“กทม.” เดินหน้าตี “เส้นจราจรสีแดง”บนพื้นถนนในเขตเมืองเพื่อเป็นช่องเดินรถสำหรับรถฉุกเฉิน พร้อมตีเพิ่มอีก 2 เส้นทางมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลกลางและโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์
นายประพาส เหลืองศิรินภา ผู้อำนวยการสำนักงานวิศวกรรมจราจร สำนักจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กทม.ร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจจราจร (บก.จร.2) ทยอยตีเส้นจราจรสีแดงบนพื้นถนน ตั้งแต่คืนวันที่ 19 ธันวาคม โดยเป็นเส้นตรงกลางระหว่างช่องจราจรที่ 2 และ 3 ขนาดความกว้าง 1.60 เมตร เหมือนเส้นทางบนสะพานข้ามแยกดินแดงที่มุ่งหน้าไปโรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งได้ตีเส้นไปก่อนหน้านี้ จากนั้น ดำเนินการตีเส้นช่องทางฉุกเฉินอีก 2 จุดคือ เส้นมุ่งโรงพยาบาลกลาง ถ.เสือป่า และ ถ.ยุคล 2 ช่วงถ.บำรุงเมือง กับเส้นมุ่งโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ตีเส้นบนถนนตก

“หลังตีเส้นจราจรแล้วจะมีติดตั้งป้ายแนะนำ พร้อมกับตีเครื่องหมายกากบาทบนพื้นถนน เพื่อให้ผู้ใช้รถได้ทราบ และไม่ทำให้สับสนว่าต้องขับรถในช่องทางใด”
ทั้งนี้ ผู้ใช้รถใช้ถนน สามารถเดินรถในช่องทางเดิม คือเส้นสีขาวทับเส้นสีแดงได้ตามปกติ เว้นแต่ได้ยินเสียงไซเรนขอให้ขับเบี้ยงออกจากเส้นสีแดง คือชดซ้ายหรือขวา เป็นการหลบให้รถฉุกเฉินจากด้านหลังวิ่งในช่องสีแดงผ่านไปก่อน

อย่างไรก็ตาม ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 76 ได้กำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับการไม่หลบรถพยาบาลไว้ว่า เมื่อคนเดินเท้า ผู้ขับขี่ หรือ ผู้ขี่หรือควบคุมสัตว์ เห็นรถฉุกเฉินในขณะปฏิบัติหน้าที่ใช้ไฟสัญญาณแสงวับวาบ หรือได้ยินเสียงสัญญาณไซเรน หรือเสียงสัญญาณอย่างอื่น ตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนดไว้ ต้องให้รถฉุกเฉินผ่านไปก่อน โดยปฏิบัติดังต่อไปนี้
1. สำหรับคนเดินเท้าต้องหยุดและหลบให้ชิดขอบทางหรือขึ้นไปบนทางเขตปลอดภัย หรือไหล่ทางที่ใกล้ที่สุด

2. สำหรับผู้ขับขี่ต้องหยุดรถและจอดรถ ให้อยู่ชิดขอบทางด้านซ้าย หรือในกรณีที่มีช่องเดินรถประจำทางอยู่ทางด้านซ้ายสุดของทางเดินรถ ต้องหยุดรถหรือจอดรถให้อยู่ชิดช่องเดินรถประจำทาง
3. สำหรับผู้ขับขี่หรือควบคุมสัตว์ ต้องบังคับสัตว์ให้หยุดชิดทาง แต่ห้ามหยุดในทางร่วม ทางแยก
ทั้งนี้ ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท ตามมาตรา 148 แห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้
ขอบคุณภาพจาก จส.100