Politics

‘เศรษฐา’ ขอโทษ ‘ปานปรีย์’ หากทำให้เสียใจ เล็งหาคนใหม่ไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว!

“เศรษฐา” เคารพการตัดสินใจของ “ปานปรีย์” ขอโทษหากทำให้เสียใจ ยันได้พูดคุยกันก่อนแล้ว พร้อมประสานหาคนใหม่ตั้งแต่เมื่อคืน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีรายชื่อคณะรัฐมนตรีออกตามหน้าสื่อก่อนที่จะมีการโปรดเกล้าฯ ถือเป็นการไม่เหมาะสมหรือไม่ว่า ยอมรับว่าเป็นเรื่องของโผ แต่เมื่อพร้อมแล้ว ก็จะบอกกล่าว เนื่องจากมีขั้นตอนที่ต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ ลงมา บางครั้งผู้สื่อข่าวถามมา การที่ผมจะตอบ ต้องดูที่ความเหมาะสมว่าจะพูดออกไปหรือไม่ ดังนั้นจึงขอให้เข้าใจในเรื่องนี้ด้วย

ปานปรีย์

ส่วนกรณีที่นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมเองเคารพในการตัดสินใจของนายปานปรีย์ ส่วนตัวรู้จักกันมามากกว่าหลายสิบปี ลูกก็เป็นเพื่อนกัน มีความรักชอบกันเป็นอย่างดี แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นก็เคารพในการตัดสินใจ ยอมรับว่าหนังสือลาออกของนายปานปรีย์ ถูกเผยแพร่ทางสื่อก่อนที่จะถึงผม ส่วนจะเป็นเพราะความไม่พอใจหรือไม่ ในเรื่องนี้ผมขอพูดเป็นองค์รวมมากกว่า เมื่อมีการปรับเปลี่ยนหน้าที่หรือคณะรัฐมนตรีต่าง ๆ เชื่อว่ามีคนที่พอใจและไม่พอใจ มีสมหวังและไม่สมหวัง ดังนั้น จึงอยากโฟกัสในสิ่งที่มีความสัมพันธ์ที่ดีในการทำงานร่วมกันตลอด 7-8 เดือนมากกว่า

“ได้ส่งข้อความถึงนายปานปรีย์ ในกลุ่มงานต่างประเทศ ซึ่งได้ขอโทษ หากทำให้ไม่สบายใจในเรื่องใด และขอขอบคุณที่ช่วยงานกันมา ยืนยันว่าการปรับคณะรัฐมนตรี ได้มีการแจ้งและเชิญรัฐมนตรีมาพูดคุยกัน ซึ่งนายปานปรีย์ ก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่ได้เชิญมาพูดคุยและขอไม่เปิดเผย เพราะเป็นการพูดคุยกันระหว่างบุคคลสองคน ผมมั่นใจว่า ได้พูดสิ่งไหนไปและในฐานะนายกรัฐมนตรีก็มีความชัดเจนในเรื่องที่บอกกล่าวสิ่งไหนไป” นายกรัฐมนตรี กล่าว

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะนำรายชื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ และนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็จะทำหน้าที่ดูแลกระทรวงการต่างประเทศก่อน ตามการมอบหมายงานของคณะรัฐมนตรี ยอมรับว่ามีบุคคลใหม่ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้ทาบทาม เพราะต้องมีการตรวจสอบจากคณะกรรมการคัดกรองเกี่ยวกับเรื่องคุณสมบัติ จึงไม่อยากบอกออกไปก่อน เพราะอาจจะสมหวังหรือผิดหวังได้ ทั้งนี้ ต้องเคารพในกระบวนการขั้นตอนต่าง ๆ ที่มีมา และยืนยันว่าผมเข้าใจว่ารัฐมนตรีหลายคนที่สมหวัง และอาจจะไม่พอใจ แต่ยืนยันว่าตนเองรับผิดชอบในเรื่องนี้ และก็ต้องมีการพูดคุยกัน

ปานปรีย์ 284670111
นายปานปรีย์ พหิทธานุกร

ส่วนจะเป็นคนนอกพรรคหรือคนในพรรคที่จะมาแทนตำแหน่งนั้น นายกฯ ระบุว่า พูดลำบาก แต่บุคคลนี้อยู่ในแวดวงการทูตและการเมืองมาก่อน โดยอยู่เบื้องหลังการทำงานของพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด และจิตวิญญาณยึดโยงพี่น้องประชาชน

สำหรับกรณีที่นายปานปรีย์ ระบุเหตุผลลาออกว่า รัฐมนตรีว่าการกระรวงการต่างประเทศ จำเป็นต้องควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีด้วยนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็มีเหตุมีผล แต่หลายหน่วยงานก็ต้องมีการประสานการทำงานร่วมกัน ซึ่งปัจจุบันก็มีรองนายกรัฐมนตรี 6 คนแล้ว และเชื่อว่าก็เพียงพอ หากทุกกระทรวงต้องควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีก็คงเป็นไปไม่ได้ ผมไม่อยากมานั่งอธิบายอะไรมาก เพราะบางรัฐบาลก็ไม่มีรองนายกรัฐมนตรีควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แต่ผมจะอำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือผลักดันงานต่าง ๆ ที่ต้องประสานข้ามกระทรวง และทุกคนก็ทำงานเป็นทีมได้ ดังนั้น การควบรองนายกรัฐมนตรีจึงอาจไม่จำเป็น แต่ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละบุคคล

เมื่อถามว่าการดำเนินงานของนายปานปรีย์นั้น ถูกชื่นชมจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน นายกฯ กล่าวยอมรับว่าเสียดายทุกคนที่ถูกปรับออกไป แต่เมื่อบริบทของการเมืองเปลี่ยนแปลงไปในทุกช่วงเวลาของการบริหารประเทศมักมีความจำเป็น หรือว่ามีความต้องการแก้ไขปัญหา โดยต้องมีการเปลี่ยนบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ก็ต้องปรับเพื่อให้บุคคลที่เหมาะสมหรือมีความชำนาญมากกว่าในด้านนั้น ๆ เข้าไปทำงาน

เศรษฐา 25467019

ดังนั้น จึงไม่ได้หมายความว่า คนที่ถูกปรับออกไปจะไม่มีความสามารถในการบริหาร แต่รัฐบาลมีอายุ 4 ปี ในอดีตที่ผ่านมาเมื่อออกไปแล้ว ก็มีหลายกรณีกลับเข้ามาอีก

“มั่นใจว่าการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ มั่นใจว่าไม่มีผิดฝาผิดตัว แต่มุมมองของแต่ละคน มีความเห็นแตกต่างกันไป แต่ตนเองมั่นใจบุคคลที่นำเข้ามาทำงานเป็นคนที่มีความสามารถ มีความรู้ มีความเชี่ยวชาญตรงตามกระทรวงทุกอย่าง” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ส่วนรัฐมนตรีของพรรคที่ถูกปรับออกไป ก็ได้มีการพูดคุยเตรียมงานไว้รองรับ ยืนยัน ไม่มีความขัดแย้งส่วนตัวกับรัฐมนตรีท่านใดท่านหนึ่ง แต่เข้าใจว่ามีคนผิดหวัง สมหวัง จึงเป็นหน้าที่ของผมในการบริหารเรื่องความคาดหวัง หน้าที่ใหม่ ๆ ควบคู่ไปกับหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเพิ่มรัฐมนตรีประจำสำนักนายรัฐมนตรีถึง 3 คน โดยมี นายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมาจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายกฯ กล่าวว่า เมื่อนายปานปรีย์เหลือเพียงตำแหน่งเดียว ก็อยากให้โฟกัสงานมากยิ่งขึ้น งานของรัฐมนตรีช่วยก็อาจจะน้อยลงไป ดังนั้น นายจักรพงษ์ มาเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็จะมาดูแลสำนักงบประมาณ เพราะนายจักรพงษ์เคยเป็นเลขานุการ สมัยนายกิตติรัตน์ณ ระนอง เคยเป็นอดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะมาช่วยผลักดันนโยบาย โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณที่เป็นเรื่องสำคัญ

“บ่ายวันนี้ ได้เชิญนายพิชัย ชุณหวชิร ว่าที่รองนายกรัฐนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง มาหารือความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้งบประมาณผมพยายามทำให้ดีที่สุด หวังว่าทุกอย่างจะจบลงได้ด้วยดี” นายกรัฐมนตรี กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

 

Avatar photo
Siree Osiri OHO BANGKOK