General

วอนขอศาลเมตตา! ‘ผู้กำกับโจ้’ ปฏิเสธเจตนาฆ่า ยอมรับทรมาน ‘มาวิน’ เพื่อประโยชน์ชาติ

ศาลไต่สวนนัดเเรก “ผู้กำกับโจ้” ขอศาลเมตตา ปฏิเสธข้อหาเจตนาฆ่า “มาวิน” เหยื่อถุงดำคลุมหัว ยอมรับทำร้ายร่างกาย เพื่อขยายผลยาเสพติด ซึ่งเป็นภัยต่อสังคม ทำไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่มีเจตนาเรียกเงินจากผู้ตาย

หลังจากที่ อัยการสูงสุด มีคำสั่งฟ้อง พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ และพวกรวม 7 คนใน 4 ข้อหา ล่าสุด ศาลนัดสอบคำให้การในคดีร่วมกันใช้ถุงดำคลุมศีรษะนายจิระพงษ์ หรือ มาวิน ธนะพัฒน์ ผู้ต้องหาคดียาเสพติดเสียชีวิตในบ้านกาแฟ ภายใน สภ.เมืองนครสวรรค์

วันนี้ (19 พ.ย.) ศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบกลาง นัดสอบคำให้การจำเลย คดีหมายเลขดำที่ อท.180/2564 พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามทุจริต 3 เป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.อ.ธิติสรรค์ และพวก ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-7  โดยอนุญาตให้สื่อมวลชนติดตามการพิจารณา ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

ผู้กำกับโจ้

รายชื่อจำเลย 7 คน 

  • พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ อดีตผู้กำกับ สภ.เมืองนครสวรรค์ อายุ 39 ปี
  • พ.ต.ต.รวิโรจน์ ดิษทอง อายุ 38 ปี
  • ร.ต.อ.ทรงยศ คล้ายนาค อายุ 41 ปี
  • ร.ต.ท.ธรณินทร์ มาศวรรณา อายุ 55 ปี
  • ด.ต.วิสุทธิ์ บุญเขียว อายุ 51 ปี
  • ด.ต.ศุภากร นิ่มชื่น อายุ 46 ปี
  • ส.ต.ต.ปวีณ์กร คำมาเร็ว

ข้อหา

  1. ฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตาม ป.อาญา ม.157
  2. ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ใช้อำนาจในตำแหน่ง หรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตาม พ.ร.ป.ป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ม.172
  3. ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยทรมาน หรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย ป.อาญา ม.289(5)
  4. ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ป.อาญา ม.309

ผู้กำกับโจ้ ยัน ไม่ต้องการให้ถึงตาย

พ.ต.อ.ธิติสรรค์ หรือผกก.โจ้ จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ เฉพาะข้อหาที่ 1 , 2 และ 4 ยกเว้นข้อหาที่ 3 โดยยอมรับว่า ได้ทำร้ายร่างกายผู้ตายจริง เพื่อต้องการขยายผลทางคดียาเสพติด ที่เป็นภัยร้ายของสังคม ไม่ต้องการให้นายจิรพงษ์ ถึงแก่ความตาย ที่ทำไปเพื่อประโยชน์แก่ประเทศชาติ จึงขอความเมตตาจากศาล

ผู้กำกับโจ้

พ.ต.ต.รวิโรจน์ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพทุกข้อหา ยกเว้นข้อหาที่ 3 เช่นเดียวกัน อ้างว่าไม่ได้เจตนาจะทำให้ถึงแก่ความตาย แค่เพียงอยู่ร่วมในเหตุการณ์ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาเท่านั้น

ร.ต.อ.ทรงยศ จำเลยที่ 3 ให้การปฏิเสธข้อหาที่ 3 และ 4 อ้างว่าเข้ามาที่เกิดเหตุภายหลัง และไม่ได้ร่วมทำร้ายผู้ตาย

ร.ต.ท.ธรณินทร์ จำเลยที่ 4 ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยกเว้นข้อหาที่ 4 ที่ให้การรับสารภาพ โดยอ้างข้อปฏิเสธระบุว่า ทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ร่วมทำร้ายจริง แต่ไม่เจตนาให้ถึงแก่ชีวิต

ด.ต.วิสุทธิ์ ด.ต.ศุภากร และส.ต.ต.ปวีณ์กร จำเลยที่ 5-7 ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

จำเลยที่ 5 และ 7 อ้างว่าอยู่ในเหตุการณ์ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาจริง แต่ไม่ได้ร่วมทำร้าย ส่วนจำเลยที่ 6 ระบุว่า เข้าไปในที่เกิดเหตุ แล้วเดินออกมา โดยเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นไปแล้ว

ผู้กำกับโจ้

ต่อมาเวลา ร.ต.จักรกฤณ์ กลั่นดี บิดาของผู้ตาย เปิดเผยว่า อัยการที่ จ.นครสวรรค์ แนะนำให้ตนตั้งทนายความเพื่อขอเป็นโจทก์ร่วมในคดี ซึ่งศาลได้เมตตา เพราะเพิ่งขอยื่นเรื่องในวันนี้ ทำให้สามารถเป็นโจทก์ร่วมได้ และจะได้ทราบทุกขั้นตอนของกระบวนการกฎหมาย เมื่อฟังคำให้การของพวกจำเลย

ตนคิดว่าเขาก็ให้การสมเหตุสมผล ว่าเป็นการทำงาน เพื่อเป็นการขยายผลคดียาเสพติด แต่สงสารลูก ทุกวันนี้ยังมองเห็นภาพลูกที่โดนกระทำ ตนรับไม่ได้จริงๆ วันนี้จึงมารับทราบว่าเขาจะให้การอย่างไร และขอความยุติธรรมจากศาล และศาลได้นัดตรวจหลักฐานอีกครั้งในวันที่ 19 ม.ค. 2565 เวลา 9.30 น.

เมื่อถามว่าได้ฟังคำให้การของจำเลยแล้วมีความกังวลหรือไม่ ร.ต.จักรกฤณ์ กล่าวว่า จริง ๆ แล้วตนก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เราไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้มากกว่านี้ ให้เป็นไปตามขั้นตอนการพิจารณาของศาลดีกว่า

อ่านข่าวเพิ่มเติม