เวียดนามไม่เคยทำ Joint Cabinet Retreat กับประเทศไหน ประเทศไทยเป็นประเทศแรก ส่วนไทยทำกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งอินโดนีเซีย สิงคโปร์ และกัมพูชา คิดว่า พิเศษมาก ๆ เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์

จากนั้นได้เดินทางไปต่อที่มาเลเซีย เพื่อประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ซึ่งในปีหน้าจะมีเพิ่มอีกหนึ่งประเทศคือ ประเทศติมอร์ เลสเต จริง ๆ เขาเข้ามาประชุมสักพักแล้ว แต่เป็นทางการน่าจะเป็นปีหน้า

ในเวทีนี้ ได้คุยถึงปัญหาในภูมิภาคว่าเจออะไรบ้าง เน้น ๆ เลยคือ อาชญากรรมออนไลน์ที่ทุกประเทศเจอ ปัญหายาเสพติดที่ไทยจะขอความร่วมมือ ผลกระทบจากภาษีสหรัฐ เป็นเรื่องหลักที่คุยกัน และเป็นเรื่องคน เรื่องความร่วมมือว่า จะทำอะไรได้บ้าง และจะสามารถเพิ่มการช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้อย่างไร

พอประชุมอาเซียนเสร็จ ก็มีการประชุมสุดยอดด้านเศรษฐกิจอาเซียน-คณะมนตรี ความร่วมมืออ่าวอาหรับ-จีน ซึ่งคือ 3 ภูมิภาค ได้แก่ อาเซียน อาหรับ และจีน เป็นครั้งแรกที่รวมกัน 3 ภูมิภาค ซึ่งมีประชากรมากกว่า 2,000 ล้านคน เป็น 1 ใน 4 ของโลก ซึ่งเป็นพลังอันยิ่งใหญ่

เมื่อคุยกัน เกิดความมั่นคงขึ้น 2 เรื่อง คือ เรื่องอาหาร และพลังงาน ทางอาหรับมีพลังงานมากสามารถใช้ประโยชน์ได้มาก เราเองมีภาคการเกษตร และอาหารที่มีเรื่องความปลอดภัยและมั่นคง

ฉะนั้น การเกิดพลังแบบนี้จะทำให้ทั้งโลกเห็นว่า 3 ภูมิภาคนี้รวมตัวกันอย่างแข็งแรง เมื่อจับมือกันแสดงให้เห็นพลังว่า ทั้ง 3ภูมิภาคจับมือกันครั้งแรก ก็มีอำนาจต่อรองเช่นกัน เป็นเรื่องใหญ่ และเป็นสิ่งที่มาเลเซียภูมิใจว่า จัดที่ประเทศเขา ทำให้ 3 ภูมิภาคมาเจอกัน และมาตกลงกันว่าปัญหาต่างๆ ที่เจอในแต่ละภูมิภาค จะจับมือแก้ปัญหาไปด้วยกัน ช่วยเหลือกัน

นอกจากนี้ ยังได้มีการคุยเรื่องข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ว่า จะขยายได้อย่างไรบ้าง เพื่อเพิ่มโอกาสซึ่งกันและกัน ในการทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น และได้สร้างความสัมพันธ์กับทุก ประเทศรายย่อย ๆ ที่อยู่ในกลุ่ม ถือว่าดีมาก เพราะจะทำให้เรื่องง่ายขึ้น ทำให้เข้าใจความตั้งใจกันมากขึ้น

ถ้าสร้างความสัมพันธ์ที่ดีนี้ไว้ ไม่ว่าจะรัฐบาลจะเปลี่ยน จะเป็นภาพที่ดีว่า ประเทศไทยของเรามีความใจดี มีความซื่อตรง คุยได้ สามารถคุยในเรื่องต่าง ๆ ให้เกิดผลสำเร็จได้ ซึ่งได้ไปสร้างความสัมพันธ์เอาไว้ในหลายๆ ประเทศ

การเดินทางไปโมนาโกได้เห็นการจัดการแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่ง Formula 1 (F1) หากเกิดขึ้นในประเทศไทยจะเกิดประโยชน์อย่างมาก จะมีการจ้างงาน มีการพัฒนาทักษะ ของคนไทยอย่างก้าวกระโดด

ดิจิทัลวอลเล็ตเฟส 3

จากที่ได้เดินทางไปได้พบกับเด็กไทยที่แข่งอยู่ใน F3 ซึ่งเขาก็ฝันอยากแข่ง F1 เป็นการสร้างความหวังให้เด็กไทยว่า ไม่ไกลเกินไป และเพียงแค่ 1 วัน มีนักท่องเที่ยวที่เข้ามาดู F1 จำนวน 100,000 คน

การเตรียมการ 3 วันก่อนแข่ง 3 แสนคน ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร รถไฟฟ้า แท็กซี่เต็มแน่นอน และไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ จังหวัดข้างเคียงคนเต็มแน่นอน ทั้งอาทิตย์จะทำให้เกิดไฮซีซันอีกช่วงหนึ่งเลย เป็นความหวัง เพราะตอนนี้มีประเทศที่จัดแข่งอยู่ 24 ประเทศ ในเอเชีย มี 3-4 ประเทศ ไทยจะเป็นหนึ่งในนั้น เปอร์เซ็นต์สูงที่จะได้เป็นหนึ่งในนั้น อันนี้เป็นสิ่งที่รอจริง ๆ อยากให้เกิดขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook  https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

Avatar photo