General

สอบสวนกลาง รวบสาวใหญ่คาสนามบิน รับโอน 6.2 พันล้าน จากแก๊งโรแมนซ์สแกม

ตำรวจสอบสวนกลาง จับกุมหญิงไทยเจ้าของบัญชีธนาคาร รับโอนเงิน 6.2 พันล้าน จากแก๊งโรแมนซ์สแกม หลบหนีไปอยู่มาเลเซียก่อนถูกจับได้คาสนามบินหาดใหญ่

วันนี้ (2 ก.พ.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.  พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคบ. รรท.ผบก.ป. , พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.เอกรัฐ จันทร์มณี สว.กก.1 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นางสาวอรทัย อายุ 52 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2563

แก๊งโรแมนซ์สแกม

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน อั้งยี่ ซ่องโจร มีส่วนรวมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงเป็นบุคคลอื่น และ ร่วมกันฟอกเงิน โดยจับกุมได้ที่บริเวณห้องผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี 2560 ผู้ต้องหาได้เดินทางไปทำงานที่ร้านนวดในประเทศมาเลเซีย และได้พบรักกับหนุ่มผิวสีชาวไนจีเรีย ผ่านการแนะนำของเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน จากนั้นแฟนหนุ่มชาวไนจีเรียได้รับผู้ต้องหามาอยู่ด้วยกัน และได้ดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายทุกอย่าง โดยที่ผู้ต้องหาไม่ต้องทำงาน

ระหว่างอยู่ด้วยกัน ผู้ต้องหาทราบว่า แฟนหนุ่มสนใจจะเปิดบริษัทในประเทศไทย หลังจากอยู่ด้วยกันเกือบ 2 ปี แฟนหนุ่มชาวไนจีเรีย ได้ชักชวนให้ผู้ต้องหาเปิดบัญชีให้เพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน โดยให้เหตุผลว่าตนเองเป็นชาวต่างชาติไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินในประเทศไทยได้ โดยจะได้รับค่าตอบแทนในการเปิดบัญชี บัญชีละ 6,500 บาท ฃ

ผู้ต้องหาก็ได้ทำการเปิดบัญชีไว้หลายบัญชี จากนั้นมอบบัญชีให้แฟนหนุ่มชาวไนจีเรียเป็นผู้ดำเนินการ ฝาก-ถอน ทั้งหมด ซึ่งจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า บัญชีธนาคารที่ผู้ต้องหาได้เปิดให้กับแฟนชาวไนจีเรีย เป็นบัญชีธนาคารที่มีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องกับบริษัทที่มีการรับโอนเงิน เกี่ยวข้องกับคดีของนางสาวชมานันทน์ กับพวก ร่วมกันลักทรัพย์เอาเงินของบริษัทอื่น

โดยที่มีการลักลอบโอนเงินจากบัญชีเงินฝากของบริษัทดังกล่าวจำนวนหลายครั้ง ทำให้บริษัทดังกล่าวได้รับความเสียหายเป็นเงิน 6,223,872,674.31 บาท จนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหา

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีไปทำงานอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย และทราบว่า ผู้ต้องหาจะเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อเยี่ยมลูก ซึ่งเดินทางจากประเทศมาเลเซีย มายังท่าอากาศยานหาดใหญ่

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วางแผนจับกุม และได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองด่าน ตม.ทอ.หาดใหญ่ เฝ้าสังเกตุการณ์บริเวณห้องผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ต่อมาเวลาประมาณ 15.25 น. เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองด่าน ตม.ทอ.หาดใหญ่ ได้พบผู้ต้องหา จึงขอดูหนังสือเดินทาง พบว่าเป็นผู้ต้องหาจริง

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัว และแสดงหมายจับให้ผู้ต้องหาทราบ ผู้ต้องหายอมรับว่า เป็นบุคคลตามหมายจับจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาและนำส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo