General

‘ศักดิ์สยาม’ สำรวจเส้นทางถนนเสียหายจากน้ำท่วม จ่อขอ 4.8 พันล้าน ซ่อมแซม-ป้องกัน ระยะยาว


“ศักดิ์สยาม” ลงพื้นที่ “อยุธยา-สามโคก”สำรวจเส้นทางถนนเสียหาย พร้อมมอบถุงยังชีพช่วยชาวบ้าน มั่นใจสิ้นเดือนนี้ทราบผล เส้นทางถนนทั่วประเทศที่เสียหาย เพื่อจัดของบกลางดำเนินการซ่อมแซมหลังน้ำลด ป้องกันปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว ด้านกรมทางหลวงเตรียมเสนอของบกลาง 4,800 ล้านบาท ปรับปรุง

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย และตรวจเส้นทางคมนาคม ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดปทุมธานี พร้อมมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชน ผู้ประสบอุทกภัย 5 ตำบล ในจังหวัด พระนครศรีอยุธยา บริเวณ ตลาดเกรียบ อำเภอบางปะอิน 2,500 ครัวเรือน ว่า ปัจจุบันสถานการณ์ภาพรวมน้ำท่วม ส่งผลกระทบต่อเส้นทางคมนาคม ทั้งโครงข่ายทางหลวง ทางหลวงชนบท รวมถึงทางราง ได้รับน้ำท่วม และดิน

เส้นทางถนน

ในส่วนของทางหลวงได้รับผลกระทบทั้งหมด 18 จังหวัด รวม 108 แห่ง การจราจรผ่านได้ 88 แห่ง ผ่านไม่ได้ 20 แห่ง ขณะที่สายทางของกรมทางหลวงชนบท มีสายทางที่ได้รับผลกระทบรวม 64 แห่ง สามารถสัญจรผ่านได้ 35 แห่ง ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 29 แห่ง

ส่วนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในส่วนถนนที่ประสบอุทกภัยเดิม ซึ่งเป็น ถนนของชลประทาน และได้รับความเสียหายจากอุทกภัยครั้งนี้ โดยเส้นทางพบว่าถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ระยะทางหลายสิบกิโลเมตร ได้สั่งการให้กรมทางหลวงชนบท (ทช.) เร่งทำ การสำรวจโดยเร็ว

ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ซึ่งพบว่า ถนนที่เสียหาย ส่วนใหญ่ เป็นถนน สายที่เลียบแม่น้ำ ในกำกับของกรมทางหลวง (ทล.) โดยมูลค่าความเสียหายขณะนี้ ยอมรับว่า ยังทราบตัวเลขได้ยาก จนกว่าระดับน้ำทั้งหมดจะลด ทำการสำรวจโดยละเอียด

ทั้งหมดจะดำเนินการตามแผนที่เคยให้นโยบายไปแล้ว โดยขอให้ ทั้ง ทล.และ ทช. สรุปรายงานผลสำรวจทั้งหมด ไม่ใช่แค่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี แต่เป็นทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยให้รายงานทั้งหมด ให้ทราบภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้

เส้นทางถนน

นายศักดิ์สยาม ย้ำว่า แนวทางการสำรวจก็ยังเป็น 2 แนวทาง คือ สำรวจจุดที่มีความเสียหาย เพื่อซ่อมแซม และจุดที่โครงการถนนต่างๆ ไปกีดขวางทางน้ำ สร้างผลกระทบทำให้เกิดอุทกภัย ทั้งโครงการใน อดีต และปัจจุบัน เพื่อทำการปรับปรุง ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

นอกจากเรื่องช่วยเหลือ ประชาชนที่ประสบอุทกภัยและ การสำรวจถนนที่เสียหาย จากอุทกภัยแล้ว นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ได้แจ้งให้ประชาชน เตรียมพร้อมรองรับการท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยว ตานโยบายเปิดประเทศของรัฐบาล 1 พฤศจิกายนแน่นอน

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่มรดกโลก จะมีนักท่องเที่ยว เดินทางมาท่องเที่ยวมากมาย ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับความปลอดภัย และมั่นใจของนักท่องเที่ยว คือมาตรการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19

ขณะนี้ ทราบว่า ประชากรในจังหวัดอยุธยา มีการฉีดวัคซีนแล้วมากกว่า 80% ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่น่าพอใจ  ในระหว่างนี้ สามารถเพิ่มตัวเลขดังกล่าวขึ้นอีก เพราะปริมาณวัคซีน ที่กระทรวงสาธารณสุข และรัฐบาลจัดหา ปีนี้ 120 ล้านโดส ถือว่า มีเพียงพอ ซึ่งทั้งหมด จะช่วยสร้างความมั่นใจ นักท่องเที่ยวที่เข้มมาจังหวัด และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็จะมีรายได้จ่าการท่องเที่ยวกลับมาด้วย

เส้นทางถนน

พร้อมกันนี้ ยังได้แจ้งให้ประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทราบถึงความคืบหน้า โครงการรถไฟความเร็วสูง ความร่วมมือไทย-จีน ซึ่งที่ผ่านมา เคยติดปัญหาเรื่องการก่อสร้างสถานี เนื่องจากเป็นพื้นที่มรดกโลก ขณะนี้ กระทรวงคมนาคม ได้แก้ปัญหาจบสิ้นแล้ว โดยยืนยันว่า การก่อสร้าง จะยึดแนวเส้นทางเดิม โดยมีเพียงการลดขนาดสถานี และความสูงของโครงสร้างทางวิ่งลง โดยยืนยันว่า โครงการในระยะที่ 1 ที่ผ่านอยุธยานี้ จะแล้วเสร็จ ในปี 2568 ตามแผนเดิมแน่นอน

ส่วนโครงการส่วนต่อขยาย รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เส้นต่อจากนครราชสีมา–หนองคาย ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้เร่งรัดให้กระทรวงคมนาคม ทำการสำรวจ-ออกแบบนั้น ก็จะเร่รัดดำเนินการ รวมทั้ง ในปลายปีนี้ กระทรวงคมนาคม เตรียมร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน (Joint Committee หรือ JC) ครั้งที่ 30 ซึ่งก็มั่นใจว่า ภาพร่วม จะช่วยให้โครงการรถไฟความเร็วสูง ความร่วมมือไทย-จีน จะเดินหน้าได้ตามแผนที่กระทรวงคมนาคมวางไว้

เส้นทางถนน

สำหรับการลงพื้นที่ในวันนี้ (21 ต.ค.) นอกจากจะตรวจเส้นทางคมนาคมที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยบนทางหลวงชนบท ที่วัดทำใหม่ ตำบลปากกราน และที่โรงเรียนบ้านคลองตะเคียน (วันครู)ตำบลตะเคียน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และที่ว่าการอำเภอสามโคกหลังเก่า จังหวัดปทุมธานี และที่วัดพลับสุทธาวาส จังหวัดปทุมธานีแล้ว ยังใช้โอกาสดังกล่าว เยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย พร้อมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ด้วย และยังได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการก่อสร้างขยายช่องทางจราจร ทางหลวงหมายเลข 3056 เพื่อให้ประชาชนสัญจรได้อย่างคล่องตัว

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.)กล่าวว่า ขณะนี้ทางกรมทางหลวงได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของถนนทั่วประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พบว่า ถนนทางหลวงทั่วประเทศได้รับความเสียหายรวม 235 แห่ง ใช้งบประมาณกว่า 4,800 ล้านบาท ซึ่งจะเสนอไปยังกระทรวงคมนาคม ก่อนเข้า ครม. เพื่อของบกลาง มาทำการปรับปรุงหลังน้ำลด การซ่อมแซม ฟื้นฟูให้คืนสู่สภาพ ทั้งปรับปรุง แก้ไข ระบบรายน้ำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยจะเน้นให้มีการซ่อมแซมแบบใช้งานได้ระยะยาว

เส้นทางถนน

อ่านข่าวเพิ่มเติม